|

"2 บิ๊ก"เศรษฐกิจฯชี้ศก.ปี 49 ปัจจัยลบเพรียบ-เตือนประชาชนยึดศก.พอเพียง
ผู้จัดการรายสัปดาห์(2 มกราคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ประธานหอการค้า-ประธานสภาอุตฯ ชี้ ปี 49 ปัจจัยลบมากขึ้นกว่าปี 48 แนะประชาชนอยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ส่วนผู้ประกอบการตั้งปรับกลยุทธ์ เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพ คน มากกว่า ลดต้นทุนการผลิต
ปีไก่ผ่านไปเข้าสู่ปีจอ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนอยากทราบกันก็คือ ปี 2549 ที่จะเกิดขึ้นนี้บรรดาผู้ประกอบการต่าง ๆ รวมไปถึงประชาชนควรจะวางแผนหรือกำหนดทิศทางการบริหาร จัดการไปในทิศทางใดเพื่อเตรียมรับกับภาวะเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในปี 2549
หอการค้าเตือนปีหน้าลดฟุ่มเฟือย
ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานหอการค้าไทย ระบุ ว่าสภาวะเศรษฐกิจในปี 2549 จะไม่แตกต่างไปจากปี 2548 แต่ประชาชนทั่วไปควรที่จะลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตไปด้วย เพราะปัจจัย ดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยหลักที่จะเข้าแบ่งเงินในกระเป๋าให้ลดลง แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีทิศทางทรงตัวอยู่ 50-55 เหรียญสหรัฐ / บาร์เรล แต่คาดว่าปัจจัยดอกเบี้ยและเงินเฟ้อจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการวางแผนใช้ชีวิตในอนาคตของคนไทย
"คาดว่า ภาวะอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าเฉลี่ยจะมีอัตราที่สูงขึ้นกว่าปี 2548 ดอกเบี้ยก็อยู่ในอัตราขาขึ้น จึงทำให้การวางแผนใช้ชีวิตในปี 2549 ต้องลดภาระการก่อหนี้เป็นสำคัญ อีกทั้งไม่ควรที่จะมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นในชีวิต เช่นเคยพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี ปีหน้าก็คงต้องหยุดบ้าง เพราะเกรงว่ารายได้จะโตไม่ทันกับรายจ่ายที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ก่อหนี้ ก็ต้องระวังมากยิ่งขึ้น "
อย่างไรก็ตาม ประธานหอการค้ายังมองว่า ภาคเศรษฐกิจโดยรวม มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างดี แม้จะมีบางภาคการผลิตจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่ยังภาคอุตสาหกรรมในประเทศบางตัวน่าสนใจและจะเป็นดาวเด่นในปี 2549
ส่งออกบูมสวนทางอสังหาฯ
สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่น่าสนใจสำหรับปี 2549 นั้น ประมนต์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมส่งออกนั้น คาดว่าไทยจะโตตามประเทศญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจกำลังพลิกฟื้นขึ้นมา ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย น่าจะมีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะอาหารประเภทอาหารแช่แข็งถือว่าเป็นดาวเด่นการส่งออกที่สำคัญในปี 2549 อีกทั้งการได้รับการสนับสนุนจากมาตรการของรัฐบาลที่มีการกระตุ้นการส่งออกมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การลดความยุ่งยากในการติดต่อระหว่างภาครัฐและเอกชน การกระตุ้นให้เอกชน ให้เร่งพัฒนาคุณภาพสินค้า และได้รับปัจจัยบวกเพิ่มจากการได้รับ สิทธิพิเศษ GSP จากสหภาพยุโรปในปีหน้า ยิ่งทำให้ภาคเกษตรส่งออกไทยสดใสมากยิ่งขึ้น
ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมส่งออกอยู่ในภาวะที่อยู่ในขั้นที่ดี เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2549 เกิดจากการสนับสนุนของภาครัฐจึงคาดว่า ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์จะเป็นดาวเด่นในปี 2549 ได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดีการเติบโตของภาคส่งออกและอุตสาหกรรมยานยนต์ จะสวนทางกับภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยดอกเบี้ยในภาวะขาขึ้น และเงินเฟ้อที่เข้ามากระทบเงินในกระเป๋ามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ลูกค้ามีความลังเลใจที่จะซื้อสินค้ามากขึ้นตามลำดับ เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีรายได้เข้ามาทันกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งนำไปสู่การชะลอการตัดสินใจซื้อที่พักอาศัย
"จากเดิมดอกเบี้ยไม่สูง ซื้อบ้านได้ราคา 3 ล้าน แต่พอดอกเบี้ยขึ้นไปสูง ต้องลดยอดซื้อบ้านลงแค่ 1 ล้านกว่าบาท เพื่อให้ยังพอมีกำลังผ่อนส่งในแต่ละเดือนได้"
เมกกะโปรเจกท์ดาบสองคม
