"แน่นอนว่า ปีนี้คงต้องจัดมากครั้งขึ้น เพราะยิ่งสภาพเศรษฐกิจไม่ดีเราต้องยิ่งกระตุ้นตลาด
อีกอย่างเรามีสินค้าใหม่ คือโซลูน่า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องโปรโมชั่นมากหน่อย"
ผู้บริหารของโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว
การจัดงานโตโยต้า เดย์ เมื่อ 20-22 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้สะท้อนภาพอะไรหลายๆ
อย่าง ที่ไม่เฉพาะโตโยต้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพต่อเนื่องไปยังตลาดรถยนต์เมืองไทยทั้งระบบก็ว่าได้
แม้เพิ่งผ่านพ้นงานมอเตอร์โชว์มาเพียงไม่กี่วัน แต่โตโยต้าก็บอกว่า จำเป็นที่จะต้องจัดงาน
และยอมรับว่าในช่วงงานมอเตอร์โชว์ แม้โตโยต้าจะมียอดจองรถมากกว่าปีก่อน 2%
แต่นั่นก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก
และยอดจองส่วนใหญ่ก็เทไปที่โซลูน่าเป็นหลัก ทำให้รถโตโยต้าอีกหลายรุ่นหมดความน่าสนใจไปมาก
แม้กระทั่งปิกอัพโตโยต้าก็ตาม
ในขณะที่โตโยต้าเปิดตัวโซลูน่าออกสู่ตลาดนั้น ได้สร้างปรากฏการณ์หลายอย่างให้กับวงการ
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครสนใจนักก็คือ พระเอกคนเดิมของโตโยต้า หายไปไหน
โตโยต้า โคโรลล่า พระเอกยอดฮิตที่สุดของตลาด รถยนต์นั่งระดับล่างในตลาดโลกกลายเป็นพระรองไปทันที
สำหรับเมืองไทยเมื่อโซลูน่าเกิดในวงการ
นี่คือปัญหาใหญ่ของโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
ปัญหาที่จะวางระดับชั้นให้ชัดเจนระหว่างรถยนต์โตโยต้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถจับกลุ่มลูกค้าได้ทุกระดับ
เป็นเรื่องที่ดูเหมือนว่าได้ร่างแผนงานหลังจากที่โซลูน่าเข้าไปยึดครองตลาดโคโรลล่าหลายสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
การเปิดโคโรลล่า ซาลูน ก็เพื่อเสริมความต่างให้มากขึ้น แต่ระยะเวลาอันใกล้นี้ในตัวผลิตภัณฑ์โดยรวมระหว่างโคโรลล่า
กับโซลูน่าก็ยังคงต่างกันไม่มาก ดังนั้นจะทำอย่างไรให้กลุ่มลูกค้าชัดเจนหรืออย่างน้อยก็หันมามองโคโรลล่าบ้าง
ไม่ใช่มุ่งไปคลั่งไคล้พระเอกใหม่เพียงผู้เดียว
กลยุทธ์ทางด้านการเงินจึงถูกนำออกมาใช้ และนับเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็น
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย นำยุทธวิธีนี้มาใช้ และเป็นไปได้ทั้งเพื่อกระตุ้นตลาดของตนเองเพื่อความอยู่รอด
หรือรุกคืบเพื่อครองตลาดให้มากที่สุด ในขณะที่คู่แข่งกำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
แต่น่าจะเป็นการสยายปีกเพื่อครองตลาดเสียมากกว่า เพราะล่าสุด รถยนต์นั่งโตโยต้า
ได้ครองตลาดรถยนต์นั่งเมืองไทยมากถึง 46.8% ซึ่งนับเป็นส่วนแบ่งตลาดที่สูงมาก
และเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมากทีเดียวสำหรับคู่แข่ง
ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กำลังจะเข่นฆ่าศัตรู ในทุกสมรภูมิแล้ว
