ซีลวาเนียชี้ตลาดหลอดไฟแข่งดุ หวังเป้าโต15%-โฟกัสเวียดนาม


ผู้จัดการรายวัน(11 มกราคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ซีลวาเนียชี้ตลาดหลอดไฟรวมปีนี้แข่งดุมากขึ้น เหตุหน้าใหม่เข้าตลาดใช้กลยุทธ์ราคาสร้างรายได้ ชี้ต้นทุนพุ่ง ยันเป้าเติบโตปีนี้ 15% พร้อมทุ่มตลาดส่งออกมากขึ้นจากเดิม สัดส่วนรายได้ 10% โฟกัสตลาดเวียดนาม

นายปูมเทพ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีลวาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหลอดไฟโดยรวมในปีนี้จะมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้ว โดยจะมีผู้ประกอบการแบรนด์ใหม่ๆ เข้าตลาดโดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาเข้ามาสร้างยอดขาย ขณะเดียวกันรายใหญ่ที่มีอยู่แล้วก็จะทำการตลาดมากขึ้น เช่นกรณีของค่ายพานาโซนิคที่เดิมเป็นเนชั่นแนลก็เพิ่งเริ่มทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว

นอกจากนั้นต้นทุนดำเนินการของผู้ประกอบการก็ยังสูงขึ้นเป็นผลต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วทั้งค่าน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าต้นทุนด้านการ ขนส่ง และอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดประหยัดไฟที่ทุกบริษัทจะต้องนำเข้าจากจีน ซึ่งซีลวาเนียก็เช่นกันต้องนำเข้าจากโรงงานของซีลวาเนียในจีน ส่วนผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าอื่นๆ ของซีลวาเนีย เช่น หลอดเอชไอดี หลอดฟลูโอเรสเซ็นส์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามจากการแข่งขัน ที่มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำตลาดหนักขึ้นเช่นกัน จะยิ่งช่วย ส่งผลให้ตลาดโดยรวมเติบโตขึ้นด้วย ประมาณ 10% ในปีนี้ จากปีที่แล้วที่มูลค่าตลาดรวมหลอดไฟมีประมาณ 4,000 ล้านบาท และตลาดรวมโคมไฟมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นจำนวนมากทั้งศูนย์การค้า ค้าปลีก อาคารสำนักงาน หมู่บ้าน โรงงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้ปริมาณการใช้เพิ่มมากขึ้นด้วย

ในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นอีก 10-15% จากยอดขายปีที่แล้วที่ทำได้รวม 600 กว่าล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีก่อนหน้า 10% โดยสัดส่วนยอดขายของ บริษัทฯมาจากผลิตภัณฑ์โคมไฟ 40% และหลอดไฟต่างๆ 60% (แบ่งเป็นจากหลอดไฟประหยัดพลังงาน 40% และหลอดไฟทั่วไป 60%) ซึ่งยอดขายในปีนี้คาดว่าจะมาจากตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 10% จากยอดขายรวม เพิ่มจากปีที่แล้วที่มีสัดส่วน 5% มองไปที่ตลาดอินโดจีนและประเทศใกล้เคียง โดยจะเน้นหนักตลาดเวียดนามที่มีการเจริญเติบโตมากที่สุด

ปัจจุบันซีลวาเนียมีส่วนแบ่งในตลาดหลอดไฟประหยัดพลังงาน 15% โดยมีฟิลิปส์เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งกว่า 40% จากมูลค่าตลาดมากกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลอดไฟประหยัดพลังงานนั้น ซีลวาเนียมีส่วนแบ่ง 20% เป็นอันดับที่สองรองจาก ฟิลิปส์ที่มีส่วนแบ่งกว่า 40% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 800 ล้านบาทและซีลวาเนียมีส่วนแบ่งทางการตลาดโคมไฟประมาณ 20% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 1,000 ล้านบาท

นายปูมเทพกล่าวต่อว่า ในปีนี้จะใช้งบทางด้านการตลาดเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปตามยอดรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยใช้ 10% จากยอดขายประมาณ 600-700 ล้านบาทหรือประมาณ 60-70 ล้านบาท โดยจะให้ความสำคัญกับการบุกหนักตลาดทุกช่องทางที่ทำอยู่ 3 ช่องทางหลักคือ 1. ช่องทางรีเทล ร้านค้าปลีกทั่วไป 2. ช่องทางร้านค้าส่ง 3. ช่องทางโครงการ ซึ่งแต่ละช่องทางมีสัดส่วนรายได้พอๆ กันประมาณ 30%

ล่าสุด ซีลวาเนียได้ออกแคมเปญใหม่ เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปี 2549 ใช้ชื่อว่า มั่ง มี ศรี สุข โดยได้นำหลอดไฟทรงเกลียว รุ่นใหม่ล่าสุดชื่อ มินิ ทวิสเตอร์ ซึ่งก็เป็นนวัตกรรมของหลอดประหยัดไฟ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในปัจจุบัน เป็นหลอดประหยัดไฟทรงเกลียวที่ให้ความสว่างกว่าหลอดตะเกียบแบบเดิมๆ ถึง 10% และกินไฟน้อยกว่าหลอดไส้ 80% โดย 1 แพกจะบรรจุหลอดประหยัด ไฟ มินิ ทวิสเตอร์ ขนาด 11 วัตต์ (ให้ความสว่างเท่กับหลอดไส้ขนาด 60 วัตต์) จำนวน 4 หลอด ในราคา ขาย 484 บาท (เฉลี่ยหลอดละ 121 บาท ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าหลอดเดี่ยวเมื่อวางจำหน่ายในท้องตลาด) ซึ่งมีให้เลือกทั้งสีเดย์ไลต์ (แสงขาว)

สำหรับการใช้งานในสถานที่ที่ต้องการความกระฉับกระเฉง และสีวอร์มไวต์ (แสงเหลือง) เมื่อต้องการสร้างบรรยากาศอบอุ่น นุ่มนวล โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ วันที่ 4 มกราคมนี้เป็นต้นไป


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.