บล.ยูโอบีฯ ร้อนเหนือจอง 38% "เสี่ยปู่" ผสมหาใหญ่ช่วยดัน


ผู้จัดการรายวัน(23 พฤศจิกายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

หุ้นบล.ยูโอบีเคย์เฮียน(ประเทศไทย)ร้อนราคาสูงเหนือจอง 37.90% เหตุกำหนดราคาต่ำหวังให้ผลตอบแทนแก่ลูกค้าขณะที่ผู้บริหาร ลีดอันเดอร์ไรเตอร์ชี้เสี่ยปู่ได้รับจัดสรรหุ้นเพราะเป็นลูกค้ารายใหญ่ ตั้งเป้าปีหน้าโกยมาร์เกตแชร์ 3%

วานนี้ (20 พ.ย.) หุ้นบริษัท หลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ UOBKH เข้าซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ฯเป็นวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังไม่สดใสนักแม้ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ปริมาณการซื้อขายก็ยังไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น UOBKH สามารถเปิดตลาดที่ระดับ 7.15 บาท สูงกว่าราคาจองที่กำหนดไว้หุ้นละ 6.20 บาท จากนั้นมีแรงซื้อโหมเข้ามาทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาสูงสุดที่ 8.75 บาท ก่อนมีแรงเทขายออกมาทำให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลงปิดที่ระดับ 8.55 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาจอง 2.35 บาท หรือ 37.90% มูลค่าการซื้อขาย 1,325.30 ล้านบาท

ทั้งนี้ เนื่องจากมีนักลงทุนรายใหญ่เข้าไปซื้อขายหุ้น UOBKH กันอย่างคึกคัก ประกอบกับมีชื่อนักลงทุนรายใหญ่นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล ได้รับจัดสรรหุ้นไปจำนวนมากจนติดโผผู้ถือหุ้นใหญ่ UOBKH

นายชัยพัชร์ นาคมณฑนาคุ้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บล. ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องจากได้กำหนดราคาจองที่ 6.20 บาท ซึ่งถือ เป็นระดับต่ำและมีส่วนลดเพื่อให้ผู้ถือ หุ้นของบริษัท ซึ่งได้แก่ลูกค้าของบริษัทได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน ที่ดี ทั้งนี้ระดับราคาจองดังกล่าวถือ ว่าต่ำกว่าระดับราคาที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์หลาย แห่งได้ประเมินว่าราคาหุ้นที่เหมาะสม จะอยู่ในระดับ 6.80-9.25 บาทต่อหุ้น

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือเสี่ยปู่ นักลงทุนรายใหญ่ได้รับการจัดสรรหุ้นด้วยนั้น นายชัยพัชร์ กล่าวว่า เนื่องจากนายสมพงษ์เป็นลูกค้ารายใหญ่ของบล.ยูโอบีฯ และบล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นจึงได้รับการจัดสรรในระดับราคา 6.20 บาทเหมือนกับนักลงทุนทั่วไปโดยไม่ได้ติดระยะห้ามซื้อขาย(ไซเลนต์พีเรียด)แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายสมพงษ์คง จะถือเพื่อการลงทุนระยะยาวเพราะหุ้นจองหลายบริษัทที่นายสมพงษ์เข้า ไปลงทุนก็ยังถืออยู่ไม่ได้ขายออกมา

ทั้งนี้ นายสมพงษ์ได้รับการจัดสรร 3.1 ล้านหุ้น และนางวารุณี ชลคดีดำรงกุล ได้รับการจัดสรรจำนวน 1.25 ล้านหุ้น

ปัจจุบันนี้ บล.ยูโอบีฯ มีมาร์เกตแชร์ในส่วนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ประมาณ 2.8% โดยสัดส่วนลูกค้าจะเป็นนักลงทุนรายย่อยประมาณ 84% และนักลงทุนสถาบันประมาณ 16% โดยในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าจะมีมาร์เกตแชร์ที่ระดับ 3% สัดส่วนลูกค้าคงจะเป็นไปตามสภาพตลาดหุ้นโดยรวม

ทั้งนี้ กลุ่มยูโอบีนั้นถือว่ามีความสนใจเข้าลงทุนในประเทศไทยอย่างแท้จริง โดยจะเห็นได้ว่าเข้ามาซื้อ กิจการของธนาคารยูโอบี รัตนสินรวมถึงเข้าลงทุนในธนาคารเอเชีย

นายมนตรี ศรไพศาล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บล.กิมเอ็ง(ประเทศ ไทย) จำกัด(มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษา ทางการเงินและแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายเปิดเผยว่า บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบีใน สิงคโปร์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ถือเป็นบริษัท หลักทรัพย์ที่อยู่ในอันดับ 1 โดยมีสาขาจำนวน 50 กว่าแห่ง ดังนั้นจึงสามารถเกื้อหนุนบล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทลูกได้

นอกจากนี้ ราคาจองที่กำหนดไว้หุ้นละ 6.20 บาทนั้นถือว่าอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อพิจารณาจากค่าพี/อี เรโชของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จะอยู่ในระดับ 16-17% ขณะที่ค่าพี/อี เรโช ของ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน(ประเทศไทย) จะอยู่ในระดับ 9.7 เท่า

"พอใจกับราคาวันแรกที่หุ้นเข้า มาซื้อขายแล้วราคาสูงกว่าจอง ซึ่งในช่วงที่กระจายหุ้นนั้น ส่วนใหญ่จะเสนอ ขายให้กับนักลงทุนรายย่อยเกือบทั้งหมด โดยการจัดสรรหุ้นให้กับผู้บริหาร พนักงานและลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท ถือเป็นการตอบแทนลูกค้า ผู้มีอุปการคุณ ซึ่งบริษัทจัดสรรหุ้น ให้ในราคาเดียวกับราคาไอพีโอ ดังนั้น หุ้นดังกล่าวก็จะไม่มีระยะเวลาห้ามซื้อขาย" นายมนตรีกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.