UOBKH เดี้ยงต่อโบรกฯแนะรับบิ๊กหลังคาตราเพชรงงหุ้นจอง


ผู้จัดการรายวัน(1 ธันวาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

หุ้น บล.ยูโอบีฯ เดี้ยงรูดต่ำกว่าจองหนัก เหตุนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นหลังผู้บริหารขายทำกำไรออกมาก่อน "ยูไนเต็ด" ประเมินปีหน้าวอลุ่มตลาดเฉลี่ย 2 หมื่นล้านบาทต่อวัน แนะทยอยเก็บได้ ส่วนผู้บริหาร-ที่ปรึกษาฯ หุ้นกระเบื้องตราเพชรแปลกใจราคาหุ้นต่ำจอง งงแรงขาย มาจากไหน ทั้งที่หุ้นในมือผู้ถือหุ้น อยู่ในระยะห้ามขาย แนะนักลงทุน อย่าตื่นเตรียมเสนอปันผลหากเท่าเดิมผลตอบแทนสูงกว่า 11%

วานนี้(30 พ.ย.)หุ้น บล. ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ UOBKH เปิดที่ระดับ 6.40 บาทจากนั้นมีแรงขายออกมาจนทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง และปิดที่ 5.85 บาทลดลง 0.55 บาทหรือ 8.59% มูลค่าการซื้อขาย 279.21ล้านบาท ในระดับราคาปิดดังกล่าวถือว่า ลดลงมาต่ำกว่าราคาจองที่กำหนดไว้หุ้นละ 6.20 บาท

แหล่งข่าวจากฝ่ายวิเคราะห์ บล.ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) เปิด เผยว่า สาเหตุที่ราคาหุ้น UOBKH ปรับตัวลดลงเนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้บริหารของ UOBKH ได้เทขายหุ้นทำกำไรออกมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาซื้อขาย จึงส่งผลทำให้นักลงทุน รายย่อยเกิดความไม่มั่นใจจึงได้เทขาย หุ้นออกมาประกอบกับมีแรงเทขาย ในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ออกมามาก

"ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าปีหน้า บริษัท กฟผ.เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะช่วย ทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ในระดับ 2 หมื่นล้านบาทต่อวัน และจะเป็นผลดีต่อธุรกิจหลักทรัพย์ ดังนั้นจึงได้แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อ UOBKH เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลงมา โดยราคาเป้าหมายสำหรับปี 2549 จะอยู่ที่ระดับ 7.50 บาท" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ UOBKH มีอัตราการทำกำไรที่ดี มีROE ที่สูง และได้ประเมินว่าในปี 2549 มูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นโดยรวมจะคึกคักจากการเข้ามาซื้อขายหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่อย่างบริษัท กฟผ., เบียร์ช้าง, บีเอ็มซีแอล,กสท และ ทศท เป็นต้น โดยส่วนแบ่งตลาดของบล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย)อยู่ที่ 2.78% ต่ำกว่าที่บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดที่ 2.8-3% เล็กน้อย คาดว่าจะมีรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เข้ามา 672 ล้านบาทและคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 243 ล้านบาทหรือมีกำไรเพิ่มขึ้น 29%

นายประกิต ประทีปะเสน ประธานกรรมการ บริษัท กระเบื้อง หลังคาตราเพชร จำกัด (มหาชน) (DRT) กล่าวว่าราคาซื้อขายหุ้น วันแรกลดลงต่ำกว่าราคา IPO ว่า ทั้งผู้บริหารและที่ปรึกษาทางการเงินรู้สึกแปลกใจที่ราคาหุ้นต่ำกว่าจอง ซึ่งไม่รู้ว่าแรงขายมาจากไหน ทั้งๆ ที่หุ้นที่อยู่ในมือผู้ถือหุ้นเดิม ทั้ง 100% อยู่ในระยะห้ามขาย และเท่าที่พูดคุยกับผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมดก็ไม่มีใครที่อยากจะขายหุ้นออกมา เพราะมั่นใจในธุรกิจของ บริษัทฯว่ามีความมั่นคงแข็งแรง และ มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก

นายประกิต กล่าวอีกว่า จากราคาปิดวันนี้ที่ 6.25 บาท มีค่า P/E ต่ำกว่า 6 เท่าแล้ว ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อ เทียบกับธุรกิจประเภทเดียวกันที่มีการเติบโตใกล้เคียงกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นอกจากนี้ DRT ยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผลได้ทุกปี โดยในปีที่ผ่านมาจ่ายปันผลถึงหุ้นละ 1.25 บาท ซึ่งหากบริษัทใช้มาตรฐานเดิมในการจ่ายเงินปันผลจะเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึงกว่า 16% หรือสมมติว่าจ่ายเพียง 70 สตางค์ต่อหุ้น ก็จะคิดเป็นเงิน ปันผลตอบแทนสูงถึงกว่า 11%

สำหรับเรื่องเงินปันผล คณะกรรมการบริษัทจะประชุมเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่ที่ให้ข้อมูล ตรงนี้เพื่อจะบอกกับนักลงทุนว่าอย่าตื่นตระหนกกับราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวในแต่ละวัน เพราะยิ่งราคาหุ้นต่ำ อัตราเงินปันผลก็ยิ่งสูง และบริษัทฯ ก็มีความพร้อมที่จะจ่ายเงินปันผลได้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ วานนี้ราคาหุ้น DRT ปิดที่ 6.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 73.56 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.