อย่างไรก็ตามการเปิดเกมครั้งนี้ ยังไม่ถือเป็นมาตรการถาวร และวัตถุประสงค์ยังเป็นเพียงช่วงสั้นหรือเฉพาะกิจเท่านั้น
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มุ่งหวังที่จะระบายสต็อกโตโยต้า โคโรลล่า ที่ยังค้างอยู่มากกว่า
1,500 คันเท่านั้น ทั้งนี้เป็นผลมาจากความชัดเจนในระดับชั้นยังไม่เรียบร้อย
สิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยเน้นที่การระบายโตโยต้า โคโรลล่า
ก็คือการเสนอเงื่อนไขในเรื่องอัตราดอกเบี้ยการผ่อนชำระ โดยโตโยต้า โคโรลล่า
อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 6% เท่านั้น ขณะที่รุ่นอื่นๆ จะสูงกว่าราว 2%
แคมเปญลดแลกแจกแถมในช่วงเวลาดังกล่าว โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มุ่งหวังยอดจองไว้ที่
5,000 คัน ซึ่งดูตัวเลขแล้ว ไม่ถือว่ามากมาย และจริงๆ แล้วการกระตุ้นครั้งนี้
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ก็ไม่ได้หวังยอดจองมากนัก แต่เข้าใจว่านอกจากเป็นการระบายสต็อกโคโรลล่าแล้ว
ยังเป็นการวัดอุณหภูมิเสียมากกว่า และเข้าใจว่าภายในปีนี้จะมีแคมเปญเช่นนี้ออกมาอีกหลายครั้ง
ที่ว่าเป็นการวัดอุณหภูมินั้น ก็คือ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กำลังเตรียมแผนการใหญ่ที่จะเข้ามาเล่นสงครามทางด้านการเงินอย่างเต็มรูปแบบ
โดยการหนุนเนื่องจากโตโยต้า ลิสซิ่ง ซึ่งเป็นฐานสำคัญทางด้านการเงิน
การแข่งขันด้วยเงื่อนไขทางด้านการเงินอย่างเต็มรูปแบบ อย่างน้อยต้องอีกไม่ต่ำกว่าครึ่งปี
โตโยต้าถึงจะดำเนินการ
ทำไมต้องรอ ?
การรอนั้นมีเหตุผล โดยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย หวังว่าอีกไม่นานการจัดลำดับชั้นของรถยนต์โตโยต้าด้วยกันเองจะชัดเจนและแทบจะไม่มีการทับชั้นกันเลย
ซึ่งลำดับชั้นนี้จะถูกแบ่งทั้งด้วยราคาจำหน่าย รูปร่างรูปแบบและสมรรถนะของตัวผลิตภัณฑ์
ซึ่งโตโยต้ามั่นใจว่าจะสามารถครอบคลุมได้ทุกระดับตลาด และแน่นอนว่า ไม่มีรุ่นใดถูกยกเลิกไป
สงครามราคาที่หลายค่ายต้องกระอัก และเจ็บปวดกันทั่วหน้า โตโยต้า มอเตอร์
ประเทศไทย ก็คือ ผู้ที่ต้องพลิกเกมรับให้กลายเป็นรุก และเป็นผู้ที่ระเบิดสงครามครั้งนั้นออกมา
สำหรับสงครามเงื่อนไขทางด้านการเงิน หลายปีมาแล้วที่หลายค่ายเริ่มต้นเข้ามาเล่น
ระยะยาวบ้าง สั้นบ้าง แต่ก็ยังสร้างความน่าสนใจได้ไม่มาก
มาครั้งนี้ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กำลังจะย้อนรอยอีกครั้ง
เงื่อนไขทางด้านการเงินจะเป็นสงครามใหญ่อีกครั้ง ที่โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
บรรจงมอบให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทย
ผู้บริหารของโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มักพูดว่า ยักษ์ใหญ่อย่างเราทำอะไรเล็กๆ
ไม่เป็น
อีกไม่นาน คงได้ทราบกันว่าจริงแท้แค่ไหน
แล้วเวลาที่เหลือ ค่ายต่างๆ จะคิดแผนต้านทานได้มากแค่ไหน น่าสนใจจริงๆ