|

UBER SEXUAL เทรนด์ผู้ชายรุ่นใหม่ หนุ่มนิ้ง...ปิ๊งกว่าเดิม
ผู้จัดการรายสัปดาห์(9 มกราคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ผู้ชายสมัยนี้ไม่ธรรมดาจริง....จริ๊ง ขณะที่กระแสเมโทรเซ็กชวลยังร้อนเร่าสะเด่าทรวง หนุ่มๆของเราก็สร้างเทรนด์ใหม่ให้ได้ฮือฮาอีก คราวนี้มาในมาดของ UBER SEXUAL ...มาดชายแท้ ไม่มีแอบจิต หลายสินค้าเร่งศึกษาพฤติกรรมชายกลุ่มนี้กันจ้าละหวั่น หวังจับตลาดนี้ให้อยู่หมัด เพราะพฤติกรรมต่างจากชายสำอางชนิดคนขั้ว
นักการตลาดในโลกปัจจุบัน ให้ความสนใจกับกลุ่มลูกค้าผู้ชายกันมากขึ้น เพราะเห็นว่ายังมีโอกาสทางการตลาดเปิดช่องอยู่มากมาย ที่จะดึงเงินออกจากกระเป๋าหนักๆ ของกลุ่มลูกค้าในกลุ่มนี้ ด้วยเหตุนี้ ความพยายามในการทำนายว่าสไตล์ของผู้ชายในรุ่นต่อไปจะเป็นอย่างไรจึงจะเป็นต้นแบบของบรรดาหนุ่มๆ ให้เอาอย่างหรือเลียนแบบได้
ทฤษฎีล่าสุดที่กล่าวถึงผู้ชายในอุดมคติของผู้ชายด้วยกัน หรือในความฝันที่บรรดาสาวๆ อยากจะพบเห็นก็คือ ผู้ชายกลุ่มเมโทรเซ็กชวล Metro-sexual ที่ได้รับการใช้กันในทางการตลาดมาได้ไม่น้อยกว่า 2 ปีแล้ว โดยที่มีหนุ่มต้นแบบอย่างอันดับ 1 อย่างเช่น เดวิด เบ็กแฮม ครองตำแหน่งติดต่อกันมาตั้งแต่เกิดคำนี้ระบาดในวงการตลาดใหม่ๆ
ส่วนผู้ชายที่ติดอันดับรองๆ ในกลุ่มเมโทรเซ็กชวลก็อย่างเช่น ออรันโด บลูม, อะเดรียน บรอดี, จู๊ด ลอว์, ลีโอนาโด ดิคาบริโอ, สตริง จูเลียน, ริกกี้ มาร์ติน และไรอัน ซีเครส
แต่ในวันนี้ นักการตลาดจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า กำลังจะเกิดการปฏิวัติแนวคิดของต้นแบบผู้ชายที่ถือว่าเลิศเลออีกครั้ง จากกลุ่มเมโทรเซ็กชวลไปยังกลุ่มอื่น ในรุ่นต่อไปที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็น “หนุ่มโมเดิร์น หรือ Modern Man ซึ่งทำให้นักการตลาดต้องเตรียมผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยการกลายพันธุ์ของกลุ่มลูกค้าผู้ชาย ไม่ใช่เพียงแต่การปรับเปลี่ยนทางสรีระหรือชีวภาพเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงบุคลิกภาพ ท่าทาง การดำเนินชีวิต และการทำกิจกรรมที่จะสนับสนุนความฟิตของร่างกายอีกด้วย
จากความพยายามในการศึกษาถึงทัศนคติของลูกค้าและสังคมที่มีต่อ โมเดิร์น แมนในอนาคต พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นแบบอย่างเดวิด เบ็กแฮมถูกล้มตำแหน่งของมิสเตอร์ เพอร์เฟค แมน ไปในที่สุด
ที่จริงคำว่า เมโทรเซ็กชวล ได้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1994 โดยมาร์ค ซิมป์สัน นักต่อต้านวัฒนธรรม ที่อธิบายภาพของคนหนุ่มยุคใหม่หรือ โมเดิร์น แมนว่า
1.ต้องเป็นคนที่พอมีฐานะทางการเงิน และสามารถใช้เงินทองและความร่ำรวย ไปปรนเปรอตนเองให้ดูดีไม่น้อยหน้าสาวๆ ได้
2.อาศัยอยู่ในตัวเมืองหรือย่านเมโทรโปลิส จึงใกล้ดับความเจริญและร้านค้าปลีกหรูที่มีสินค้าแฟชั่นไว้บริการตลอดเวลา และนำสมัยเสมอ มีคลับ ยิม หรือฟิตเนสที่สามารถทำให้ร่างกายดูดี ไม่มีไขมันเผละ พร้อมทั้งร้านเสริมสวยที่ปรุงแต่งให้สรีระภายนอก ดูดีกว่าธรรมดาได้ด้วยครีม โลชั่นมากมาย
นักการตลาดบางคนมองว่า เมโทรเซ็กชวลเป็นกลุ่มผู้ชายที่ดึงเอาฮอร์โมนเพศหญิงขึ้นมาใช้ให้เพิ่มความโดดเด่นของตนเอง และใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเสริมสวย ปรนนิบัติผิวพรรณ อยู่แต่ในร่ม ไม่เคยออกแดด ให้ผิวหยาบ
