3 สมาคมฟันธง! ปี‘49 ค้าขายไทย-จีนเฟื่อง


ผู้จัดการรายสัปดาห์(9 มกราคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

3 บิ๊กสมาคมค้าไทย-จีน ฟันธง ปีหน้า 2549 การค้าระหว่างไทย-จีนเฟื่องสุด ๆ เนื่องจากเศรษฐกิจแดนมังกรพุ่งไม่หยุด ส่วนปีนี้ที่มีการเซ็นสัญญาร่วมมือการค้าก็จะเริ่มดำเนินการในปีหน้าเช่นกัน ชี้ รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียน-กีฬา ข้าว ยางพารา ธุรกิจนำเข้าส่งออกดาวรุ่งปีหมา

ประพันธุ์ สันธยาติ ผู้จัดการหอการค้าไทย-จีน

ปี2549 คิดว่าเศรษฐกิจจีนจะยิ่งเติบโตยิ่งขึ้น เพราะจีนเป็นเพื่อนบ้านกับอาเซียน และเป็นประเทศที่มีพลังด้านภูมิภาคเอเชีย เมื่อไทยมีความสัมพันธ์กับจีนเหมือนพี่น้อง โอกาสที่เศรษฐกิจจีนเติบโตขึ้น เศรษฐกิจไทยก็จะก้าวขึ้นไปด้วยก็มีอยู่มาก เพราะถึงแม้จะทำการค้ากับจีน แต่จีนก็ชัดเจนว่าไม่ใช่คู่แข่งกับประเทศทางอาเซียนด้วยกัน

อย่างไรก็ดี ปีนี้ในโอกาสที่ไทยจีนมีสัมพันธ์ทางการทูตกันมาครบ 30 ปี ได้ทำให้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนได้เดินทางไปเจรจาความร่วมมือในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ในปีหน้าไทย-จีนจะยิ่งมีการทำธุรกิจร่วมกันมากขึ้น

สำหรับหอการค้าไทย-จีน ขณะนี้มีสมาชิกเป็นพันคน ส่วนกรรมการที่เป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคมก็มีเป็นร้อยคน อีกทั้งทางรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศก็ให้ความสนับสนุนในการที่จะให้สมาชิกได้ติดต่อทำการค้าการขายกันอย่างต่อเนื่อง ในปีหน้าจึงเชื่อว่าบทบาทของหอการค้าไทย-จีนที่เปรียบเสมือนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกันในปีหน้ามีความเข้มแข็งมากขึ้นไปด้วย

บุญยงค์ ยงเจริญรัฐ นายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ ไทย-จีน

จีนเป็นประเทศที่น่าลงทุน ไม่ใช่ปีหน้าแค่ปีเดียวแต่เป็นตลอดไป ทั้งคนไทยก็ติดต่อทำการค้ากับจีน ส่วนจีนเองก็พยายามเข้ามาบุกเบิกทำการค้าในไทย

ส่วนแนวโน้มปีหน้าการค้าไทย-จีนดีขึ้นแน่นอน เนื่องจากผู้ใหญ่ของจีน คือมาดามอู๋อี๋ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ตอนที่มาไทยก็พูดชัดเจนกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าปีนี้จะให้การค้าดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ปีหน้าก็ต้องให้ดีกว่าปีนี้

ปีนี้ไทยกับจีนยังมีการเซ็นสัญญาไปหลายฉบับ ที่จะมีการพยายามผลักดันให้เกิดการทำการค้าการขายร่วมกัน และสัญญาที่เซ็นไปหลายสัญญาก็จะเริ่มเกิดขึ้นในปีหน้า เพราะฉะนั้นการค้าไทย-จีน ปีหน้าจะดีกว่าปีนี้แน่นอน

