|

ยื่นศาลยกเลิกฟฟื้นฟู TPI วันนี้ โอ่กำไรปีนี้ท่วม 6.1 หมื่นล.-ประชัยลังเลคัดค้าน
ผู้จัดการรายวัน(29 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
คลังยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอยกเลิกการฟื้นฟูกิจการทีพีไอวันนี้ (29 ธ.ค.) พร้อมกับนำเงินค่าหุ้นเพิ่มทุนจ่ายหนี้ตามแผนฯ 5.7 หมื่นล้านบาท ทำให้ดอกเบี้ยค้างจ่ายลดลงทันที 1.2 หมื่นล้านบาท คุยฟุ้งปีนี้ทีพีไอมีกำไรสุทธิหลังปรับโครงสร้างหนี้ 6.1 หมื่นล้านบาท มาจากกำไรดำเนินงาน 7,584 ล้านบาท โบ้ยการจ่ายเงินปันผลงวดปี 2548 ขึ้นอยู่กับบอร์ดทีพีไอชุดใหม่ "ประชัย" ขอเวลาพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจะยื่นคัดค้านคำร้องขอออกจากแผนฟื้นฟูฯ ทีพีไอ หรือไม่
พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฯ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ทีพีไอ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (29 ธ.ค.) ผู้บริหารแผนฯ จะยื่นคำร้องเพื่อขอยกเลิกการฟื้นฟูกิจการทีพีไอต่อศาลล้มละลายกลาง หลังจากได้บรรลุเงื่อนไขของแผนฟื้นฟูกิจการฯ ครบถ้วน โดยผู้บริหารแผนฯ จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นทีพีไอทันทีหลังจากศาลฯมีคำสั่งให้บริษัทฯ ออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการ 1 วัน โดยการประชุมผู้ถือหุ้นทีพีไอครั้งนี้จะมีเพียงวาระเดียว คือ แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ไม่เกิน 25 คน โดยกรรมการชุดเดิมจะพ้นวาระ 1/3 ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีกรรมการเหลือเพียง 12 คน
ในวันเดียวกัน บริษัทฯ ได้นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนทีพีไอให้แก่กลุ่มพันธมิตรและผู้ถือหุ้นรายย่อย จำนวน 1,485 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 57,000 ล้านบาท ชำระคืนหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฯ ส่งผลให้ทีพีไอสามารถตัดหนี้ดอกเบี้ยค้างจ่ายจำนวน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 12,000 ล้านบาททันที หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทได้นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นบมจ.ทีพีไอโพลีน ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้หนี้ลดลง 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,205 ล้านบาท
ดังนั้น ทีพีไอได้มีการชำระหนี้เฉพาะเงินต้นให้แก่เจ้าหนี้ในปีนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 70,405 ล้านบาท คงเหลือหนี้อยู่อีก 965 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 38,710 ล้านบาท ขณะเดียวกันทีพีไอมีเงินสดในบัญชีอีก 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้เป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งหลังออกจากแผนฯ โดยทีพีไอจะชำระหนี้ที่เหลือทั้งหมดได้ภายใน 2-3 ปี แต่ล่าสุด บมจ.ปตท. พันธมิตรใหม่มีแผนจะรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนดังกล่าว ทันทีหลังจากได้เข้ามาบริหารงานในทีพีไอ
"ตามที่รัฐได้มีนโยบายให้ผู้บริหารแผนฯเข้าดูแลกิจการทีพีไอ 4 ข้อ คือ บริษัทต้องดำเนินกิจการต่อไป พนักงานต้องไม่ตกงาน เจ้าหนี้ได้รับเงินคืนและลูกหนี้ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งพวกผมทำได้สำเร็จตามความมุ่งหมายทุกประการ ผู้ถือหุ้นเดิมได้ประโยชน์เพราะมูลค่าหุ้นทีพีไอเพิ่มขึ้น พนักงานมีส่วนเป็นเจ้าของกิจการ"
รวมทั้ง ผู้บริหารแผนฯ จะการเซ็นสัญญากับ ดร.ปิติ ยิ้มประเสริฐ ว่าที่ตัวแทนปตท.ที่จะเข้ามาดูแลทีพีไอ ให้เข้ามานั่งเป็นที่ปรึกษาของคณะผู้บริหารแผนฯ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 2549 เป็นต้นไป
พล.อ.มงคลกล่าวว่า ผลการดำเนินงานปีนี้ คาดว่าบริษัทฯ จะมีรายได้รวม 186,079 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและภาษี (EBITDA) 18,763 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิหลังปรับโครงสร้างหนี้รวมทั้งสิ้น 61,359 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงานถึง 7,584 ล้านบาท หลังหักโบนัสที่จ่ายให้พนักงานทีพีไอปีนี้ 5 เดือนแล้ว
มั่นใจ Q1/49 TPI พ้นแผนฟื้นฟูฯ
นางไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ทีมงานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ทีพีไอ กล่าวว่า หลังจากผู้บริหารแผนฯยื่นคำร้องเพื่อออกจากแผนฟื้นฟูฯนั้น ขั้นตอนกระบวนการพิจารณาของศาลจะเปิดให้คณะกรรมการเจ้าหนี้ ผู้บริหารลูกหนี้ รวมทั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) ยื่นคำร้องคัดค้านได้โดยศาลจะนัดไต่สวนหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ซึ่งไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าบริษัทจะออกจากแผนฯ ได้เมื่อใด แต่คาดว่าศาลจะพิจารณาให้ทีพีไอออกจากแผนเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1/2549 หลังจากนั้นบริษัทฯจะยื่นขอนำทีพีไอออกจากกลุ่มรีแฮบโกต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อกลับมาเทรดในหมวดปกติ
โบ้ยปตท.ชี้ขาดจ่ายปันผล TPI
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ หนึ่งในทีมคณะผู้บริหารแผนฯ ทีพีไอ กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าทีพีไอจะมีรายได้ประมาณ 186,097 ล้านบาท EBITDA 18,763 ล้านบาท เทียบจากปีที่แล้วที่มีรายได้ 154,958 ล้านบาท และ EBITDA 22,635 ล้านบาท แต่เชื่อว่าปีหน้า ทีพีไอจะมีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีนี้ เนื่องจากภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง
ส่วนการจ่ายเงินปันผลงวดปี 2548 ขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ คงต้องรอให้คณะกรรมการบริษัทชุดใหม่พิจารณาตัดสินใจว่าจะจ่ายเงินปันผลหรือไม่ โดยทีพีไอบรรลุเงื่อนไขหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่จะจ่ายเงินปันผลได้ เพราะหลังปรับโครงสร้างหนี้ ทีพีไอจะมีส่วนล้ำมูลค่าหุ้น 26,798 ล้านบาท และมีกำไรสะสม 27,729 ล้านบาท และมีมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเพิ่ม ขึ้นเป็น 5.19 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ 1 บาท) จากเดิมที่มีมูลค่าทางบัญชี 0.26 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ 10 บาท)
ส่วนการปลดนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ออกจากการเป็นกรรมการบริษัทฯ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯแจ้งกล่าวโทษนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นทีพีไอจะเป็นผู้พิจารณาไม่เกี่ยวกับผู้บริหารแผนฯ
ด้านนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีพีไอ ในฐานะผู้บริหารลูกหนี้ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะยื่นคัดค้านคำ ร้องของกระทรวงการคลังที่จะให้ทีพีไอออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือไม่ คงต้องขอพิจารณาดูก่อน ซึ่งจะปรึกษาหารือกับหลายฝ่ายก่อนที่จะตัดสินใจ เนื่องจากตามกฎหมายแล้วเปิดโอกาสให้ผู้บริหารลูกหนี้สามารถยื่นคัดค้านได้
โครงสร้างผู้ถือหุ้นทีพีไอ ภายหลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ ปตท. จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 30% กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ธนาคาร ออมสิน กองทุนรวมวายุภักษ์ ถือหุ้นรายละ 9.5% เจ้าหนี้ 8.10% ผู้ถือหุ้นเดิมและรายย่อย 28.6% และพนักงาน 4.8%
ส่วนการซื้อขายหุ้นทีพีไอ วานนี้ (28 ธ.ค.) เปิดมาที่ระดับ 7.60 บาท ซึ่งถือเป็นราคาสูงสุดของ วัน หลังจากนั้นก็มีแรงขายทำกำไรออกมา ทำให้ราคาอ่อนตัวลงและมาต่ำสุดที่ 7.45 บาทต่อมาราคาก็กระเตื้องขึ้นและมาปิดที่ระดับ 7.50 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 0.66% มูลค่าการซื้อขาย 1,370.66 ล้านบาท
อนึ่ง บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีคัลไทย (TPI) ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจจนทำให้ปี 2543 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ และแต่งตั้งให้บริษัท เอ็ฟเฟคทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด (อีพี) เข้ามาเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอ ตามคณะ กรรมการเจ้าหนี้เสนอ ซึ่งผู้บริหารทีพีไอคัดค้าน
จนกระทั่งในช่วงกลางปี 2546 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้กระทรวงการคลังเข้ามาเป็นผู้บริหารแผนชุดใหม่ของทีพีไอ แทนอีพี โดยกระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะผู้บริหารแผนฯเข้ามาทำหน้าที่
ทั้งนี้ ในกลางปี 2548 ทีพีไอได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 11,651,088,789หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ และจัดสรรให้แก่กลุ่มผู้ร่วมทุน ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท ให้แก่ผู้ร่วมลงทุนหลัก คือ บมจ.ปตท.และพันธมิตร และกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วของบริษัทฯ แล้วในวันเดียวกัน โดยเพิ่มทุนชำระแล้วจาก 7,848,911,211 บาท เป็น 19,500,000,000 บาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|