แอมเวย์ กระตุ้นยอดขาย ทุ่ม 700 ล้าน สร้างคน ขยายสาขา ออกโฆษณา


ผู้จัดการรายสัปดาห์(9 มกราคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

แอมเวย์ทุ่ม 700 ล้านบาท รุกตลาด หวังกระตุ้นยอดขายให้เติบโตหลังจากยอดตกไป 3% ในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ยังคงไฮไลท์ไปที่สินค้ากลุ่มสุขภาพเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรแกรมพัฒนานักธุรกิจแอมเวย์รุ่นใหม่ให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการโฆษณาผ่านสื่อมากขึ้น โดยใช้งบกว่า 80 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบอีก 100 ล้านบาท พัฒนาระบบไอทีและขยาย "แอมเวย์ ช็อป" อีก 3 สาขา

คำกล่าวที่ว่าธุรกิจขายตรงมักมีการเติบโตแม้เศรษฐกิจจะไม่ดีเนื่องจากประชาชนต่างหารายได้เสริมซึ่งส่วนหนึ่งก็หันหน้าเข้าหาธุรกิจขายตรง ดูเหมือนจะไม่เป็นจริงเสมอไป โดยเห็นได้จากผลประกอบการของแอมเวย์ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา (ส.ค.47-ก.ย.48) ที่มียอดขายลดลง 3% คิดเป็นมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท โดยแอมเวย์ปิดยอดขายได้ที่ 8,990 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทแม่คือ อัลติคอร์ สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 3.6% คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,400 ล้านดอลลาร์ โดยประเทศที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทสูงสุด 5 อันดับแรกคือ จีน ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ และไทย

แอมเวย์ประเทศไทยต้องคิดหนักในการหากลยุทธ์ใหม่ๆเพื่อท้าทายภาวะเศรษฐกิจในปี 2549 นี้ แม้ ปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ แอมเวย์ (ประเทศไทย) จะออกมาให้ทัศนะในเชิงบวกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแอมเวย์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยแต่ละปีโตเฉลี่ยเกือบ 100% เมื่อฐานมีขนาดใหญ่จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องมีการปรับฐานกันบ้าง

ปกติแล้วรอบบัญชีของแอมเวย์จะเริ่มต้นที่เดือนสิงหาคมและสิ้นสุดในเดือนกันยายนปีถัดไป แต่ในปีนี้แอมเวย์มีแผนที่จะปรับรอบบัญชีใหม่ตามปฏิทินคือเริ่มที่เดือนมกราคมและสิ้นสุดที่เดือนธันวาคม โดยจะมีการรวม 3 เดือนสุดท้ายของปี 2548 เข้าไปอยู่ในรอบบัญชี 2549 นั่นหมายความว่าสมาชิกจะมีโอกาสในการสร้างยอดขายได้สูงกว่าเพราะมีเวลาถึง 15 เดือนก่อนจะปิดงวดบัญชี จะว่าไปแล้วก็เป็นเหมือนของขวัญปลอบใจจากความผิดพลาดในปีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องขวัญและกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจขายตรงเนื่องจากคีย์ซักเซสมาจากบุคลากรที่เป็นสมาชิก

แม้ในปีที่ผ่านมาแอมเวย์ประเทศไทยจะมียอดขายที่ลดลงแต่ก็ยังมีสินค้าบางกลุ่มที่มีการเติบโตโดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ ในขณะที่เครื่องสำอางมียอดขายที่ลดลง

อย่างไรก็ดีสินค้าภายใต้แบรนด์ นิวทริไลท์ซี่งเป็นอาหารเสริมสุขภาพ และแบรนด์อาทิสทรี ซึ่งเป็นเครื่องสำอาง ยังคงเป็น 2 แบรนด์หลักที่สร้างรายได้ให้กับแอมเวย์คิดเป็นสัดส่วน 60% ของยอดขายทั่วโลก ดังนั้นในปีนี้แอมเวย์ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ทั้ง 2 ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนานักธุรกิจอิสระรุ่นใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันแอมเวย์ ประเทศไทย มีสมาชิกแอ็คทีฟกว่า 280,000 ราย โดยเป็นคนรุ่นใหม่วัย 18-25 ปี ประมาณ 30%

