|

บิ๊กSATปลื้มกองทุนแห่ถือหุ้น ชี้เพดานต่างประเทศยังไม่เต็ม
ผู้จัดการรายวัน(30 พฤศจิกายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ผู้บริหารสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์เทคโนโลยี โอ่กองทุนต่างประเทศแห่เข้าถือหุ้น 12.5% มีทั้งมอร์แกน สเเตนเลย์-เอไอเอ-สเตท สตรีทแบงก์ เตรียมตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่อุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ และย้ายโรงงานและเครื่องจักรเพื่อหวังได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากบีโอไอชี้มีลูกค้าใหม่ที่สั่งออร์เดอร์เข้ามามูลค่า 3พันล้านบาทภายใน 5 ปี ซึ่งจะดันรายได้เพิ่มปีละ 600 ล้านบาท
นายชำนาญ ธรรมเจริญ รองกรรมการอำนวยการ บริษัทสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (SAT) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ต้นปี 2548 จนถึงปัจจุบันปรากฏว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยมีกองทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนถึง 12.5 ล้านหุ้น ซึ่งประกอบด้วย กองทุนของมอร์แกน สแตนเลย์ ซึ่งถือหุ้นประมาณ 12 ล้านหุ้น หรือ 2%, AMERICANINTERNATIONAL ASSURANCE COMPANY (เอไอเอ), STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY FOR และ HSBC หรือธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้กำหนด เพดานการถือครองหุ้นของนักลงทุน ต่างประเทศไม่เกิน 49% ดังนั้นจึงถือ ได้ว่านักลงทุนต่างประเทศยังสามารถ ที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นได้อีกมาก
ขณะเดียวกัน ปรากฏว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยมีจำนวนลดลงจากเดิมที่มีผู้ถือหุ้นจำนวน 2,500 คนได้ลดลงเหลือ 1,500 คน ขณะที่กองทุนเพื่อการร่วมลงทุนหรือไทยแลนด์ อิควิตี้ฟันด์นั้นจะถือเป็นสัญชาติไทยและยังคงถือหุ้นในสัดส่วน 10% เหมือนเดิม ซึ่งกองทุนนี้จะมีนโยบาย การลงทุนระยะยาวประมาณ 3-5 ปี แม้ว่าจะมีนักลงทุนสถาบันถือหุ้นเป็นจำนวนมากขึ้นแต่ก็ไม่กังวลในแง่ของปัญหาสภาพคล่องแต่อย่างใด
นายชำนาญ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศได้เข้ามา ขอข้อมูลกับบริษัทเป็นจำนวนมากและได้มีการเดินทางไปแนะนำข้อมูล ที่ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงจำนวน หลายครั้ง ซึ่งปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันบทวิเคราะห์ ของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ก็มีมุมมองที่ดีต่อบริษัท
สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้นในช่วงที่ผ่านมาได้รับคำสั่งซื้อใหม่จากลูกค้าต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้กำลังการผลิตเพลาข้างที่เพิ่ง ขยายในปี 2548 จาก 1 แสนชิ้นต่อเดือนเป็น 1.6 แสนชิ้นต่อเดือนผลิตเต็มกำลังยังไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า
ดังนั้นบริษัทจึงได้ตัดสินใจเพิ่ม กำลังการผลิตอีก 3 หมื่นชิ้นต่อเดือน ซึ่งใช้เงินลงทุนประมาณ 165 ล้านบาท ที่โรงงานจังหวัดระยองซึ่งจะแล้วเสร็จเริ่มทำการผลิตในเดือนเมษายน 2549 ทำให้มีกำลังการผลิตทั้งหมดรวม 1.9 แสนชิ้นต่อเดือนหรือเพิ่มขึ้น 90% ซึ่งจะป้อนสินค้าให้กับอีซูซุ และนิสสันเพิ่มขึ้น ส่วนอีกโครงการบริษัทได้ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเบรกดุมอีก 1 สายการผลิต โดยมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นชิ้นต่อเดือน ใช้เงินลงทุน 50 ล้านบาทที่โรงงานสมุทรปราการ ทั้งนี้ ป้อนให้กับค่ายรถมิตซูบิชิ รุ่นไทรตอน (Triton) ที่เพิ่งออกจำนวนเมื่อไม่นาน นี้ ซึ่งมียอดขายสูงกว่าประมาณการเดิมมาก
