|

แพรนด้ารุกตปท.ร่วมทุนโครลล์ลุยเครื่องประดับเงิน
ผู้จัดการรายวัน(11 มกราคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
แพรนด้า จิวเวลรี่ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ประกาศร่วมลงทุนกับโครลล์จากเยอรมนีจัดตั้งบริษัทใหม่ เน้นผลิตและขายเครื่องประดับเงิน คาดเปิดตัวแบรนด์อินเตอร์ได้ในก.พ.นี้ ส่วนพรีม่าโกลด์ในไทยเตรียมทุ่มงบ 50 ล้านบาทขยายสาขา 3 แบรนด์ พรีม่าโกลด์, พรีม่าไดมอนด์ และเซ็นจูรี่ โกลด์ พร้อมอัดงบการตลาด 20 ล้านบาท เชื่อว่าราคาทองในช่วงตรุษจีนปีนี้จะไม่มีการปรับขึ้นแบบหวือหวา หลังจากที่ผ่านมาราคาทองเพิ่ม 8-10% ด้านตลาดส่งออกเตรียมรุกมากขึ้น คาดยอดขายปีนี้โตขึ้น 15%
นางปราณี คุณประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องประดับเพชรและทอง แบรนด์แพรนด้า, พรีม่าโกลด์, พรีม่าไดมอนด์ และเซ็นจูรี่ โกลด์ เปิดเผยถึงแผนการ ดำเนินธุรกิจว่า บริษัทฯได้มีการร่วมลงทุนกับบริษัท โครลล์ (Kroll) ของประเทศเยอรมนี จัดตั้งบริษัท Pranda & Kroll GmbH & Co.KG ที่เยอรมนี ในสัดส่วนการลงทุนแบ่งเป็นบริษัท แพรนด้า 51% และโครลล์ 49% ซึ่งการเปิดบริษัทใหม่นี้เบื้องต้นจะทำการผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับที่ผลิตจากเงิน ขณะที่การบริหารงานจะแบ่งเป็นบริษัทแพรนด้าฯผลิตสินค้า และบริษัทโครลล์เป็นผู้ทำตลาดให้
สำหรับสินค้าแรกที่จะทำตลาดร่วมกับพันธมิตรจะเป็นแบรนด์อินเตอร์ที่จะมีการเปิดตัว อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์นี้ลักษณะสินค้าจะเป็นเครื่องประดับเงินภายใต้คอนเซ็ปต์ โมเดิร์น ซิลเวอร์ ซึ่งสินค้าไลน์ใหม่นี้จะเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่แนวเทรนดี้หรือตลาดบนที่นิยมเครื่องประดับเงิน ซึ่งเบื้องต้นจะเปิดตลาดในประเทศเยอรมนีก่อน จากนั้นจึงขยายตลาดไปประเทศอื่น เช่น นอร์เวย์, ฮอลแลนด์, ออสเตรีย และตะวันออกกลาง, อเมริกา ญี่ปุ่นและไทย ซึ่งการร่วมมือจะเป็นในรูปแบบร่วมกับพันธมิตรในแต่ละประเทศ
พรีม่าโกลด์ทุ่มงบ 50 ลบ.ขยายสาขา 3 แบรนด์
นางสาวรุ่งนภา เงางามรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทในเครือแพรนด้า เปิดเผยว่าแผน การลงทุนในปีนี้บริษัทฯเตรียมใช้งบประมาณกว่า 40-50 ล้านบาทในการขยายสาขาเพิ่มให้กับ 3 แบรนด์ แบ่งเป็น แบรนด์พรีม่าโกลด์ 3 สาขาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เช่น ที่เซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา และโรบินสันในต่างจังหวัด จากปัจจุบันมีเคาน์เตอร์ 40 แห่ง ซึ่งสาขาล่าสุดที่เปิดที่สยามพารากอนจะเป็นในลักษณะชอปที่จำหน่าย สินค้ามทั้งพรีม่าโกลด์, พรีม่า ไดมอนด์และพรีม่าอาร์ต ภายใต้งบลงทุนชอปละมากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนงบลงทุนเคาน์เตอร์ปกติในแต่ละสาขาใช้ประมาณ 3-4 ล้านบาท
