|

เครื่องดื่มดิ้นสู้กางตำรารบปีจอ แห่ปั้นฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์ น้ำอัดลมหน้ามืดปรับสมดุล
ผู้จัดการรายวัน(26 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
จับตาวงการเครื่องดื่มปีจอ รายเล็ก-ใหญ่โดดลงสมรภูมิเครื่องดื่มจับต้องได้ เซกเมนต์ใหม่แจ้งเกิดอีกเพียบ แนวรบนำร่อง "ทรัพย์อนันต์" จุดพลุโค้งท้ายปลายปี เปิดตัวเครื่องดื่มเกลือแร่ "เชปเป้" ผสมคอลลาเจนแอล คาร์นิทีน "มิซุ" ชูประโยชน์จับต้องได้แจ้ง เกิดน้ำผลไม้ 40% จับตาค่ายน้ำดำปรับขบวนทัพ อิงกระแสสุขภาพ เปิดตัวเครื่องดื่มไม่อัดลมสร้าง สมดุลรายได้
ตลาดซอฟต์ดริงก์มูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านบาทในปีหน้านี้ เห็นทีว่าเทรนด์ตลาดฟังก์ชันนัล ซอฟต์ดริงก์กำลังเป็นตลาดที่น่าจับตามอง และรอวันแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว หลังจากในช่วงปลายปีนี้ ค่ายเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ "โออิชิ" เปิดตัวน้ำผลไม้ผสมวิตามิน "อะมิโน โอเค"และล่าสุดบริษัท ทรัพย์อนันต์ เปิดตัวเครื่องดื่มเกลือแร่ "เชปเป้" เอฟโวลูชัน ผสมสารแอล-คาร์นิทีน คอลลาเจน และวิตามินต่างๆ ชนวนจุดพลุซอยย่อยเซกเมนต์ ใหม่ในช่วงโค้งท้ายปลายปีเริ่มก่อตัวขึ้น ก่อนที่จะเริ่มฟาดฟันกันอย่างเต็มตัวในปีจอ
ทั้งนี้ จากข้อมูลของบริษัท ซีนิธ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก รายงานว่า การบริโภคเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์ในตลาด อเมริกา ญี่ปุ่น และอีก 16 ประเทศในยุโรป ตะวันตก ในปี 2545 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 11% คิดเป็นตัวเลขการบริโภค 12,000 ล้านลิตร และมีแนวโน้มการบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 18,000 ล้านลิตรในปี 2550
‘ จับตาฟังก์ชันนัล ซอฟต์ดริงก์บูม
ตลาดเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ในไทยแบ่งออก เป็นหลายประเภท แต่ถ้าจัดหมวดหมู่ตามนักการตลาดในวงการนี้จะออกมาเป็น 2 ประเภท คือ เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์จับต้องได้ เครื่องดื่มในหมวดหมู่แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ เครื่องดื่มเสริมวิตามิน,เครื่องดื่มเกลือแร่,เครื่องดื่มให้พลังงาน และเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ซึ่งปีหน้าเครื่องดื่ม ในกลุ่มนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น แทนที่ตลาดชาเขียวที่เข้าสู่ช่วงขาลง เพราะมีปัญหารุมเร้ามากมายในปีนี้ ชนวนที่เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์จะแจ้งเกิด ส่วนหนึ่งมาจากชาเขียวพร้อมดื่ม ที่สร้างกระแสเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และประการสำคัญคือพฤติกรรมของคนไทยที่ใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น แต่แน่นอนว่าปีหน้าเทรนด์เครื่องดื่มจะมีการซอยย่อยเซกเมนต์ตามไลฟ์สไตล์ของผู้ดื่ม และต้องเป็นเครื่องดื่มที่สามารถจับต้องได้ เช่น อยากดื่มเพื่อให้ตัวเอง ดูสวยและดูอ่อนกว่าวัย เป็นต้น เทรนด์ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลในช่วงแรก จะเห็นว่าหลายค่ายเริ่มมาเล่นในเรื่องของคอลลาเจน เช่น แฮง เปิดตัวรสชาติใหม่เวอร์จิ้น, น้ำผลไม้ทิปโก้ที่เปิด ตัวนำร่องไปแล้ว ขณะเดียวกัน ในปีหน้าค่ายมาลีก็เตรียมเปิดตัวน้ำผลไม้ในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน
