|

แบล็กแคนยอน-โกลเด้นมายด์ฯ ใส่เกียร์ถอยเลื่อนเข้าตลาดmai!
ผู้จัดการรายวัน(28 พฤศจิกายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
แบล็กแคนยอน-โกลเด้นมายด์ เลื่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ในปีนี้ หลังตลาดหุ้นทิ่มหัวจากมรสุมการเมือง บลจ.วรรณในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมเพื่อร่วมลงทุนในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEVC) ยอมรับตลาดไม่เอื้อ ขณะที่แจเปนเร้นท์เมินสภาวะตลาด ยันเข้าจดทะเบียนแน่ปลายปีนี้
นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมเพื่อร่วมลงทุนในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs Venture Capital Fund : SMEVC) เปิดเผยว่า ในปีนี้จะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 1 แห่ง ที่กองทุนร่วมลงทุนด้วยเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai คือ บริษัท บริษัท แจเปน เร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่วนบริษัท โกลเด้นมายด์ เซอร์วิส และแบล็กแคนยอน เลื่อนกระจายหุ้นออกไปเป็นปีหน้า เนื่องจากสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย
สำหรับความคืบหน้าในการร่วมลงทุนของ กองทุนร่วมลงทุน SMEVC ล่าสุดมีการใช้เงินเพื่อร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีแล้วกว่า 600 ล้านบาท และคาดว่าในสิ้นปีจะมีมูลค่าร่วมลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท
สำหรับบริษัท แจเปน เร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการรถเช่าและพนักงานขับรถ ซึ่งกองทุนร่วมลงทุน จำนวน 13.3 ล้านบาทหรือ 10% ของทุนจดทะเบียน โดยขณะนี้บริษัทได้ยื่นไฟลิ่งให้แก่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาแล้ว คาดว่าจะสามารถเข้าทำการซื้อขายได้ภายในปีนี้
ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจให้เช่ารถยนต์กับลูกค้านิติบุคคลสำหรับใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของ ผู้บริหาร และใช้สำหรับการดำเนินงานทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งในปี 2547 สัดส่วนการให้บริการลูกค้านิติบุคคลต่อลูกค้าบุคคลรายย่อยประมาณ 97% ต่อ 3% ของรายได้จากค่าเช่ารถยนต์
บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 95.50 ล้านบาท ในปี 2545 ส่วนในปี 2546 มีรายได้ 120.71 ล้านบาท และในปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 132.93 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 202.66 ล้านบาท ลดลงจากปี 2546 จำนวน 9.15 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.30% เนื่องจากการปรับปรุงวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินงานบริษัทมีการขยายกิจการให้บริการแก่ลูกค้าด้วยจำนวนรถยนต์ให้เช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 บริษัทมีรถยนต์เช่าจำนวน 398 คัน หรือ 90.50% ของสินทรัพย์รวม บริษัทมีแหล่งเงินทุนมาจากหนี้สินจำนวน 153.83 ล้านบาท และสัดส่วนผู้ถือหุ้น 48.82 ล้านบาท
สำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2548 บริษัทมีรายได้สุทธิ 79.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 60.81 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2547 หรือคิดเป็น 30.81% มีกำไรสุทธิใน 6 เดือนแรกของปี 2548 จำนวน 11.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3.75 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2547 หรือ 198.27%
ทั้งนี้ กองทุน SMEVC มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวเป็นเงินลงทุนจากภาครัฐ โดยกองทุนดังกล่าวมีอายุโครงการ 10 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2553 และหลังจากที่สิ้นสุดโครงการ อาจจะขออนุมัติแปลงสภาพกองทุน ดังกล่าวใหม่ โดยสามารถขายหน่วยลงทุนแก่บุคคล ทั่วไปได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นในลักษณะของกองทุนปิด
ส่วนหลักเกณฑ์การเข้าไปลงทุนนั้น จะลงทุนประมาณ 10-50% ของทุนจดทะเบียน ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3-5 ปี ลงทุนในลักษณะ Passive คือไม่เข้าไปก้าวก่ายการดำเนินธุรกิจ แต่อาจส่งผู้แทนเข้าไปเป็นกรรมการของบริษัทร่วมลงทุน
โดยกองทุนดังกล่าวเมื่อลงทุนเป็นระยะเวลา 3-5 ปี กองทุนจะถอนตัวออก โดยลักษณะการถอนตัวนั้นจะนำหุ้นของกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) เพื่อกระจายให้นักลงทุนทั่วไปขายหุ้นคืนแก่เจ้าของกิจการเดิม ตามข้อตกลงที่ได้วางไว้เมื่อเข้าร่วมลงทุน และขายคืนแก่ผู้สนใจร่วมลงทุนรายใหม่ที่มีศักยภาพ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|