นายชำนาญ กล่าวว่า จากการเติบโตของธุรกิจที่มีอย่างต่อเนื่องและเพื่อความสะดวกในการดำเนินงาน จึงทำให้บริษัทได้ซื้อที่ดินที่อุตสาหกรรมอมตะซิตี้จังหวัดระยองจำนวน 83 ไร่ มูลค่า 141 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างโรงงานของบริษัทย่อย คาดว่าจะสร้างเสร็จภายในเดือนมิ.ย. 2549 โดยจะย้ายเครื่องจักรมารวมอยู่ที่โรงงานใหม่ซึ่งปัจจุบันใช้พื้นที่เต็มแล้ว และจะติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเพื่อการขยายตัวของบริษัทคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2551 และจะทำให้บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เพราะได้ย้ายเครื่องจักรมาอยู่ในโซนชั้น 3 ส่วนเงินจำนวน 141 ล้านบาทที่นำมาซื้อที่ดินนั้นจะทยอย จ่ายภายในระยะเวลา 3 ปี
นอกจากนี้บริษัทรับโอนกิจการ รวมทั้งทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดของบริษัทเอสเอที แอคเซิล เทคโนโลยีจำกัดซึ่งประกอบธุรกิจผลิตเพลาข้างรถกระบะ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการจัดโครงสร้างภายใน กลุ่มบริษัทและบริษัทเองเพื่อให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจธุรกิจอีกทั้งยังประหยัดภาระภาษีในภาพรวมธุรกิจอีกด้วย ชี้อุตฯรถยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง
นายวีระยุทธ กิตะพาณิชย์ กรรมการอำนวยการบริษัทสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์มีโอกาสที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยรัฐบาลก็หวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชียโดยในปีนี้คาดว่าจะผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 1.1 ล้านคันและในปีหน้าจะอยู่ในระดับ 1.29 ล้านคัน และรัฐบาลได้ตั้งเป้าว่าภายในปี 2553 จะมีการผลิตรถยนต์ ได้ทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านคันซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทอย่างมาก
ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทก็มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นรวมถึงการสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นด้วยซึ่งขณะนี้มีคำสั่งซื้อสินค้า จากลูกค้าใหม่เข้ามา 3 พันล้านบาทภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงทำให้รายได้ต่อปีของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอีกปีละ600 ล้านบาท และบริษัทไม่มีนโยบายการเพิ่มทุนในปี 2549 อย่างแน่นอนแม้ว่าจะมีการขยายงานเพิ่มขึ้น แต่บริษัทก็มีเงินสด เพื่อรองรับจำนวน 700-800 ล้านบาท
นายวรพจน์ ฉัตรชัยกุลศิริ รองกรรมการอำนวยการการเงินและการบริหาร บริษัทสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยีจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 111 ล้าน บาท ซึ่งถ้าเทียบกับไตรมาส 2 ปีนี้ที่มีกำไรสุทธิ 129ล้านบาทจะเห็นได้ว่ากำไรลดลง แต่สาเหตุเนื่องจากในไตรมาส 2 บริษัทมีการรับรู้จากการลงทุนในบริษัทอื่นประมาณ 25 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่ใช่กำไรที่เป็นปกติ ดังนั้น ถ้าหักจากส่วนนี้จะเห็นได้ว่าไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิประมาณ 104 ล้านบาท และบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ระดับ 1.81 เท่า แต่ บริษัทจะพยายามทำให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1.5 เท่า
ปัจจุบันนี้บริษัทมีหนี้สินอยู่จำนวน 1,884 ล้านบาทและที่ผ่านมาบริษัทได้นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แกประชาชนทั่วไปนำไป ชำระแล้วบางส่วนจึงทำให้ในครึ่งปีแรกไม่จำเป็นต้องนำไปชำระอีกจะไป ชำระอีกครั้งในไตรมาส 3 และ 4 ของ ปีหน้า โดยคาดว่าจะทำให้ปี 2549 บริษัทจะมีหนี้สินลดลงเหลือประมาณ 1,750 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2548 จากผลดำเนินงานในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย. 2548 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ ซึ่งบริษัทจะต้องจ่ายเงินทั้งสิ้นประมาณ 100 ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|