แต่นักการตลาดอีกส่วนหนึ่งได้ออกมาโต้แย้งว่า เมโทรเซ็กชวลน่าจะเป็นกลุ่มโมเดิร์น แมนที่ประสบความสำเร็จในการปรับตัวเองให้มีภาพลักษณ์ที่เข้ากับเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่มากกว่าทำตัวเป็นเพียงหนุ่มสำอาง ลอยไปลอยมาวัน ๆ หนึ่งอย่างที่หลายคนเข้าใจ และมีนักการตลาดพวกใหม่ออกมานิยามคำใหม่ของโมเดิร์น แมน สไตล์ด้วยคำว่า ยูเบอร์เซ็กชวล (Uber-sexual) พร้อมพยากรณ์ว่าผู้ชายกลุ่มนี้นี่แหละที่จะเป็นอนาคตของผู้ชายในตลาดโลกรุ่นต่อไป และยูเบอร์เซ็กชั่ว จะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ดีอังกฤษทุกกระเบียดนิ้วที่เคยพบเห็นในสังคมในยุค 1970 กลับมาในโลกยุคนี้กันมากขึ้น
Uber-sexual เป็นนิยามใหม่ที่ตั้งใจหมายความถึงลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ชายที่ให้ความสำคัญและนิยามความเป็นผู้ชายว่าต้องมีความเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว หรือทำนองว่าเป็นผู้ชายแบบเพอร์เฟค สมบูรณ์แบบ ไม่มีที่ติ มาจากการแสลงคำว่า Urban man หรือคนเมือง หรือพวกผู้ดีชั้นสูงทำนองนั้น คำว่า Uber จึงหมายถึงความยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นเอง
เมื่อเทียบกับผู้ชายแบบเมโทรเซ็กชวลแล้ว ผู้ชายในแบบใหม่อย่างยูเบอร์เซ็กชวล ที่คาดว่าจะกลับมาปรากฏให้เห็นมากขึ้นจะเป็นที่สนใจของสาวๆ และผู้คนในสังคมที่แวดล้อมรอบกาย มากกว่า ซึ่งไม่ใช่เพราะว่าความโดดเด่นทางด้านสรีระรูปร่างภายนอกเท่านั้น หากเป็นความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป ความเชื่อมั่นในทุกๆ กริยาและกิจกรรมที่ทำอยู่ความสามารถในการคงความเป็นชายชาตรี ไม่ใช่ดูน่ากลัวจะเป็นคุณแอบ (จิต) และมีความสมบูรณ์ในการแสดงออกทุกๆ ลมหายใจเข้าออก
ไม่ว่ากลุ่มยูเบอร์เซ็กชวลจะมาแรงจริงหรือไม่ แต่ตอนนี้วงการตลาดสินค้าผู้ชาย ก็เริ่มทำการสำรวจและวิจัยกันจ้าละหวั่น เพื่อหาทางรู้ได้ว่า ผู้ชายกลุ่มนี้น่าจะใช้ชีวิตอย่างไร ทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง ชอบเล่นกีฬาหรือไม่ และเล่นอะไร กินอาหารแบบไหน ดื่มเครื่องดื่มอะไร และที่สำคัญจะทำให้มาซื้อสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการรายนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง หรือเป็นขาประจำกันได้อย่างไร
ในเมื่อต้นแบบของผู้ชายยุคนี้ ต้องมีเงินมากพอที่จะเนรมิตสิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้หรือเคยเป็นเรื่องยากให้กลับมาง่ายดายเพียงกระดิกปลายนิ้วเท่านั้น
Metro Sexual ยังร้อนในวงการตลาดไม่เลิก
สำหรับ Metro Sexual ที่เคยเป็นกระแสร้อนติดใจตลาดมาแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ความฮอตฮิตก็ยังไม่สร่างซาลงไป มิหนำซ้ำยังร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากหลายสินค้าพาเหรดลงมาจับตลาดกลุ่มนี้กันเพียบ ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ดูแลและจัดทรงผม เครื่องสำอาง สปา จนถึงธุรกิจเสริมสวย
ความเชื่อในอดีตที่ว่า “ธุรกิจเสริมสวย” เป็นธุรกิจที่หากินกับลูกค้าผู้หญิงได้เท่านั้น เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนสนใจหรือกล้าเข้าไปนั่งใช้บริการในร้านเสริมสวย เป็นความเชื่อที่กำลังจะหมดไป เมื่อนักการตลาดพบว่าความนิยมในการเข้าร้านเสริมสวยเพื่อใช้บริการสำหรับตนเองของกลุ่มลูกค้าผู้ชายทำงานออฟฟิศได้เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ดินแดนคาวบอยที่สำบุกสำบัน