เช่นเดียวกับตัวชาเขียวโตเซนเลือกสร้างความแตกต่างด้วยการเปิดตัวชาเขียวผสมคอล-ลาเจน ผ่านการสื่อสารโดยใช้ "อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ" เป็นพรีเซ็นเตอร์ แตกต่างจากชาเขียวยี่ห้ออื่นอย่างชัดเจน กระแสดังกล่าวยังทำให้น้ำผลไม้ 40% ยี่ห้อใหม่ "มิซุ"โดดลงมาเล่นในตลาด ด้วย โดยเปิดตัวน้ำผลไม้ผสมคอลลาเจนด้วยเช่นกัน
ขณะที่ยักษ์ใหญ่เจ้าพ่อชาเขียว "ตัน ภาสกรนที" เลือกสร้างความแตกต่างเปิดตัวน้ำผลไม้ผสมวิตามินอะมิโน โอเค ลงในเซกเมนต์ใหม่ โดยดูจากภาพยนตร์โฆษณาแล้วเป็นความพยายามของโออิชิที่ต้องการสร้างตลาดฟังก์ชันนัลให้จับต้องได้ และเชื่อว่าในปีหน้าคงจะมีเครื่องดื่มอีกหลายตัว ที่ตบเท้ามาในแนวเดียวกันนี้
โดยนายตัน ภาสกรนที ประธานบริษัท โออิชิ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มจะแยกเป็นเซกเมนต์ชัดเจนว่าต้องการดื่มเพื่อประโยชน์ด้านใด โดยจากนี้ไปจะเห็นเครื่องดื่มแนววอเตอร์พลัสมากขึ้น ทั้งนี้เพราะพฤติกรรมของคนไทยต้องการเครื่องดื่มที่ตอบสนองความต้องการได้เพิ่มขึ้น โดยมองว่าการดื่มน้ำผลไม้จะไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และคนไทยจะไม่ได้ดื่มน้ำเพื่อต้องการความอร่อยแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป โดยคาดว่าภายใน 2-3 ปีนี้พฤติกรรมของคนไทยจะเริ่มเปลี่ยนแปลงและเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มกลุ่มวอเตอร์พลัสในญี่ปุ่นมีอีกหลายประเภทที่น่าสนใจ อาทิ ไฟเบอร์ โอลิโกะ แล็กติก เป็นต้น
ข้อมูลจากเอซี นีลเส็น คร่าวๆ ระบุถึงแนวโน้ม ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทย 3 ตลาดว่า ปีนี้น้ำผลไม้คาดว่าจะมีปริมาณ 182 ล้านลิตร คาดว่าจะเพิ่มเป็น 219 ล้านลิตรในปีหน้า ส่วนเครื่องดื่มธัญพืชจาก 353 ล้านลิตร เป็น 406 ล้านลิตร และชาเขียว 103 ล้านลิตรเป็น 124 ล้านลิตรในปีหน้า
นายสุมาส วงศ์สุนพรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ ไบท์ แบงค็อก ของบริษัท โอสถสภา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแฮง เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มโดยรวมในประเทศไทยจะเป็นเช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่น โดยเครื่องดื่ม กลุ่มฟังก์ชันนัลหรือเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะเข้ามาแทนที่เครื่องดื่มอีโมชันนัล อาทิ เครื่องดื่มน้ำอัดลม นอกจากนี้ เทรนด์เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลที่เกิดขึ้นจะต้องบ่งบอกถึงประโยชน์ต่อร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดอย่างชัดเจน เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การตัดสินใจซื้อจึงคำนึงถึงคุณประโยชน์ที่ได้รับมากกว่าจะเป็นในเรื่องของรสชาติอย่างเดียว
เครื่องดื่มจุดขายอีโมชันนัลปีจอเดี้ยง
ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มอีกประเภทหนึ่งในตลาดซอฟต์ดริงก์จะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่สามารถจับต้องในเรื่องของประโยชน์ได้ ส่วนใหญ่จะใช้ อีโมชันนัล หรือมีจุดขายในเรื่องของความสดชื่นเข้ามาเป็นตัวช่วย เครื่องดื่มที่ถูกจัดในหมวดหมู่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำอัดลมที่เป็นตลาดใหญ่ของเครื่องดื่มในทั่วโลกมานาน แต่สภาพตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่มีอัตราการเติบโตมากนัก
