|

มนต์เสน่ห์ตลาดหุ้นปี"49 เสื่อม"ความผันผวน-กำไรนิ่ง"ตัวฉุด
ผู้จัดการรายสัปดาห์(12 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
โหรหุ้นคาดตลาดปี49 ความผันหวนสูงผนวกกำไร บจ. เริ่มชะลอตัว หลังจาก2-3 ปีก่อนอัตราการเติบโตสูงมาก บางรายกำไรขยายตัวถึง 100% เหมือนมนต์เสน่ห์ดึงใจนักลงทุน ถือเป็นยุคทองของการกอบโกยผลตอบแทน แต่โชติช่วงชัชวาลในยุคนั้นได้หมดไป มนต์เสน่ห์ที่เคยร่ายมาเริ่มเสื่อม การลงทุนในตลาดหุ้นอาจทำได้ไม่สวยงามอย่างที่หวัง แม้จะมีเงื่อนไขที่ดีอย่างพี/อีเป็นตัวหนุนก็ตาม
นิเวศน์ เหมวชิวรากร ผู้เชี่ยวชาญวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เล่าให้ฟังถึงปัจจัยที่สร้างมนต์เสน่ห์ให้กับตลาดหุ้น คือ ปัจจัยของตลาดและกำไรของบริษัทจดทะเบียน
ซึ่งในส่วนของปัจจัยตลาดนั้นดูจากพี/อี ของตลาดหุ้นว่าถูกหรือแพง นิเวศน์ บอกว่า สำหรับตลาดหุ้นค่าพี/อีปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8.8 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ไม่ถูกและแพงเกินไป ซึ่งถ้าย้อนหลังกลับไปเทียบกับตลาดในช่วง20-30ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเกิดใหม่ ค่าพี/อี โดยเฉลี่ย ณ ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 8.7เท่า หรือแม้แต่ยุคทองตลาดหุ้นในช่วงปี 2531-2541 ค่าพี/อี โดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 10 เท่า
"จากค่าพี/อีตลอด 30 ปีที่ผ่านมา แทบหาความเปลี่ยนแปลงไม่ได้นั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าราคาหุ้นยังเท่าเดิม และสรุปได้ว่าพี/อีตลาดในตอนนี้ก็อยู่ในระดับกลาง จะให้มองว่าตลาดหุ้นไทยดีอยู่ก็เป็นเรื่องที่ลำบาก เพราะดูแล้วพี/อีจะสูงขึ้นไป 10 เท่าก็ยากสถานการณ์ยังไม่เอื้อ ขณะเดียวกันก็คงไม่แย่ลงไปกว่านี้"
ดังนั้นการลงทุนที่หวังว่าตลาดจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องยากพอควร
นิเวศน์ กล่าวถึงอีกปัจจัยที่สร้างความน่าสนใจให้ตลาดหุ้นคือ กำไร บจ. แต่ในวันนี้ ปัจจัยเรื่องกำไร บจ. อาจไม่สามารถดึงดูดใจนักลงทุนได้เหมือนที่ผ่านมา ที่ บจ.เคยสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนถึง 20% ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนนักลงทุนสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก ในวันนี้ กำไร บจ.เริ่มชะลอตัว และคาดว่าปีหน้าอาจไม่เห็นอัตราการเติบโตของกำไรอีก
ในสภาพของตลาดที่นิ่งค่าพี/อีอาจไม่ขยับขึ้นไปอีก กำไร บจ.ที่ชะลอตัวลง ปัจจัยที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้การลงทุนในหุ้นต้องเลือกให้ดี อาจมีบางกลุ่มที่ยังสร้างผลตอบแทนได้บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ
นิเวศน์ แนะอีกว่า กระนั้นก็ตามถ้าจะลงทุนควรพิจารณาราคาของหุ้นว่าแพงเกินไปหรือไม่ และไม่ควรเล่นหุ้นตามตลาด
อนุสรร์ ธรรมใจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบีที บอกว่า ถ้าจะต้องเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้น สิ่งสำคัญควรดูที่ศักยภาพ เพราะในภาวะที่ความเสี่ยงจากการลงทุนมีมากขึ้นยังมีหุ้นบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อย นั้นคือหุ้นกุล่มพลังงาน และในปีหน้ายังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายในสายตานักลงทุน
อีกกลุ่มที่มองว่าดีคือ ธนาคารที่จะได้รับผลดีจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยเฉพาะแบงก์รายใหญ่ในฐานะเจ้าหนี้ผู้ปล่อยกู้ให้กับโครงการขนาดใหญ่ บวกกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ของธนาคาร ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น
ในภาพรวมโหรหุ้นต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดหุ้นปี 2549 มีความเสี่ยงและผัวผวนมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ ที่ทำให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนทำได้ง่ายขึ้น และทุนดังกล่าวจะย้ายจากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้ตลาดหุ้นเกิดความผันผวนสูง
ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นต่อจากนี้ไปเหมือนการวิ่งต้านลม เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างทำให้ลงทุนได้ยากขึ้นเช่นกำไรที่ชะลอตัว และสภาพของตลาดที่นิ่ง ล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าลงทุนหุ้นปีหน้าอย่าหวังอะไรมาก
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|