|

เอเจเอฟลุยพันธบัตรรัฐระยะยาวลงทุน2ปีชูจุดขายคุ้มครองเงินต้น
ผู้จัดการรายวัน(28 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
เอเจเอฟพลิกกลยุทธ์การออกกองทุนปีหน้า เน้นตราสารหนี้ที่มีอายุยาวมากขึ้น เตรียมคลอดกองทุนเปิด "อยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน 2" มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอายุ 2 ปี หลัง "อยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน" ซึ่งเปิดขายก่อนหน้านี้ ระดมทุนเต็มมูลค่า เผยล่าสุด ก.ล.ต.ไฟเขียวจัดตั้งกองทุนแล้ว
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อยุธยาเจเอฟ จำกัด หรือ เอเจเอฟ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติให้บริษัทจัดตั้งกองทุนเปิดอยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน 2 กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยระหว่างการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก จะสามารถเสนอขายหน่วยลงทุนเกินจำนวนเงินทุนของโครงการได้ไม่เกิน 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุนเปิดอยุธยาพันธบัตรรัฐบาลรับรายเดือน 2 มีอายุโครงการประมาณ 2 ปี โดยจะสิ้น สุดในวันที่ 14 ธันวาคม 2550 สำหรับวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับการคุ้มครอง เงินต้น และได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมในการลงทุนเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี โดยบริษัทจัดการมีนโยบายจะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุใกล้เคียงหรือเท่ากับกองทุนและเมื่อครบกำหนดอายุตราสารดังกล่าว
โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน หรือพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน ซึ่งรวมถึงการทำธุรกรรม ซื้อขายโดยมีสัญญาขายคืน ซึ่งมีพันธบัตรรัฐบาล หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหลักประกัน
ก่อนหน้านี้ บลจ.เอเจเอฟ ได้เปิดขายกองทุนเปิดอยุธยาพันธบัตรรับรายเดือน มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในพันธบัตร ตั๋วเงินคลังที่มีอายุประมาณ 2 ปีเช่นกัน โดยหลังจากปิดการเสนอขายสามารถระดมทุนได้รวมกว่า 2,139 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2,145 ล้านบาทและมูลค่าหน่วยลงทุน 10.0386 บาท
อย่างไรก็ตาม นายเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบลจ. เอเจเอฟ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า แผนการดำเนินงานในปีหน้า บริษัทเตรียมที่จะบุกทำ ตลาดกองทุนตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ของรัฐบาล โดยจะให้น้ำหนักกับตราสารหนี้ที่มีอายุปานกลางและระยะยาว เพื่อรองรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และคาดว่าในช่วงกลางปีอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มนิ่ง หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะสั้น (อาร์/พี) 14 วัน ซึ่งเชื่อว่าในช่วงกลางปีอัตราดอกเบี้ยอาร์/พี จะเริ่มนิ่ง
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะปานกลาง และระยะยาว ในปีหน้าคาดว่าอัตราเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3.6-6% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าลงทุนในระยะปานกลางและระยะยาว หลังจากที่ก่อนหน้ากองทุนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับการออกกองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุสั้น เพื่อตอบสนองความต้องการนักลงทุนที่ต้องการพักเงินฝาก เพื่อรอจังหวะลงทุนในช่วงดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น และไม่เสียโอกาสการลงทุน
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นในปีหน้า ยังเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ เนื่องจากอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน และที่สำคัญราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในระดับต่ำ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|