|

บิ๊กแบงก์ขยับดอกเบี้ยกู้-ฝาก คาดธปท.ปรับอาร์พีอีก0.25%
ผู้จัดการรายวัน(17 มกราคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ค่ายกสิกรไทยคาดแบงก์ชาติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.25% มาที่ 4.25% ในการประชุม กนง.รอบแรกของปี 2549 ระบุกังวลอัตราเงินเฟ้อที่ยังกดดันอยู่ จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ด้านแบงก์พาณิชย์ขยับ ดอกเบี้ยล่วงหน้าดอกเบี้ยนโยบายแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน "แบงก์กรุงไทย-ทหารไทย" ขยับดอกเบี้ยฝากและกู้ตามอีก เพื่อสอดคล้องกับภาวะดอกเบี้ยในตลาด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในการประชุมรอบแรกของปีวันที่ 18 มกราคม 2549 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคาร แห่งประเทศไทย(ธปท.)คงจะมีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 14 วันอีก 0.25% จาก 4.00% มาเป็น 4.25% ซึ่งจะเป็น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 ใน 12 รอบการประชุม นับจากที่ ธปท.ได้เริ่มต้นวัฏจักรอัตราดอกเบี้ย ขาขึ้นในรอบนี้มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2547
โดยแม้ว่าทิศทางอัตราเงินเฟ้อ ทั่วไปของไทยจะปรับลดลงจากระดับ สูงสุดในรอบ 7 ปีที่ 6.2% ในเดือนตุลาคม 2548 มาอยู่ที่ 5.9% และ 5.8% ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ตามลำดับ และเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ประมาณ 3.9% ในช่วงสอง สัปดาห์แรกของปี 2549 ซึ่งอาจช่วยผ่อนคลายความกังวลที่มีต่อภาวะเงิน เฟ้อลงไปได้บ้าง แต่ราคาน้ำมันตลาด โลกที่ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจน การทยอยปรับขึ้น ของราคาสินค้าเป็นการทั่วไปตามการ แบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจมีแนวโน้มที่จะยืนสูงใกล้เคียงระดับประมาณ 4.5-5.5% ในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี 2549 นี้ ก่อนที่จะปรับตัว ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี จากการที่ต้องเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในช่วงเดียวกันปีก่อน และจากความคาดหวังว่าราคาน้ำมันตลาดโลกจะปรับลดลงหลังผ่านพ้นฤดูหนาวทางซีกโลกตะวันตก
ดังนั้น การเดินหน้านโยบายอัตราดอกเบี้ยที่มีความเข้มงวดมากขึ้นของธปท.จึงน่าจะเป็นการดำเนิน การที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับ กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ กิจกรรม ทางเศรษฐกิจที่น่าจะยังมีแนวโน้มขยายตัวในระยะข้างหน้า แม้ว่าเครื่อง ชี้เศรษฐกิจในประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2548 จะมีทิศทางที่ไม่สดใส แต่การปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกันของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคม และการปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สามติดต่อกันของดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนพฤศจิกายนบ่งชี้ว่า ภาคเอกชนได้ซึมซับหรือรับรู้ข่าวในเชิงลบในช่วงที่ผ่านมาไปแล้ว
ประกอบกับการลงทุนของภาครัฐโดยเฉพาะจากมูลค่าเงินลงทุน จำนวน 2.9 แสนล้านบาทในปี 2549 ในโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ที่น่าจะมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่าง เป็นรูปธรรมมากขึ้นในระยะข้างหน้า คาดว่าน่าจะช่วยผลักดันให้กิจกรรม ทางเศรษฐกิจ ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อไปเป้าหมาย ของ ธปท.ในการกระตุ้นการออม และ ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อ ชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย
ดังนั้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ของธปท.ในการประชุมวันที่ 18 มกราคม จะช่วย เพิ่มระดับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง และช่วยรักษาค่าผลต่างอัตราดอกเบี้ย ของ สหรัฐฯกับไทยไม่ให้เพิ่มขึ้นซึ่งน่าจะเป็นการดำเนินการที่มีความสอดคล้อง กับความมุ่งหวังของธปท. ที่อยากจะเห็น แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการออมภายในประเทศ รวมทั้ง สอดรับกับเป้าหมาย ที่จะดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อมาชดเชย ฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดที่คาดว่าอาจ มีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ติดต่อกันในปี 2549
แบงก์กรุงไทยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก-กู้ 0.25-0.5%
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เพื่อให้สอด คล้องกับภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาด ธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เงินฝากและเงินกู้ในอัตรา 0.25-0.5% ต่อปี มีผลให้อัตราดอกเบี้ยเงิน ฝากประจำ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.5-3.25% เงินฝากประจำ 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.75-3.50% เงิน ฝากประจำ 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.00-3.75% เงินฝากประจำ 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 36 เดือน อัตราดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี
ส่วนเงินฝากกรุงไทยทวีคูณ ซึ่ง เป็นเงินฝากปลอดภาษีและต้องฝากเท่ากันทุกเดือนระยะเวลา 24 เดือน อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเงินฝากประจำ 12 เดือนสูงสุดบวก 1 หรือดอกเบี้ย 4.75% ต่อปี เงินฝากกรุงไทยสมนาคุณ ซึ่งเป็นเงินฝากประจำ 3 เดือน สำหรับ ลูกค้าที่มีเงินฝากประจำ 48 เดือน จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 3.50% ส่วนอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารได้ปรับดอกเบี้ย เอ็มแอลอาร์ เป็น 6.75% เอ็มโออาร์ 7.00% และเอ็มอาร์อาร์ 7.25% ต่อปี ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2549 ทหารไทยปรับดอกฝาก 0.5-0.75% เงินกู้ 0.25%
รายงานข่าวจากธนาคารทหาร ไทย จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ธนาคาร ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพิ่มโดยในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับเพิ่มอีก 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ย เอ็มแอลอาร์ อยู่ในระดับ 7% อัตราดอกเบี้ยเอ็มโออาร์ และ เอ็มอาร์อาร์ อยู่ในระดับ 7.25% มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทั่วไปจะปรับขึ้นอีกประมาณ 0.50-0.75% เพื่อให้เท่ากับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ คือธนาคารไทยพาณิชย์ โดยภายหลังปรับขึ้นดอกเบี้ย แล้วเงินฝากประจำ 3 เดือน จะมีอัตราดอกเบี้ย 2.50%,เงินฝากประจำ 6 เดือนอยู่ในอัตรา 2.75%, เงินฝากประจำ 12 เดือนอยู่ในอัตรา 3.00%, อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 24 เดือน อยู่ในอัตรา 3.75% และเงินฝากประจำ 36 เดือนอยู่ในอัตรา 4.00% โดยจะมีผลตั้งแต่ 17 ม.ค.นี้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|