การที่ผู้ชายหันมาใส่ใจและยอมเสียเงินมากมายเพื่อใช้บริการเสริมหรือเพิ่มความงามของตนเองในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการที่เข้าไปแต่งหน้าแต่งตา ในแบบของชาวเกย์แต่ประการใด
หากแต่เป็นการใช้บริการ เพื่อปรับปรุงสรีระ ที่จะทำให้ส่วนต่างๆ ที่เป็นสรีระสำคัญของผู้ชาย ในการเข้าสังคมและสังสรรค์กับผู้คน หรือแม้แต่การเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ การเป็นตัวเลือกในการรับมอบหมายหน้าที่ที่สำคัญจากเจ้านายให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม น่าเชื่อถือ และเพิ่มคุณค่าของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นส่วนของใบหน้า ผม เล็บมือ เล็บเท้า ไปจนถึงคิ้วและจมูก
กลุ่มลูกค้าผู้ชายทั้งแท่งที่ทำให้กิจการร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชาย กลายมาเป็นธุรกิจที่ทำท่าจะทำเงินเป็นล่ำเป็นสันในระยะต่อๆไปนั้น เป็นเพราะผู้ชายที่มีสไตล์การดำเนินชีวิตและการแต่งตัวในกลุ่มที่มีนิยามเฉพาะตัวว่า “เมโทรเซ็กชวล” (Metro-Sexual) หรือจะเรียกแบบไทยๆ ว่าผู้ชายสำอาง หรือหนุ่มโดมอน อะไรทำนองนั้น นับวันจะเพิ่มขึ้น ในทำนองเดียวกันค่านิยมและการยอมรับว่าองค์ประกอบทางสรีระของผู้ชาย มีส่วนในการสร้างความก้าวหน้า การยอมรับ ได้เพิ่มความสำคัญในการเพิ่มพูนความมั่นใจเฉพาะตัวว่าจะเกิดการยอมรับตนเองจากผู้คนที่แวดล้อมในสังคมมากขึ้น
สิ่งที่พิสูจน์ว่าผู้ชายสนใจการดูแลผิวพรรณมากขึ้น ก็คือ ในปีที่แล้วการเติบโตของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณสำหรับผู้ชาย เพิ่มขึ้นถึง 13% หรือกว่า 2 เท่าของการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณของผู้หญิง จนคาดกันว่าเฉพาะในสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว จะมีมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณผู้ชายกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2008 หรือในอัตราการเติบโตประมาณ 25% จากปีที่แล้ว
พฤติกรรมการเข้าไปใช้บริการตามร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชาย และการอวดให้เห็นถึงผลงานหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดมาจากการผ่านการเสริมสวยจากร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายในวันนี้กลายเป็นหัวข้อของการสนทนาของกลุ่มเพื่อนพ้อง และไม่ใช่ผู้ชายด้วยกันเท่านั้นที่ใส่ใจ และซักถาม รวมทั้งชื่นชม หากแต่เพื่อนๆผู้หญิงที่มีเพื่อนผู้ชายใช้บริการร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายเป็นประจำก็ยังสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของบุคลิกของสมาชิกในกลุ่มด้วย
โดยปกติการเข้ารับบริการในร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายของเหล่าลูกค้าประจำจะทำกันอาทิตย์เว้นอาทิตย์ และแต่ละครั้งจะใช้เวลานานเป็นชั่วโมงๆ เช่นเดียวกับร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชาย สำหรับลูกค้าผู้หญิง
ร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายในสหรัฐฯ ที่มีชื่อเสียง และมีการแผ่กิจการสาขาของร้านออกไปอย่างรวดเร็ว มากกว่า 15 แห่งแล้ว ชื่อร้าน “American Male” เป็นหนึ่งในหลายร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายที่กำลังเฟื่องฟูในขณะนี้
ส่วนอีกร้านหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ชื่อ “The Art of Shaving” ที่มีสาขากว่า 8 แห่งใน 4 มลรัฐของสหรัฐฯ แล้ว และจะเปิดร้านเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 10 แห่งในปี 2006 นี้
