|

ณุศาศิริฯคุมแผนพัฒนาโปรเจกต์ โจทย์ใหญ่ปี49ยอดส่งมอบบ้าน-บริหารดอกเบี้ย
ผู้จัดการรายวัน(19 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
บิ๊กณุศาศิริฯ ชี้ปี 49 ยุคของการตั้งมั่นประคองโครงการ ควบคู่บริหารต้นทุน พ่วงส่งมอบบ้านตามสัญญา ยันไม่มีการ Down Size โปรเจกต์ลง เล็งซื้อที่ดินเกาะแนวรถไฟฟ้าผุดคอนโดมิเนียมอีกทำเล เผยยอดรับรู้รายได้ ทั้งปีพลาดเป้า เหตุช่วงต้นปีโหมทำ ยอดขาย แจงปิดการขายทั้งแบรนด์ ณุศาศิริ-กฤษณาหลายทำเล พร้อม เลื่อนเปิดโรงแรมระดับ4ดาวที่พัทยา หลังเชนบริหารโรงแรมจากกลุ่มแอคคอร์ ปรับปรุงรูปแบบโครงการ คาดเปิดเฟสแรก 200 ห้องมี.ค.49
นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานกรรมการบริหาร และประธานกรรมการบริษัท ณุศาศิริ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจในปี 2549 ว่า บริษัทคงไม่โหมที่จะขยายโครงการมากมายเหมือนช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเร่งส่งมอบบ้านให้แก่ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อโครงการของบริษัทจำนวนมาก ขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มน้ำหนักบ้านสั่งสร้างมากขึ้น แต่ก็ยังมีบ้านพร้อมอยู่บ้างแต่เป็นส่วนของบ้านตัวอย่างให้ลูกค้าได้เห็นเฉลี่ยโครงการละ 5-6 ยูนิตต่อโครงการ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะมีส่วนช่วยบริหารต้นทุนทางด้านดอกเบี้ยจ่ายให้แก่บริษัท โดยแนวโน้มแล้วกลยุทธ์การสร้างบ้านพร้อมอยู่ของผู้ประกอบการในตลาดจะไม่ค่อย มีให้เห็นแล้ว นอกจากนี้ ยังได้นำเข้าสินค้ากระเบื้องปูพื้น, เฟอร์นิเจอร์, โต๊ะ และเตียง จากจีนเข้ามาในโครงการ ซึ่งราคาจะเหมาะสมแต่คุณภาพเทียบเท่ากับสากล เช่น เฟอร์นิเจอร์สไตล์ลุยส์ เป็นต้น
"เรื่องแผนลงทุนปีหน้าคงไม่มี แต่เป็นการพัฒนาในเฟสต่อเนื่องมากกว่า ซึ่งขณะนี้เรามีโครงการที่ต้องบริหารในมือถึง 20 โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท สามารถรองรับการทำธุรกิจได้กว่าปีครึ่ง โดย แบรนด์ณุศาศิริทางบริษัทจะไม่มีการ ลดขนาดโครงการลงอย่างแน่นอน และผมคงต้องรักษาตลาดบนไว้ให้แน่วแน่ ซึ่งจะสวนกระแสตลาดที่หันมาทำตลาดกลางลงล่าง ซึ่งในส่วนนี้บริษัทก็มีแบรนด์กฤษณา ทำตลาดราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาทไว้รองรับอยู่ อย่างไรก็ตามในปีหน้าหากจะลงทุนโครงการใหม่ คงจะเป็น โครงการคอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้า ขณะนี้กำลังเจรจาซื้อขายที่ดิน แต่สิ่งที่ผสซีเรียสมากที่สุด คือ การเร่งส่งมอบบ้านให้แก่ลูกค้าเก่า และหากปี 48 หากเราสามารถส่งมอบบ้านได้เยอะ เราก็ผ่านมรสุมได้ และปี 49 เป็นช่วงของการเก็บดอกผล" นายวิษณุกล่าว
