กทภ.เบรกสุวรรณภูมิเฟส 2 สั่งศึกษาความคุ้มค่าการลงทุน


ผู้จัดการรายวัน(29 ธันวาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

กทภ.เบรกสุวรรณภูมิเฟส 2 สั่งทอท. ศึกษาความคุ้มค่าการลงทุนเพิ่มเติม "ทักษิณ" สั่งทำหนังสือแจ้งสายการบินพร้อมเปิดหลังจากนี้ 180 วัน มีนาคม 49 ทุกอย่างเสร็จ 100% ขณะที่ TAFA ร้องทอท.ทบทวนการประมูลศูนย์ลอจิกติกส์และเขตปลอดอากร

พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ว่า ที่ประชุมยังไม่อนุมัติโครงการลงทุนเพิ่มขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 ตามที่บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เสนอโดยให้กลับไปศึกษา เพื่อประเมินว่าจะใช้สนามบินดอนเมืองทำกิจการใดบ้าง ซึ่งจะต้องศึกษาจำนวนผู้โดยสารที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตให้ชัดเจนกว่านี้ พร้อมทั้งการศึกษาความคุ้มค่าการ ลงทุนระหว่างการทำอาคารเทียบเครื่องบินลอง หรือ มิดฟิวส์คองคอด หรือทำเป็นเทอร์มินอล 2 พร้อมกันนี้ให้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมประกอบกันไปด้วยเลย

ที่ประชุมยังได้ให้ทอท.ทำหนังสือไปยังสายการบินต่างๆ ในวันศุกร์ที่ 30 ธันวาคมนี้ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเปิดสนามบินเชิงพาณิชย์ใน 180 วันหลังจากนี้ โดยงานส่วนใหญ่จะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมีนาคม 49 และเวลาที่เหลืออีก 3 เดือนจะเป็นการทดสอบระบบที่ยังไม่เรียบร้อย ส่วนการขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ จากดอนเมืองไปยังสุวรรณภูมิ จะใช้เวลา 13 สัปดาห์ และในวันที่ 14 มกราคม 49 จะมีการจัดงานวันเด็กขึ้นภายในสนามบิน

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การศึกษาการใช้ประโยชน์ในสนามบินดอนเมืองนั้นเป็นกรรมการที่กระทรวงคมนาคมตั้งขึ้น แต่ทอท. ยังไม่ได้ศึกษาผลประโยชน์ของตัวเองที่จะได้รับว่าเป็นอย่างไรหลังจากที่สนามบินสุวรรณภูมิเปิด โดยเฉพาะการเติบโตของผู้โดยสารที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ซึ่งหากทอท.ไม่ต้องการใช้ประโยชน์จากดอนเมืองต่อก็ยังมีบริษัทการบิน และทหารอากาศต้องการใช้สนามบินดอนเมือง

อย่างไรก็ตามที่ยังไม่มีการพิจารณาขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 ในครั้งนี้ก็ยังไม่ส่งผลกระทบเพราะดอนเมืองยังมีขีดความสามารถในการรองรับหากสุวรรณภูมิมีความแออัดส่วนการพิจารณาว่าจะขยายเฟส 2 หรือไม่คงต้องรอให้สนามบินสุวรรณภูมิเปิดไปก่อน

TAFA ร้องทอท.

นายคีรี ชัยชนะวงศ์ ประธานสมาคมตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางอากาศ (TAFA) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (29 ธ.ค.) TAFA จะยื่นหนังสือถึง พล.อ.ชัยนันท์ เจริญศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้พิจารณาให้บริษัท ทาฟา โลจิสติกส์ได้เป็นทางเลือกหนึ่งในการให้บริการคลังสินค้ากลางและบริการขนส่งสินค้าจากอาคารผู้โดยสารกับคลังสินค้าปลอดภาษี ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารเขตปลอดอากรและศูนย์ลอจิสติกส์ ที่บริษัท ไทย แอร์พอร์ตส์ กราวด์ เซอร์วิสเซส หรือ แทกส์ เพิ่งได้รับการว่าจ้างจาก ทอท. ให้เป็นผู้ให้บริการรายเดียว ในส่วนของงานคลังสินค้ากลางนั้น ทาฟา โลจิสติกส์ ได้แจ้งต่อแทกส์ ขอพื้นที่ 4 ยูนิต จากพื้นที่คลังสินค้าที่แทกส์ได้รับผิดชอบบริหาร 4 คลังสินค้า คลังละ 14 ยูนิต หรือรวมพื้นที่ 56 ยูนิต เพื่อมาใช้บริหารเป็นคลังสินค้ากลางสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีคลังสินค้ากลาง เพื่อป้องกันปัญหาผู้ประกอบการขนส่งสินค้ารายย่อยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการให้บริการ แต่แทกส์มีทีท่าทีจะไม่ยอมให้พื้นที่ส่วนที่ทาฟา โลจิสติกส์ขอไป

ทาฟา โลจิสติกส์ เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางอากาศมีทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท ได้เคยเสนอผลตอบแทนให้ ทอท. เป็นเงินก้อนแรก 20 ล้านบาท และเสนอทางเลือกให้ ทอท. ว่าจะให้จะรับส่วนแบ่งกำไร 20% หรือจะเข้ามาถือหุ้นกินเปล่า 20% แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณาจาก ทอท. ทั้งนี้ ทาฟา โลจิสติกส์ ได้เคยยื่นเรื่องเสนอ ทอท. ก่อนหน้าที่ ทอท. จะอนุมัติให้แทกส์ได้รับงานบริหารเขตปลอดอากรประมาณ 7-8 เดือน แต่ ทอท. ก็ไม่ได้พิจารณาให้ ยังคงว่าจ้างแทกส์เป็นผู้บริหารรายเดียว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.