ร้าน สปอร์ต คลิปส์ ออฟ จอร์จทาวน์ ในนครเท็กซัส ที่มีร้านแฟรนไชส์แล้วกว่า 300 แห่ง และอีกร้านหนึ่งที่น่ากล่าวถึงคือ ร้านชื่อ โรสเตอร์ส เมน’ส กรูมมิ่ง เซ็นเตอร์ ออฟ ราวด์ ร็อก ที่มี 13 ร้านในครือข่าย อีก 5 ร้านกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างและตกแต่ง สิ่งที่น่าสนใจและเล่าถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของความเลิศหรูอลังการของการให้บริการเป็นหลัก หากแต่ยังเป็นบรรยากาศ และบริการเสริมมากกว่า
ในการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดของร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชาย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งหนึ่งที่พอจะเห็นได้คือ การทิ้งระยะห่างระหว่างร้านเสริมสวยด้วยกันเอง และกับร้านเสริมสวยสำหรับผู้หญิง
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายก็ต้องแก้ไขจุดอ่อนของลูกค้าให้ได้ เพราะผู้ชายแทบจะร้อยทั้งร้อยไม่ชอบเสียเวลามากมายกับร้านเสริมสวย แม้ว่าจะเป็นร้านที่ทำไว้เฉพาะผู้ชายก็ตาม และหลายคนแพ้กลิ่นของสเปรย์ หรือน้ำยาดัดผมด้วยซ้ำ
ประการแรก เพื่อให้สมกับการให้บริการกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ชาย ร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายจึงอนุญาตให้ลูกค้าใช้บริการตกแต่งเล็บและมือ ที่เรียกว่า Manicure ไปดื่มเบียร์ไฮเนเก้นฟรีไป หรือสูบซิการ์ได้ เพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ ไม่น่าเบื่อหน่ายกับกิจกรรมที่ต้องกินเวลานานเป็นชั่วโมงๆ เช่นนั้น
ประการที่สอง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลความงามและผิวพรรณสำหรับผู้ชายที่มีอัตรากำไรต่อชิ้นสูงมาก ก็เป็นอีกมุมหนึ่งของร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชาย ที่ให้บริการมากกว่าร้านบาร์เบอร์ ชอป สำหรับตัดผมตามปกติ
ประการที่สาม การนำรายการกีฬายอดฮิตมาเปิดทางโทรทัศน์ หรือการเปิดช่องกีฬาให้ชมกันทั้งวัน ทำให้ร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายเป็นสถานที่สังสรรค์ไม่ต่างจากร้านกาแฟ หรือบาร์เบียร์ทั่วไป
ประการที่สี่ สถานที่หรือทำเลที่ตั้งของร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายที่จะทำให้ได้รับความนิยม ยังต้องทำให้ลูกค้าของร้านมั่นใจว่า จะห่างไกล หรือไม่มีโอกาสที่ภรรยาที่บ้านจะหาเจอ หรือนั่งมองตาในร้านเสริมสวยสำหรับผู้ชายตรงกันข้าม
โดยปกติ สนนราคาของการให้บริการ ตั้งแต่การตัดผม การแว็กซ์ขนที่รกรุงรังออกไปการทำและแต่งเล็บ การทำใบหน้า การนวดผ่อนคลายเส้น โกนหนวด ตกประมาณ 20 ดอลลาร์
สิ่งที่น่าจะทำให้ธุรกิจร้านเสริมสวยผู้ชายยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อไป น่าจะมาจากแรงกดดันทางสังคม ที่ว่าผู้ชายก็ต้องดูดี ดูหนุ่มกว่าวัย และออกสไตล์เซ็กซี่นิดน้อย คือ สไตล์หรือคอนเซปต์ ของคนยุคใหม่
ตำราที่ออกมาขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเพื่อให้คำแนะนำในการปรับปรุงตัวเองให้ดูดีขึ้นสำหรับผู้ชายกลุ่ม เมโทรเซ็กชวล คือ The Metrosexual Guide to Style : A Handbook for Modern Man เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าร้านเสริมสวยผู้ชาย น่าจะยังมีอนาคตในอีกหลายปีทีเดียว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|