แนวทางที่แอมเวย์จะสร้างนักธุรกิจอิสระรุ่นใหม่ไปสู่ความเป็นมืออาชีพคือการอบรมสัมมนา พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ พร้อมนำกลยุทธ์ในการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าระดับลึก (RM : Relationship Management) มาใช้มากขึ้นเพื่อให้นักธุรกิจอิสระของแอมเวย์มีแนวทางในการดำเนินงานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะรวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าตลอดจนการลดจดด้อยและเสริมจุดแข็งให้กับตัวนักธุรกิจอิสระเอง ซึ่งปกติที่ผ่านมาแอมเวย์จะเน้นการสัมมนาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้ามากกว่า

นอกจากนี้แอมเวย์ยังอัดฉีดงบการตลาดเกือบ 700 ล้านบาทในปีนี้ โดยงบส่วนใหญ่กว่า 500 ล้านบาท ถูกใช้ในเรื่องของการสร้างแรงจูงใจ หรือ อินเทนซีฟ เช่น การจัดทริปพานักธุรกิจที่สร้างยอดขายได้ตามเป้าไปพักผ่อนพร้อมดูงานแอมเวย์ในต่างประเทศ ถัดมาเป็นงบสำหรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ระบบโปรแกรมการวิเคราะห์ตลาด รวมถึงใช้ในการขยายสาขาของ "แอมเวย์ ช็อป" อีก 3 แห่งที่สมุทรปราการซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนอีก 2 สาขาจะอยู่ที่ ถนนพระราม 2 และจังหวัดอยุธยา โดยปัจจุบัน "แอมเวย์ ช็อป" มีสาขาทั้งหมด 39 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการปรับโฉมสาขาเก่าลางแห่งที่ให้บริการมานานแล้ว

และสุดท้ายเป็นงบสำหรับการสื่อสารการตลาด 80 ล้านบาท ซึ่งปกติแล้วแอมเวย์จะไม่ค่อยมีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ แต่ที่ต้องทำในปีนี้ก็เพื่อผลักดันให้แบรนด์แอมเวย์และแบรนด์อื่นๆในครือเป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น

อย่างไรก็ดีนอกจาก 2 แบรนด์หลักอย่าง อาทิสทรี และนิวทริไลท์ ที่ทำยอดขายสูงสุดให้กับแอมเวย์แล้ว ก็ยังมีสินค้าอื่นๆที่จะช่วยผลักดันยอดขายของแอมเวย์ให้เติบโตขึ้นไม่ว่าจะเป็นสินค้าพื้นฐานอย่างผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างรถ และยังมีการนำเครื่องกรองอากาศรุ่นที่ 2 ภายใต้แบรนด์ Atmosphere เข้ามาทำตลาดในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้แอมเวย์ทำตลาดเครื่องกรองอากาศภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ แอร์ ทรีทเมนต์ ซิสเต็ม (เอทีเอส) นอกจากนี้ยังมีการทำโปรโมชั่นเพื่อเอาใจลูกค้าเก่าของแอมเวย์ด้วยการรับซื้อคืนเครื่องกรองน้ำแอมเวย์ โดยให้มูลค่ากว่า 5,000 บาท เป็นส่วนลดในการซื้อเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่ e-Spring โดยหวังว่าลูกค้าเก่ากว่า 30% หรือคิดเป็น 40,000 รายจะสนใจแคมเปญดังกล่าว

ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายและอาจทำให้แอมเวย์ต้องเหนื่อยกว่าที่ผ่านมา เพราะภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นล้วนแต่เป็นต้นทุนของนักธุรกิจแอมเวย์ในอันที่จะต้องพบปะพูดคุยเพื่อรักษาลูกค้าเก่าและหาสมาชิกใหม่

การเติบโตที่เคยเกิดขึ้นปีละ 100% ในช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้คงเป็นเรื่องยากสำหรับแอมเวย์ ณ ปัจจุบัน ดังนั้นการวางเป้ายอดขายในปีนี้จึงไม่สูงมากนัก โดยแอมเวย์คาดหวังว่ากลยุทธ์ต่างๆดังกล่าวข้างต้นจะผลักดันให้บริษัทมียอดขายในปีนี้ 9,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเติบโตถึง 10,000 ล้านบาทในอนาคตอันใกล้นี้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.