|

ยูเนี่ยนปิโตรเคมีคอลระดมทุน mai วางแผนเพิ่มรถบรรทุกBulkใหญ่
ผู้จัดการรายวัน(1 ธันวาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอลเตรียมเข้าระดมทุน ในตลาดเอ็มเอไอ ตั้งบางกอก ซิตี้ แอดไวเซอรี่เป็นที่ปรึกษาฯ กระจาย 34 ล้านหุ้นหวังนำเงินไป ชำระคืนเงินกู้และเป็นเงินทุน หมุนเวียนวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้า โดย การเพิ่มรถบรรทุกสินค้า Bulk และรถบรรทุกสิบล้อ วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทในปีหน้า
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2548 สำนักงานเริ่มนับหนึ่งแบบรายการแสดงข้อมูล(ไฟลิ่ง) ในหุ้นบริษัทยูเนี่ยนปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัทบางกอก ซิตี้ แอดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ปัจจุบัน บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 165 ล้านบาทและทุนชำระแล้วก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเท่ากับ 131 ล้านบาทมูล ค่าที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 1 บาท โดย จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัทต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 34 ล้านหุ้นคิดเป็น 20.61% ของทุนที่เรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปโดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปชำระคืนเงินกู้ของบริษัทและใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียน
ทั้งนี้ บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอลดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ประเภทสารทำลายหรือโซลเวนต์ ซึ่งเป็นผล ผลิตจากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ โดยใช้เป็นตัวทำลายในอุตสาหกรรมต่างๆเช่นอุตสาหกรรมสี อุตสาหกรรมทินเนอร์อุตสาหกรรมเกี่ยวกับหมึก/สิ่งพิมพ์อุตสาหกรรมเรซินและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลาสติก/ถุง เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทมีบริษัทย่อย 2 แห่งคือ บริษัทไลอ้อนเอเซีย(ไทยแลนด์) จำกัด ดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ประเภทสารทำลายชนิดพิเศษและบริษัทยูเนี่ยน อินทราโก้ จำกัดดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นสารเคมีชนิดใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีจำหน่ายมาก่อนหรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่สร้างคุณลักษณะ พิเศษเฉพาะให้กับสินค้าที่ใช้เคมีภัณฑ์ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบในการผลิต
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยมียอดขายซึ่งไม่รับรวมการซื้อขายระหว่างกลุ่มบริษัทในปี 2546 จำนวน 1,088.08 ล้านบาทและในปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 1,541.78 ล้านบาทหรือ เพิ่มขึ้น 42% โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายเคมี-ภัณฑ์ให้แกกลุ่มอุตสาหกรรม ผลิตสีโดยมาจากกลุ่มสีทาอาคาร สีอุตสาหกรรมและสีรถยนต์ ส่วน ยอดขายในครึ่งปีแรกของปี 2548 อยู่ที่ 758.06 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมายอดขายเคมีภัณฑ์ให้กับกลุ่มหมึกพิมพ์และบรรจุภัณฑ์จะมีการขยายตัวในอัตราที่สูงโครงการในอนาคตนั้นบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มศักยภาพในการจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า
ดังนั้นจึงจะเพิ่มรถบรรทุกสินค้า Bulk ใหญ่ที่มีการจดทะเบียนที่ถูกต้องโดยมีอุปกรณ์ใน การโหลดสินค้าจำนวน 4 คันและ รถบรรทุก 10 ล้ออีกจำนวน 4 คัน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีขยาย ระบบขนส่งออกไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งและมีการติดตั้งระบบติดตามรถยนต์ผ่านดาวเทียมกับรถบรรทุกสินค้า ทั้งหมดของบริษัทโดยมูลค่าโครงการคาดว่าจะอยู่ประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2549
ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรกจะประกอบด้วยกลุ่มสุวรรณนภาศรี ถือหุ้น 71.79% ภายหลังการเสนอขายสัดส่วนจะลดลงเหลือ 57% รองลงมาได้แก่นายอุทัย ลิ้มถือหุ้น 9.16% ภายหลังเหลือ 7.27%,นายอนุชา เอกเสน ถือหุ้น 4.77% ภายหลังเหลือ 3.79%, นางสาวกรองทอง เศวตมาลย์ ถือหุ้น 4.58% ภายหลังลดเหลือ 3.64% และนางธนาพร พ่วงแดง ถือหุ้น 4.27% ภายหลังลดเหลือ 3.39% บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อย กว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลในแต่ละปี
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|