|

50 ปี เครือสหวิริยา
นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ค่ำคืนวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ห้องเพลนารี 1-3 ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ถูกแปลงโฉมให้เป็นสถานที่จัดงาน ฉลอง 50 ปีเครือสหวิริยา หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กของไทย โดยมี ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในงาน
การครบรอบ 50 ปีของเครือสหวิริยาเกิดขึ้นในจังหวะสำคัญ พอดี เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเครือสหวิริยาได้ตัดสินใจเดินหน้าโครงการ ลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดขององค์กร ด้วยโครงการโรงถลุงเหล็กและผลิตเหล็กกล้าครบวงจร ซึ่งจะเป็นโครงการอุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้นแห่ง แรกของไทย นอกเหนือจากอุตสาหกรรมเหล็กขั้นกลางและขั้นปลาย ที่มีผู้ผลิตอยู่หลายราย
โดยสหวิริยาได้ตั้งบริษัท โรงถลุงเหล็กสหวิริยาขึ้นเพื่อดำเนิน โครงการดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้กับโครงการดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่มีการถกเถียงถึงความเหมาะสมของโครงการดังกล่าวอยู่ระยะเวลาหนึ่ง รวมทั้งยังได้อนุมัติโครงการท่าเรือน้ำลึก ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับโครงการนี้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา
โครงการถลุงเหล็กและผลิตเหล็กกล้าครบวงจรของสหวิริยามีเป้าหมายในการผลิตรวม 30 ล้านตันต่อปี แบ่งการลงทุนออกเป็น 5 ระยะ รวมเวลา 15 ปี โดยในระยะแรกจะมีกำลังการผลิตเริ่มต้น 5 ล้านตัน ก่อสร้างโรงงานที่ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริหารสหวิริยายืนยันผลการศึกษาว่าเหมาะสม ที่สุดสำหรับการตั้งโรงงานเหล็ก เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในสภาพภูมิประเทศที่เป็นท่าเรือน้ำลึกโดยธรรมชาติ ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงาน อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตจากต่างประเทศได้
สหวิริยาระบุว่าการเกิดขึ้นของโรงถลุงเหล็กในประเทศเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เพราะจะช่วยยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กของไทย สามารถตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ผลิตสินค้าต่อเนื่องและยังช่วยป้องกันการไหลออกของเงินได้ปีละนับแสนล้านบาท ซึ่งอุตสาหกรรมเหล็กถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดังเช่นกรณีของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ผลิตเหล็กใน 2 ประเทศนี้ล้วนมีความแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลกและเป็นรากฐานสำคัญให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมาก ทั้งการต่อเรือและ อุตสาหกรรมรถยนต์
เครือสหวิริยาเริ่มต้นธุรกิจค้าเหล็กและนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ ในปี 2498 เริ่มสร้างโรงงานแห่งแรกที่จังหวัดสมุทรปราการ ในปี 2506 ต่อมาได้ขยายฐานการผลิตไปที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และในปี 2534 มีการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อสร้างฐานการผลิตเพื่อแข่งขันในระดับโลกที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 9.5 ล้านตัน มียอดขายรวมปีละกว่า 100,000 ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|