ดีแทคเชื่อ 3G เป็นแค่เรื่องพีอาร์ ชี้ตลาดไทย 3 ปีมีคนใช้ 44 ล้าน


ผู้จัดการรายวัน(13 ธันวาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

เปิดมุมมองซิคเว่ เบรคเก้ มั่นใจอีก 3 ปี ตลาดมือถือไทยจะเติบโตอีก 14 ล้าน หรือเป็นประชากรมือถือ 67% ชี้ 3G เป็นแค่เรื่องพีอาร์ และบริการสำหรับฐานลูกค้าแค่ 5% แต่ดีแทคก็อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าคนอื่นไม่ว่าจะเป็นฐานเงินทุนและประสบการณ์ของเทเลนอร์ ยันปีหน้ายังมุ่งขยายเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล ย้ายสมรภูมิจากกรุงเทพฯออกสู่ต่างจังหวัด

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเชื่อว่าตลาดโทรศัพท์มือถืออีก 3 ปีข้างหน้าจะมียอดผู้ใช้รวม 44 ล้านคน หรือคิดเป็นประชากรมือถือประมาณ 67% โดยเป็นการเติบโตในปี 2549 จำนวน 4 ล้านคน ปี 2550 จำนวน 5 ล้านคนและ ปี 2551 จำนวน 5 ล้านคน รวมเป็น 14 ล้านคนจากในปี 2548 ที่คาดว่ามีคนใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด 30 ล้านคน

"ดีแทคต้องการส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% ทุกปี และเรามองว่าตลาดยังเติบโตอยู่"

เขาย้ำว่าตลาดมือถือยังไม่หยุด ตลาดใหญ่กว่าที่คิด อย่างในยุโรปที่ประชากรมือมีถือเกิน 100% หมายถึงตลาดประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตจากการที่ 1 คนมีหลายซิมการ์ดหรือหลายเบอร์

สำหรับความท้าทายของดีแทคในปีหน้ามี 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ
1. ในเรื่องช่องทางจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันในตลาดทำให้เกิดการแจกซิมการ์ดฟรีจำนวนมาก เท่ากับเป็นการทำลายตลาดระบบการจัดจำหน่ายและช่องทางตลาด ซึ่งเหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งสร้างความเสียหายให้ตลาดมาก หากปีหน้ายังไม่เลิก ต้องหาทางรับมือและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

2. เป็นเรื่องเซกเมนเตชัน ต้องหาวิธีการสร้างความแตกต่างและสร้างสรรค์ตลาดใหม่ๆ

และ 3. การแข่งขันที่จะส่งผ่านความรุนแรงจากกรุงเทพฯไปต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ทั้งดีแทคและออเร้นจ์ ต่างขยายเครือข่ายในต่างจังหวัด เพื่อลดความได้เปรียบด้านเครือข่าย หลังจากที่เอไอเอสผูกขาดในตลาดต่างจังหวัดมาเป็นเวลานาน

ดีแทคเชื่อว่าการมีพาร์ตเนอร์ต่างชาติ จะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการแข่งขันมากนัก เพราะตลาดประเทศไทยมีการแข่งขันอย่างดุเดือดแล้ว รูปแบบการแข่งขันที่จะเปลี่ยนไปมากหรือน้อยนั้น ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่พาร์ตเนอร์ต่างชาติเองว่ามีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร อย่างกรณีเทเลนอร์ ไม่ต้องการให้เห็นความแตกต่างหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจาก รูปแบบปัจจุบันที่เป็นอยู่

ในปีหน้าดีแทคจะเน้นในเรื่องการขยายพื้นที่ครอบคลุม (Coverage Area) ในพื้นที่ซึ่งเครือข่ายยังครอบคลุมไม่ถึง การทำเรื่องเซกเมนเตชัน การปรับปรุงระบบและช่องทางจำหน่าย รวมทั้งการพัฒนาเรื่องการให้บริการลูกค้าและการ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรและดีลเลอร์ ทั้งหมดจะเป็นแผนในปีหน้า ซึ่งเราไม่อยากเรียกว่าเป็นวิชัน เหมือนเป็นแฟนซีเลื่อนลอย

ในส่วนของบริการโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3 หรือ 3Gนั้น ในสัปดาห์นี้ดีแทคจะเข้าไปชี้แจง ถึงแผนการทดสอบเพิ่มเติมกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา โดยจะเป็นการทดสอบบริการ 3G ที่ความถี่ 2.1 กิ๊ก ซึ่งจะเป็นการทดสอบที่เรียกว่า Real Testing ไม่ใช่แค่ทดสอบสัญญาณเพียง สถานีฐานเดียว แต่จะทดสอบการส่งและเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างสถานีฐานจำนวนมากในกรุงเทพฯ โดยจะใช้เงินสำหรับการทดสอบในระดับไม่กี่ร้อยล้านบาท แต่สำหรับเงินลงทุนเพื่อให้บริการทั้งระบบ ยังไม่สามารถบอกได้ตอนนี้ โดยที่การทดสอบ 3G ของดีแทคจะมีซัปพลายเออร์หลายรายอย่างโนเกีย อีริคสันและซีเมนส์

เขาเชื่อว่าสำหรับบริการ 3G แล้ว ดีแทคอยู่ ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและเข้มแข็งกว่าโอเปอ เรเตอร์รายอื่นเพราะ 1. ดีแทควันนี้มีเงิน เพราะมีเทเลนอร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กระเป๋าตุงเพียงพอที่จะลงทุน 2. เทเลนอร์มีประสบการณ์ให้บริการ 3G ในหลายประเทศ และ 3. ดีแทคมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการส่งสัญญาณความเร็วสูง ผ่านเทคโนโลยี EDGE ซึ่ง 3G ก็เหมือนการต่อยอดเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งดีแทคเชื่อว่าสามารถสร้างเครือข่าย 3G ได้ไม่แพ้คู่แข่งแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ดีแทคจะไม่ให้ความสำคัญ ต่อ 3G จนมากเกินไป เพราะดีแทคเชื่อว่าคนใช้ 3G จะมีจำนวนประมาณ 5% ของฐานลูกค้าทั้งหมด ซึ่งดีแทคจะไปให้ความสำคัญต่อการขยายเครือข่ายปัจจุบันให้ครอบคลุมมากที่สุดก่อนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้น ส่วนตรงไหนครอบคลุมอยู่แล้วก็จะพัฒนาบริการให้ดีขึ้น ซึ่งดีแทคเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า 3G

นอกจากนี้ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมบริการ 3G ถึงมีคนพูดถึงมาก หากดูจากประสบการณ์ในการให้บริการในต่างประเทศอย่างฮ่องกง สิงคโปร์หรือมาเลเซีย หลังจากให้บริการก็ยังไม่มีคนใช้มากนัก

"เราจะไม่หลงทางในเรื่อง 3G จะไม่เอาเรื่องของ 5% มาเป็นเรื่องของคนทั้ง 100% นอกจากนี้เรามองว่า 3G เป็นเรื่องของการพีอาร์ เป็นแฟนซีเซอร์วิส สำหรับลูกค้าไม่กี่คน"


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.