ส่วนพรีม่า ไดมอนด์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพชร ปัจจุบันมี 10 สาขา ปีนี้บริษัทฯจะรุกตลาดเพชรมากขึ้นและคาดว่าจะเพิ่มสาขาอีก 5 ชอปขึ้นไป ภายใต้งบลงทุนรวม 20 ล้านบาทหรือ เคาน์เตอร์ละ 3 ล้านบาท ส่วนแบรนด์เซ็นจูรี่ โกลด์ที่จำหน่ายทอง 96.5 ปีนี้จะมีการทำตลาดชัดเจนมากขึ้น โดยมีแผนขยายเพิ่มอีก 5 สาขา จากปัจจุบันมี 7 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 20 ล้านบาท
"ปี 2549 นี้บริษัทฯเตรียมใช้งบการตลาดให้ 2 แบรนด์ ได้แก่ พรีม่าโกลด์ และพรีม่าไดมอนด์รวมเกือบ 20 ล้านบาท โดยจะมีการ นำเสนอคอลเลกชันใหม่ออกมาปีละประมาณ 3-4 ครั้ง เช่น เตรียมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ในงานบางกอกเจมส์ รวมถึงจะเน้นการทำกิจกรรม ส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ปีที่แล้วเน้นลงทุนด้านวิจัยแบรนด์เป็นหลัก มาปีนี้จะใช้งบไปที่การส่งเสริมการขายและโฆษณาประชาสัมพันธ์แทน"
เล็งรุกตลาดอินเดียหนักปีนี้
ด้านตลาดต่างประเทศ ในปีนี้บริษัทฯมีแผนขยายแบรนด์พรีม่าโกลด์ไปยังในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากเชื่อมั่นในสินค้าทอง 99.99 ที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทฯมีส่งออกพรีม่าโกลด์ไปกว่า 13 ประเทศ โดยปีนี้ประเทศ ที่บริษัทฯจะรุกตลาดมากขึ้น คือ อินเดียเนื่อง จากตลาดอินเดียมีการบริโภคทอง 22 เค แต่ทอง ที่บริษัทฯจะนำไปเสนอขายจะเป็น 24 เคเบื้องต้น ปีแรกคาดว่าจะมีตัวแทนจำหน่าย 40-50 ราย โดยสัดส่วนรายได้ส่งออกปีนี้คาดว่าจะโต 40% จากรายได้ปี 2548 ที่มีประมาณ 155 ล้านบาท
ราคาทองช่วงตรุษจีนนี้ไม่หวือหวา
นางสาวรุ่งนภากล่าวด้วยว่า ตลาดทองรูปพรรณในปีนี้ ราคาทองยังมีความผันผวนอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดทองคำโลก และสถานการณ์วุ่นวายจากภูมิภาคต่างๆ ของโลก รวมถึงความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและความต้องการใช้ทองคำมีมากขึ้น ตรงนี้ทำให้ราคาทองในปีที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาราคาทองมีการปรับเพิ่มขึ้น 8-10% และเชื่อว่าราคาทองในช่วงตรุษจีนปีนี้จะไม่มีการปรับขึ้นแบบหวือหวา ปัจจุบันราคาทองรูปพรรณในประเทศอยู่ที่บาทละ 10,200 บาท (ไม่รวมค่ากำเหน็จ)
ในด้านกำลังซื้อของลูกค้าในปีที่แล้วต่อทอง 96.5และทองรูปพรรณ พบว่ากำลังซื้อลดลง 30-40% แต่ในส่วนของพรีม่าโกลด์ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเป็นทอง 99.9 และลูกค้าที่มาซื้อมีกำลังซื้อที่สูง ส่วนทอง 96.5 ที่บริษัทฯขายก็มีดีไซน์ที่ไม่เหมือนทองทั่วไปอย่างที่เยาวราชจึงไม่ได้รับผลกระทบมาก
สำหรับยอดรายได้ปีนี้บริษัทแพรนด้าฯปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 15% จากปี 2548 ที่มีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นรายได้ในประเทศ 10% ส่วนยอดขายบริษัทพรีม่าโกลด์ปีนี้คาดว่าจะโต 15% จากปี 2548 ที่มีผลประกอบการ 500 ล้านบาทและมีอัตราการเติบโต 20% แบ่งเป็นพรีม่าโกลด์ 70% พรีม่าไดมอนด์ 28% และที่เหลือพรีม่าอาร์ต ปัจจุบันพรีม่าโกลด์ยังเป็นผู้นำในตลาดทองคำรูปพรรณ 99.9% ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 60%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|