|

SCCทุ่ม6.6พันล.รุกธุรกิจกระดาษ
ผู้จัดการรายวัน(22 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ปูนใหญ่ควักเงิน 6 พันล้านขยายกำลังการผลิตกระดาษพิมพ์เขียน 1.6 แสนตัน มูลค่า 6,600 ล้านบาทที่ขอนแก่นรองรับปริมาณเยื่อกระดาษของโรงงานฟินิคซ พัลพฯที่เหลือส่งออก โดยปีนี้กลุ่มกระดาษและบรรจุภัณฑ์ตั้งเป้ารายได้ 3.2-3.3 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีที่แล้ว เหตุราคาทรงตัว
นายชุมพล ณ ลำเลียง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติโครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนของธุรกิจกระดาษ 1.6 แสนตัน/ปี ที่จังหวัดขอนแก่น มีมูลค่า เงินลงทุนรวม 6,600 ล้านบาท คาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในสิ้นปี 2550
ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิต กระดาษพิมพ์เขียนรวมทั้งสิ้น 340,000 ตันต่อปี และมีกำลังการผลิตเยื่อกระดาษรวมทั้งสิ้น 425,000 ตันต่อปี ทั้งนี้กำลังการผลิตเยื่อกระดาษส่วนเกินที่ฟินิคซ พัลพฯผลิตอยู่จะสามารถ นำมาใช้ในการผลิตกระดาษพิมพ์เขียน ได้ ดังนั้น การขยายกำลังการผลิตนี้จะทำให้กำลังการผลิตเยื่อกระดาษเหมาะสมกับกำลังการผลิตกระดาษพิมพ์เขียน
ก่อนหน้านี้ ทาง เครือซิเมนต์ไทย ได้อนุมัติงบประมาณ 2,000 ล้านบาท ใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรในขยายกำลังการผลิตกระดาษและบรรจุ-ภัณฑ์อีก 8 หมื่นตัน จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวมกว่า 2 ล้านตันต่อปี ซึ่งแล้วเสร็จในกลางปีนี้
ทั้งนี้ ในปีนี้กลุ่มธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ของเครือซิเมนต์ไทยตั้งเป้ารายได้ประมาณ 3.2-3.3 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เนื่องจากราคาเยื่อและกระดาษไม่ได้ปรับขึ้นมาก ขณะเดียวกันเครือซิเมนต์ไทยได้มีการขยายธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีแผนที่จะรุกการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบอาเซียนเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ที่จะลดภาษีนำเข้าเหลือเพียง 0-1% ในเร็วนี้ๆ และก้าวสู่ความเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้
ซึ่งขณะนี้บริษัทฯกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะลงทุนในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพราะเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้กระดาษต่ำ ทำ ให้มีแนวโน้มการเติบโตสูง ควบคู่กับ เฝ้าติดตามดูภาวะเศรษฐกิจ และความเสี่ยงทางการลงทุนให้ชัดเจนก่อนการตัดสินใจ รวมทั้งรักษาตลาดส่งออกที่สำคัญไว้ เช่น จีน ฮ่องกง และมาเลเซีย โดยมียอดการส่งออกของธุรกิจนี้ประมาณ 20% ของยอดขาย
ปัจจุบันความต้องการใช้กระดาษในประเทศไทย อยู่ที่ 2.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 7-8% ขณะที่กำลังการผลิตในประเทศ สูงถึง 4 ล้านตัน เพราะได้มีการลงทุนไว้ก่อนหน้าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งกลุ่มธุรกิจเครือซิเมนต์ไทยใช้โอกาสในการเข้าไปร่วมทุนและเทกโอเวอร์บางบริษัทที่ประสบปัญหาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อาทิ บริษัท ฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท บริติช ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด(มหาชน) ,บริษัท ไทยเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งบริษัท United Pulp and Paper Co., Inc ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นต้น
เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. กิมเอ็ง กล่าวว่า การลงทุน ขยายกำลังการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนของปูนซิเมนต์ไทยจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจกระดาษให้แข็งแกร่งขึ้น แต่โครงการดังกล่าวจะรับรู้รายได้ในปี 2550 ขณะที่ภาพรวมของปูนใหญ่ในปีนี้ไม่ค่อยดี เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ของธุรกิจปิโตรเคมีไม่ดี ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง แต่เนื่อง จากบริษัทฯมีธุรกิจที่หลากหลายทำให้มีรายได้จากธุรกิจอื่นมาเสริม
คาดว่าในปี 2548 SCC จะมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 33,832 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 36,483 ล้านบาท ส่วนในปี 2549 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 34,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากปี 2548
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|