นายชาลี จิตจรุงพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า จากสภาพตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมมูลค่า 30,000 ล้านบาท ปีนี้ที่มีอัตราการเติบโตไม่มากนัก คือประมาณ 1-2% แบ่งเป็นน้ำสีมูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งภาวะตลาดทรงตัวเนื่องจากได้ รับผลกระทบจากเครื่องดื่มสุขภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาดน้ำดำได้รับผลกระทบน้อยกว่า อีกทั้งผู้นำตลาดอย่างเป๊ปซี่ยังมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดน้ำดำมูลค่า 22,000 ล้านบาท ปีนี้เติบโต 5-6% ส่วนปีหน้าคาดว่าสภาพตลาดน้ำอัดลมโดยรวมจะไม่แตกต่างจากปีนี้มากนัก
การเติบโตที่ลดลงของตลาดน้ำอัดลม สองค่ายยักษ์ใหญ่น้ำดำตระหนักดี บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) หรือค่ายสีแดง "โค้ก" ได้ทยอยปรับสัดส่วนระหว่างเครื่องดื่มน้ำอัดลมและไม่อัดลม ตั้งแต่การเปิดตัวอไลฟ์, สแปลช และ ชาเขียวชิเซน พลัส ยังไม่รวมถึงการเปิดตัวโค้ก ปราศจากน้ำตาลตัวใหม่เพิ่มเติมอีก
ขณะที่ เป๊ปซี่ โคล่า ไทย เทรดดิ้ง จำกัด หรือค่ายสีน้ำเงิน ในปีหน้าก็เตรียมเปิดตัวน้ำผลไม้ "ทรอปิคานา" หลังจากซุ่มบ่มเพาะมาเป็นปีหลัง จากที่ไม่นานนี้เพิ่งเปิดตัว เป๊ปซี่ ลาเต้ เครื่องดื่มน้ำอัดลมผสมกาแฟ
ไม่เพียงเท่านั้น งานนี้เสริมสุขยังออกสตาร์ท ก่อนค่ายน้ำดื่มอื่นๆ โดยเริ่มปรับภาพลักษณ์น้ำดื่มคริสตัลภายใต้แคมเปญ"Charisma From Within" เพื่อให้คริสตัลมีความทันสมัยโดดเด่นและแตกต่างจากน้ำดื่มทั่วไป เพื่อให้เข้ากับไลฟ์ สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ต้องการภาพลักษณ์ ที่ดูดีอยู่เสมอ การปรับในครั้งนี้คริสตัลนำอีโมชันนัลภายใต้แนวคิด "เปล่งประกายดูดีจาก ภายใน"มาเล่นเพิ่มเติมจากฟังก์ชันนัล เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้ถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำกันอยู่แล้ว
ปัจจุบันตลาดน้ำดื่มมีมากถึง 600 ยี่ห้อ และน้ำแร่ 20 ยี่ห้อ หรือคิดเป็น 5-10% ของตลาด รวม 1.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 3-4% ประเด็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดน้ำดื่มเป็นที่หมายตามากขึ้นสำหรับเสริมสุข เป็นเพราะพฤติกรรมของคนที่ห่วงใยสุขภาพ ทำให้การตัดสินใจซื้อมาจากความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตและมาตรฐานการผลิต ผู้บริโภคจึงเปลี่ยนมาซื้อน้ำดื่มขวดเพ็ตมากกว่าจะซื้อน้ำขวดขุ่น โอกาสทางการตลาดดังกล่าว จึงเป็นช่องทางให้ในอนาคตค่ายน้ำดื่มคงจะต้องหมายตาเช่นเดียวกับเสริมสุขอย่างแน่นอน
จากปีระกาสู่ปีจอในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่าพฤติกรรมของคนไทยที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และความต้องการสินค้าที่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น จากเครื่องดื่มที่จับต้องไม่ได้มาสู่เครื่องดื่มที่จับต้องได้ กำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและลิ้มลองสำหรับค่ายผู้ผลิตเครื่องดื่มอีกหลายค่าย ที่พร้อมจะกระโจนตัวเองเข้าไปสู่สมรภูมิใหม่
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|