สำหรับความคืบหน้าการขายของโครงการ นายวิษณุชี้แจงว่า ตัวเลขล่าสุดในเดือนพ.ย.ทำยอดขายได้ 3,980 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะพลาดเป้าไม่มากประมาณ 600-700 ล้านบาท ขณะที่มียอดรับรู้รายได้แล้ว 1,700-1,800 ล้านบาท จากเป้าที่คาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้ 3,000 ล้านบาท ส่วนของโครงการคอนโดมิเนียม สุขุมวิท-เอกมัย จะเริ่มรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องประมาณปลายปี 49 ซึ่งขณะนี้ ทางบริษัทและบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่นฯ ในฐานะผู้รับสร้าง ได้บันทึกข้อตกลงที่จะเร่งก่อสร้างโครงการ ณุศาศิริ แกรนด์ คอนโด ตามสัญญา และให้มีระยะเวลาสร้างเสร็จเร็วขึ้นกว่ากำหนด ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนนี้จะเป็นผลดีทั้งสองฝ่าย โดยบริษัทจะมียอดรับรู้รายได้เร็วขึ้น ประหยัด ดอกเบี้ยจ่ายให้แก่ธนาคารได้กว่า 200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างงานเร็วขึ้นก็ไม่มากเท่ากับดอกเบี้ยจ่าย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานเลี้ยงลูกค้าที่ซื้อโครงการณุศาศิริ สาทร-ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม ราคาเริ่มต้น 15-70 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มียอดขายไปแล้ว 1,000 ล้านบาท หรือกว่า 50% ของมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยบ้านที่ราคาเกิน 60 ล้านบาท จำนวน 2 หลังได้มีลูกค้าชาวอินเดียที่ทำธุรกิจเสื้อผ้าและนักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีนได้ซื้อไปแล้ว ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าการก่อสร้างกว่า 80% คาดว่าจะปิดการขายภายในปี 49 นอกจากนี้ โครงการณุศาศิริบางนา-เทพารักษ์ มีบ้านเหลือขายเพียง 4-5 ยูนิต
ในส่วนโครงการแบรนด์กฤษณา กลุ่มบ้านที่เสนอราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ปัจจุบันมี มูลค่าโครงการประมาณ 7,000 ล้านบาท จำนวนที่พัฒนา 1,800 ยูนิต ปรากฏว่ายอดขายแต่ละโครงการมีความก้าวหน้าอย่าง ต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการบ้านกฤษณา-ร่มเกล้า, บ้านกฤษณา-ศรีนครินทร์ ได้ปิดการขายไปแล้ว โครงการบ้านกฤษณา-ปทุมธานี ได้ เปิดเฟสพิเศษอาคารพาณิชย์และทาวน์เฮาส์ด้านหน้าโครงการจำนวน 30 ยูนิต สำหรับโครงการบ้านกฤษณา-ติวานนท์ เนื้อที่ 57 ไร่ แบ่งการพัฒนาเป็น 4 เฟสรวม 202 ยูนิต ระดับราคา 3-5 ล้านบาท ขณะนี้ทยอยโอนให้ลูกค้าในเฟสแรก โครงการสุวินทวงศ์ มีเนื้อที่พัฒนามากถึง 113 ไร่ สามารถรองรับได้ถึง 2 ปี แบ่งการพัฒนาเป็น 5 เฟส จำนวน 970 ยูนิต ระดับราคา 2-3 ล้านบาทเศษ พัฒนาในเฟสแรกจำนวน 300 ยูนิต เริ่มทยอยโอนให้ลูกค้าแล้ว 30%
นายวิษณุกล่าวถึงการพัฒนาโครงการในต่างจังหวัดว่า หลักๆแล้วจะมีโครงการที่ภูเก็ต พัทยา เนื่องจากเป็นจังหวัดทางเศรษฐกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่สูง ซึ่งจะมีส่วนเสริมรายได้ให้แก่องค์กรในระยะข้างหน้า ได้แก่ โครงการอันดามัน ฮิลล์ ณ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต จำนวน 20 ยูนิต มียอดลูกค้าเข้าพักอาศัยแล้ว 70-80% และโครงการโรงแรมที่พัทยา เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ได้เทกโอเวอร์มาปรับปรุงใหม่ ซึ่งหลังจากที่กลุ่มแอคคอร์ เชนจากต่างประเทศเข้ามาศึกษาและพิจารณารูปแบบของโครงการแล้ว ทำให้มีการปรับปรุงรูปแบบของโรงแรม ทำให้ต้องมีการเลื่อนเปิดใช้บริการไปเป็นเดือนมี.ค.49 ในเฟสแรกประมาณ 200-300 ห้อง จากจำนวนที่จะเปิดให้บริการ 695 ห้อง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|