|

ILINKเดินหน้าเปิดสาขาย่อยเพิ่ม หวังดันรายได้โตพีอีต่ำกำไรงาม
ผู้จัดการรายวัน(12 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ILINK เดินหน้าเปิดสาขาเพิ่ม หลังพบสาขาแรกที่เชียงใหม่ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เน้นประมูลงานระบบเครือข่ายอัจฉริยะและโครงการโรงเรียนในฝันที่จะดันให้รายได้ของบริษัทเติบโต เพื่อที่จะทำให้พีอี ของบริษัทต่ำลงส่งผลให้กำไรงาม
นายจีระเดช สมบัตินันทน์ ผู้จัดการสาขาเชียงใหม่ บริษัท อินเตอร์ลิงค์ จำกัด(มหาชน) (ILINK) เปิดเผยว่าหลังจากที่บริษัทได้เปิดสาขาแห่งนี้มาเกือบครึ่งปีพบว่าลูกค้า มีเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้ยอดรายได้ของ สาขานี้มีถึง 2 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้คือเดือนละ 2.5 ล้าน บาท จากลูกค้าที่มีในปัจจุบันประมาณ 200 ราย โดยบริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมจังหวัด ในภาคเหนือตอนบน 10 จังหวัด
"ธุรกิจนี้ในภาคเหนือค่อนข้างมีการแข่งขันรุนแรง แต่เราแก้ปัญหา ด้วยการดั้มป์ราคาให้ถูกลงและให้บริการรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งลูกค้าของเราเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบ กับที่ผ่านมาเรามีเพียง 100 รายเท่านั้น และเราต้องให้ sale ของเราตื่นตัวในการที่จะออกพบลูกค้าและนำเสนอ ข้อมูลด้วย พร้อมกับสืบราคาของคู่แข่งด้วยว่ากำหนดราคาไว้เท่าไหร่ เราจะถึงจุดคุ้มทุนของสาขานี้ประมาณ กุมภาพันธ์ปีหน้า" นายจีระเดชกล่าว
โดยหลังจากนี้ ILINK จะเน้นเข้าไปประมูลงานที่เป็นตลาดของ UTP และระบบเครือข่ายอัจฉริยะ ซึ่งบริษัทต้องเข้าไปนำเสนองานให้กับลูกค้ารับรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับสายโทรศัพท์ที่พ่วงกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ในอนาคตจะมีการใช้กันมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนถูกและการใช้งานมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังต้องเน้นไปที่การ ทำยอดขายให้สูงด้วย เพื่อจะมีผลต่อตัวพีอีของบริษัทให้ต่ำลง เพราะนั่นหมายถึงกำไรของบริษัทดีด้วย โดย ส่วนที่จะหนุนให้ ILINK ได้ลูกค้าเพิ่ม คือโครงการของภาครัฐ CCTV หรือ กล้องวงจรปิด ที่รัฐจะจัดงบประมาณให้ทุกจังหวัดต้องติดตั้ง ซึ่งเป็นตลาดของ FIBER OPTIC โดย CCTV ที่จะเสร็จสิ้นปีนี้มีประมาณกว่า 40 ล้านบาท และ ILINK จะได้เงินประมาณ 8 ล้านบาท
อีกโครงการหนึ่งคือโรงเรียนในฝัน ที่จะจัดสรรคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนทุกแห่ง เป็นตลาดเดมลิ่ง ที่จะทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้เข้ามาอีกทางหนึ่ง ผ่านทางดีลเลอร์ของ ILINK ที่จะเข้าไปประมูลงานมาอีกต่อหนึ่ง
สำหรับคู่แข่งทางการค้าของ ILINK คือ SYNEC MVT และ GNET โดย MVT ขายสินค้าคนละ ยี่ห้อ ส่วน GNET จะเน้นขายในกรุงเทพฯ ขณะที่ SYNEC มี 3 สาขา ในภาคเหนือ แต่เน้นการขายแบบติดตั้ง network แต่ ILINK ไม่ได้เน้นด้านนี้ซึ่ง ILINK ต้องใช้กลยุทธ์บริการรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ดึงลูกค้าเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ผลจากการเกิดน้ำท่วมที่เชียงใหม่ 3 ระลอก ทำ ให้ระยะนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากลูกค้า แต่หลังจากนี้ ILINK จะต้องออกพบลูกค้าให้มากขึ้น และเชื่อว่าจะมีลูกค้าสนใจหันมาติดตั้งระบบโทรศัพท์อัจฉริยะมากขึ้น ปัจจุบัน พบว่าลูกค้าจากจังหวัดใกล้เคียงอย่าง พะเยา และเชียงรายก็เริ่มให้ความสนใจระบบงานแบบนี้บ้าง เพราะต้นทุนถูก และรองรับระบบ Voice ได้ดี ซึ่งระบบนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการโรงแรม และจากที่มีสาขาที่เชียงใหม่ แล้ว ขณะนี้พบว่าที่ภาคใต้ก็กำลังบูม และโอกาสเติบโตยังมีอีกมาก เพราะยอดขายของภาคใต้สูง จากดีลเลอร์ของ ILINK เพราะ ILINK มีดีลเลอร์ที่มีทีมขายรองรับยอดขายก่อนที่จะส่งออเดอร์มายังบริษัท ขณะที่ในภาคเหนือก็พร้อมที่จะเปิดสาขาย่อยเพิ่มขึ้นอีกด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ การเปิดสาขาเพิ่มนั้น บริษัทตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 4 แห่งปี 49 ในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ครอบคลุมลูกคามากขึ้น ก่อนที่จะเปิดในจังหวัดที่มีการเติบโต และต้องการใช้ระบบนี้รองรับในอนาคตทั่วประเทศ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|