ช้างมุ่งตลาดหุ้นสิงคโปร์


ผู้จัดการรายวัน(4 มกราคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ไทยเบฟฯ ตบเท้าลุยเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์แน่ หลังซีอีโอ ก.ล.ต. สิงคโปร์เดินทางเจรจาในไทยวานนี้ ปลายสัปดาห์ นี้จะยื่นให้บอร์ดพิจารณาก่อนชงเรื่อง ก.ล.ต.ไทย อนุมัติเจ้าสัวน้ำเมา "เจริญ สิริวัฒนภักดี" ระบุเล็งจดทะเบียนทั้งตลาดไทย และสิงคโปร์พร้อมกัน ย้ำปณิธานรุกตลาดต่างประเทศ

นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เจ้าสัวน้ำเมาใน ไทย หรือผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม่โขง แสงโสม และเบียร์ช้าง ฯลฯ เปิดเผย ภายหลังจากที่นายเซียะ ฟูหัว ประธานสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก-ทรัพย์(ก.ล.ต.)จากประเทศสิงคโปร์ พร้อมทีมงาน ดูแลด้านกฎระเบียบเดินทางมาเจรจาเมื่อวานนี้ (3 ม.ค.) อย่างเป็นทางการครั้งแรก เกี่ยวกับการ แสดงความสนใจอยากให้บริษัทไทยเบฟฯ เข้าตลาด หลักทรัพย์ในสิงคโปร์

โดยสรุปผลการเจรจาว่า บริษัทฯ จะเข้าตลาด หลักทรัพย์ในประเทศสิงคโปร์อย่างแน่นอน เหลือเพียงแต่รอให้บอร์ดไทยเบฟฯ พิจารณาเกี่ยวกับการ เข้าตลาดหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ในปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งหากบอร์ดลงมติเห็นชอบ ก็จะทำเรื่องยื่นให้ ก.ล.ต. ไทยอนุมัติทันที โดยเหตุผลที่ต้องให้ ก.ล.ต.ไทยอนุมัตินั้น เนื่องจากเป็นกฎระเบียบที่ ก.ล.ต.ไทยวาง ไว้ โดยก.ล.ต.จะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติก็ได้ แต่มั่นใจว่า เรื่องก.ล.ต. ไทยน่าจะไม่มีปัญหาอะไร

จากนั้นบริษัทฯจะเดินหน้าทำเรื่องเข้าตลาด หลักทรัพย์ในสิงคโปร์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอก จากนี้ ยังได้แสดงความจำนงและยืนยันที่จะนำบริษัทไทยเบฟฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ในไทย เพราะเป็นตลาดที่ได้วางเป้าหมายจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นอันดับ 1 และแม้ว่าจะมีกระแสต่อต้านในไทยหรือช้าแค่ไหนก็จะรอ โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายนำ ไทยเบฟฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งสองประเทศ ขณะที่กฎก.ล.ต. สิงคโปร์ไม่ได้จำกัดสิทธิ์ในการยื่นเข้าตลาดหลักทรัพย์ในไทย

"ถ้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ในไทยได้ก่อนก็จะเข้า หรือถ้าเข้าสิงคโปร์ได้ก่อนก็เข้าทางสิงคโปร์ แต่เรามีความมั่นใจว่าไทยเบฟฯจะเข้าได้ อย่างไรก็ตามปณิธานและทิศทางของการทำตลาดของไทยเบฟฯจากนี้ ต้องการนำเงินตราเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ ก็เพื่อส่งเสริมภาพ-ลักษณ์ในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ" นายเจริญกล่าว

นายเกษมสันต์ วีรกุล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.สิงคโปร์ได้แสดงความสนใจและชักชวนบริษัทไทยเบฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง อย่างไม่เป็นทางการ แต่ครั้งนี้เป็นการเจรจาอย่าง เป็นทางการครั้งแรก ซึ่งเหตุ ผลที่ก.ล.ต.สิงคโปร์ อยากให้บริษัทไทยเบฟฯเข้าตลาดฯเป็นเพราะสิงคโปร์ วางเป้าหมายจะเป็นศูนย์การเงินในภูมิภาคเอเชีย หากบริษัทไทยเบฟฯ เข้าตลาดฯก็จะส่งผลให้มาร์เกตแคปของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นมาก จากปัจจุบันมีมูลค่า ถึง 45 ล้านล้านบาท
สำหรับเนื้อหาสาระการมาประเทศไทยครั้งนี้ มา พูดถึงกฎระเบียบต่างๆที่บริษัทต้องทำ โดยเนื้อหาสาระและกฎระเบียบก็ไม่ได้แตกต่างจากของก.ล.ต. ของไทย นอกจากนี้ ยังได้ยืนยันถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ว่าจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เนื่องจากในตลาดฯมีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นนำด้วยกัน 4 บริษัท

อย่างไรก็ตาม นายเกษมสันต์ ยืนยันว่า ตามกฎหมายระบุชัดเจนว่าหากไทยเบฟฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ก.ล.ต.ไทยก็ต้องอนุญาต โดยทีมก.ล.ต.สิงคโปร์มีความมั่นใจว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่มีปัญหา

เป้าหมายของการเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ในครั้งนี้ เป็นเพราะบริษัทฯต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ รวมทั้งภาพลักษณ์ของบริษัทไทยเบฟฯในต่างประเทศ เพื่อรองรับแผนการทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มรุกตลาดทันทีในภูมิภาคเอเชียภาย หลังจากที่บริษัทไทยเบฟฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากปัจจุบันรายได้หลัก ส่วนใหญ่มาจากภายในประเทศ ส่วนในตลาดต่างประเทศยังมีน้อยมาก "ไทยเบฟฯ ยังยืนยันที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยอยู่ แต่เราไม่อยากไปเร่งภาครัฐ ส่วนเรื่องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 2 แห่ง มองว่าไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย โดยบริษัทสามารถ เทรดได้ทั้งสองตลาดฯทั้งในไทยและสิงคโปร์ ปัจจุบันเราก็ไม่ได้เดือดร้อนในด้านการเงิน แต่การเข้าตลาด หลักทรัพย์เป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทมีความน่าเชื่อถือ และมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้"
พร้อมกันนี้ นายเกษมสันต์ยังได้กล่าวปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องการซื้อหุ้นโออิชิด้วยว่าไม่เป็นความจริง


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.