ในส่วนของเมกกะโปรเจ็กที่จะมีเม็ดเงินลงทุน 1.7 ล้านบาท ที่จะเกิดขึ้นในปี 2549 นั้น ประธานหอการค้าไทยมองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียที่จะเกิดขึ้น เพราะถ้ามองว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานในอนาคตที่จะเกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีในการกระจายรายได้ แต่ในทางกลับกันถ้าการจ้างงานกระจุกตัวแค่ผู้รับเหมาเพียงรายเดียว การกระจายรายได้ก็คงจะไม่สามารถกระจายไปได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งกังวลในการใช้เงินกู้จากต่างประเทศและการนำเข้าสินค้าไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้ามากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงควรเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า
หากจะมองถึงปัจจัยทางการเมืองเชื่อว่าปี 2549 การเมืองจะมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุน เพราะปี 2548 ทั้งปีนักลงทุนส่วนใหญ่ต่างกำลังรอดูท่าทีภาวะโดยรวม ไม่มีการสต็อกสินค้าอย่างที่เคยเป็นมา แต่คาดว่าในปี 2549 นักลงทุนจะมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น
เช่นเดียวกับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มองว่าปี 2549 สภาพเศรษฐกิจไทยจะไม่แตกต่างจากปี 2548 มากนัก ผู้ประกอบการเองก็ต้องเตรียมรับมือกับปัจจัยลบต่างๆที่จะเข้ามา
สภาอุตฯ คาดปี 49โต 10-12%
ประพัฒน์ โพธิวรกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม คาดในปี 2549 นี้ภาคอุตสาหกรรมไทยจะมีการขยายตัวร้อยละ 10-12% โดยสินค้าอุตสาหกรรมการส่งออกจะดีขึ้น อันได้แก่ กุ้งแช่เย็นแช่แข็ง ไก่แปรรูป อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ด้วยเหตุผลว่า ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกมากขึ้นจากความต้องการที่ยังมีอยู่ของตลาดโลก และภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็คาดว่าจะมีทิศทางการส่งออกที่ดีขึ้นด้วย ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนจะยังคงถูกกดดันทั้งจากราคาน้ำมัน และแนวโน้มการปรับตัวขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศ และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน จะส่งผลให้กดดันต่อการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ประกอบการควรที่จะจับตาสัญญาณเหล่านี้ให้ดีในปี 2549
"ประชาชนทั่วไปควรยึดการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ไม่ใช้จ่ายเกินตัว เพราะปี 2549 ปัจจัยลบต่างๆจะสูงกว่าปี 2548"
เตือนผู้ประกอบการปรับตัวรับปัจจัยลบ
ประธานสภาอุตสาหกรรม ย้ำว่า จะเป็นการดีถ้าผู้ประกอบการไม่ประมาท แม้การส่งออกจะผลดีขึ้นแต่ปัจจัยลบยังคงมีอยู่ ทำให้ผู้บริโภคชะลอตัวการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น อันเนื่องมาจาก ราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ย ผู้ประกอบการจึงควรที่จะปรับตัวเองให้มีความพร้อมรับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในช่วงราคาที่สูงอยู่ อีกทั้งภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ผู้ประกอบการจึงควรมองหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆและไม่ควรที่จะเพิ่มภาระหนี้สินมากเกินไป
นอกจากนั้นผู้ประกอบการควรที่จะปรับกลยุทธ์ด้านการบริหาร จากเดิมที่พยายามลดต้นทุนเพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้กำไรสูง แต่เมื่อต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ผู้ประกอบการควรที่จะเน้นการเพิ่มคุณภาพของบุคลากร เพราะนอกจากจะเพิ่มคุณภาพสินค้าแล้วยัง ลดรายจ่ายอันเนื่องจากความบกพร่องที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย
เผชิญหน้าขาดแคลนแรงงาน
นอกจากปัจจัยลบที่จะเกิดขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยลบอย่างหนึ่งที่ประธานสภาอุตสาหกรรมเป็นห่วงก็คือ การขาดแคลนแรงงานของทุกภาคอุตสาหกรรม อันเนื่องมากจากปี 2549 ไทยจะขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจในทุกภาคอุตสาหกรรม ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์และเมกกะโปรเจ็ก จึงทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือ อีกทั้งเด็กไทยมีค่านิยมที่จะเรียนระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น ดังนั้นจึงขาดแคลนแรงงานในระดับกลาง จบวุฒิ ปวช. ปวส. แม้ทางรัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือโดย นำแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในประเทศไทย เช่นประเทศลาว เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนแรงงานที่จะเกิดขึ้นในปี 2549 เพื่อแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวก็คงต้องมีการประสานงานกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับกลาง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|