อย่างไรก็ดีต้องนับว่าคนไทยที่ไปลงทุนในจีนนั้น ยังมีน้อยกว่าคนจีนที่จะมาลงทุนในไทย ซึ่งคนจีนที่มาลงทุนในไทยส่วนใหญ่ก็จะมาลงทุนในธุรกิจโรงงาน ที่มาแล้วก็มีโรงงานผลิตยางพารา โรงงานประกอบรถจักรยานยนต์ โรงงานเครื่องอะหลั่ย โรงงานเครื่องไฟฟ้า

โดยจะมีคนจีนมาลงทุนในธุรกิจเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากคนจีนต้องการย้ายฐานการผลิตบางส่วนมาที่เมืองไทย ทั้งอุตสาหกรรมหนักและเบา เพราะเมืองไทยเป็นประตูสู่เอเชีย คนจีนสามารถกระจายสินค้าได้มากขึ้น ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือลดต้นทุนการขนส่งได้มาก เช่น บริษัท TCL ที่ผลิตเครื่องไฟฟ้าก็มาตั้งโรงงานผลิตในไทย

สำหรับทางสมาคมฯ เอง ที่ถือว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนักธุรกิจไทยและนักธุรกิจจีน ปลายปีนี้ก็มีติดต่อเข้ามามากว่าอยากทำการค้าขายระหว่างกัน

โดยธุรกิจดาวรุ่งในไทยที่จีนอยากมาลงทุนเพิ่ม ประกอบด้วย โรงงานทำรองเท้า เสื้อผ้า อัญมณี เครื่องประดับ และที่มีคนติดต่อมามากที่สุดก็คือโรงงานเครื่องเขียน เครื่องกีฬา

วิกรม กรมดิษฐ์ รองประธานสภาธุรกิจไทย-จีน

เงินในกระเป๋าจีนมี 7.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา เวลานี้จึงนับว่าคนจีนรวยมาก เมื่อจีนรวยขึ้น จำนวนการค้าการขายระหว่างไทยกับจีนก็เพิ่มขึ้นด้วย

การทำธุรกิจการค้าระหว่างไทยกับจีนในปีหน้า จึงคิดว่าจะมีความคึกคักมาก ประกอบกับเศรษฐกิจจีน ดูแล้วยังคงเติบโตต่อไปได้อีก แม้จะมีแรงกดดันให้ปรับค่าเงินหยวนจากสหรัฐอเมริกา แต่ก็เชื่อว่าจีนจะมีจีดีพีสูงถึง 8.5-9% แถม 9 เดือนแรกของจีนในปี 48 นี้ยังได้ดุลจากสหรัฐอเมริกาถึง 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

จีนขณะนี้จึงต้องการที่จะดึงดูดต่างชาติเข้าไปลงทุนในจีนมาก รวมทั้งไทยด้วย อย่างเฉินตูเวลานี้ มีการทำถนนให้ดีขึ้นมามาก ก็มีมาชวนผมให้ไปลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรมที่เฉินตู และเชิญนักธุรกิจอื่นให้ไปลงทุน

ส่วนธุรกิจดาวเด่นที่คนไทยสามารถส่งสินค้าไปขายจีนได้ ก็มียางพารา อาหารกระป๋อง สินค้าเกษตรเขตร้อน เช่นมะม่วง ทุเรียน ข้าวหอมมะลิ จะขายได้ดีมาก โดยเฉพาะทุเรียนแปรรูป คนจีนนิยมมาก

นอกจากนี้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนยังมีข้อตกลงกันว่าจะผลักดันให้คนจีนมาเที่ยวไทยมากขึ้น โดยภายใน 5 ปีจะทำให้คนจีนมาเที่ยวเมืองไทย 4 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันที่มีคนจีนมาเที่ยวเมืองไทย 1 ล้านคนต่อปี

ประกอบกับการที่จีนกำลังมีผลิตภัณฑ์กว้างขึ้นไป กำลังซื้อมาก ขนาดก็เพิ่มขึ้น กำลังการผลิตก็มาก จะยิ่งทำให้คนไทยขายของให้คนจีนได้มากขึ้นด้วย และจีนก็จะเป็นตลาดที่ทั้งซื้อทั้งขายให้คนไทยได้อย่างมหาศาล


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.