|

บ.เอกชนหันลดต้นทุนเช่าออฟฟิศ เทลอัสฯส่งระบบตู้เอกสารรุกสนง.
ผู้จัดการรายวัน(22 พฤศจิกายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ความต้องการพื้นที่สำนักพุ่ง ค่าเช่าเพิ่มสูงกว่า 600 - 700บาทต่อตร.ม. "เทลอัส "ผู้ประกอบการระบบตู้จัดเก็บเอกสารออฟฟิศสำนักงาน สบช่องเปิดเกมรุกตลาดตู้จัดเก็บเอกสารในสำนักงาน เผยปี49 ส่งระบบตู้จัดเก็บเอกสารฯ พร้อมระบบ "ฮอทเดกซ์กิ้ง" ยึดตลาดสำนักงานเช่า ระบุยอดขายโตกว่า 30%จากที่ปี48 ยอดขายเติบโตกว่า 20%
นายลาร์ส ปีเตอร์ โจแฮนสัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทลอัส ซิสเต็มส์ จำกัด ผู้ประกอบการ ระบบตู้จัดเก็บเอกสารในสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และวัตถุดิบในการผลิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดอาคารสำนักงานเช่า ออฟฟิศ ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับดีและมีเสถียรภาพ ทำให้เกิดการลงทุนของบริษัทเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศสูงขึ้น ส่วนผู้ประกอบการรายเดิมก็มีความต้องการใช้พื้นที่เช่า เพื่อรองรับอัตราการขยายตัวของบริษัท อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา การลงทุนโครงการอาคารสำนักงานให้เช่า มีจำนวนโครงการที่ไม่มากเท่ากับความต้องการที่ปรับตัวมากขึ้น เนื่องจากอัตราค่าเช่ายังไม่จูงใจให้เกิดการพัฒนาโครงการใหม่ๆออกสู่ตลาด และถึงแม้จะมีเริ่มมีซัปพลายจากโครงการใหม่ออกมา แต่ด้วยข้อจำกัดของระยะเวลาการก่อสร้างไม่สอดรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในช่วงปี 2548 อัตราค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในย่านกลางเมืองสูงขึ้น คาดว่าจะขึ้นไปอยู่ระดับราคา 600-700 บาทต่อตารางเมตร
นอกจากนี้ จากสภาพปัญหาเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทเอกชนต้องประสบกับต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องมีการปรับลดต้นทุนในการบริหารงานลง ซึ่งการลดต้นทุนการเช่าพื้นที่สำนักงานเพิ่ม ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่บริษัทเอกชนต่างๆให้ความสำคัญ ทำให้ในช่วงปี 2548 นี้ บริษัทมีอัตราการเติบโตด้านยอดขาย ของระบบตู้จัดเก็บเอกสารออฟฟิศสำนักงานเพิ่มขึ้น20% จากปี47 และคาดว่าในปี 49 คาดว่าอัตราการเติบโตของยอดขายจะเพิ่มขึ้นจากปี48 ประมาณ 30% ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการลดต้นทุน การดำเนินงานของบริษัทเอกชนเนื่องจากตลาดขาดแคลนพื้นที่เช่า และราคาพื้นที่เช่าที่เพิ่มสูงขึ้น
ปัจจุบัน บริษัทมีรายได้จากการขายระบบจัดเก็บเอกสาร ในออฟฟิศ และโรงงานอุตสาหกรรม ในการจัดเก็บวัตถุดิบในการผลิตฯ การจำหน่ายอุปกรณ์ และการติดตั้ง 100 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งสัดส่วนรายได้จาก การจำหน่ายระบบจัดเก็บเอกสาร อุปกรณ์ และการติดตั้งในออฟฟิศสำนักงาน 40% ส่วนอีก 60% จะเป็นรายได้จากการจากการขายระบบจัดเก็บในโรงงานอุตสาหกรรม และการจัดเก็บวัตถุดิบในการผลิตฯ การจำหน่ายอุปกรณ์ และการติดตั้ง โดย บริษัทเทลลัสฯ นับว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในขณะนี้
ทั้งนี้ จากการขยายตัวของความต้องการพื้นที่และความต้องการลดต้นทุนในการใช้พื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารงาน ทำให้ต้องใช้ระบบการจัดเก็บเอกสารเข้ามาช่วย ซึ่งคาดว่าในปี 2549 ตลาดจะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20% ในตลาดรวม ทำให้บริษัทให้ความสำคัญกับการรุกตลาดระบบจัดเก็บเอกสารในสำนักงานเช่าเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดบริษัทได้ พัฒนาระบบการจัดเก็บเอกสาร "ฮอทเดกซ์กิ้ง" ซึ่งมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐเมริกา มาพัฒนาร่วมกับสินค้าของบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคนเอกสาร และการลดการใช้พื้นที่สำนักงานเช่า
" ระบบดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พื้นที่สำนักงานได้มากขึ้น โดยจะมีการจัดวางระบบจัดเก็บเอกสารในสำนักงานในลักษณะเซ็นเตอร์ หรือศูนย์กลางการจัดเก็บเอกสาร ที่รวมเอกสารของพนักงานทุกคนในบริษัทไว้ที่เดียวกันแต่มีการแบ่งเป็นตู้จัดเก็บแบบ "ล็อกเกอร์" ของพนักงานแต่ละคน โดยบริษัทต้องมีการจัดระบบการเข้างานของพนักงานให้สอดคล้องกับระบบการจัดเก็บ ซึ่งในเรื่องดังกล่าว เทลลัส จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำในการจัดระบบ ซึ่งการจะให้เกิดการยอมรับระบบดังกล่าวในจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา แต่เชื่อว่าในอนาคตจะมีการใช้ระบบดังกล่าวเพิ่มากขึ้นและได้รับการยอมรับเช่นเดียวกันในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา " นายลาร์ส ปีเตอร์กล่าว
นายลาร์ส ปีเตอร์ กล่าวว่า ส่วนตู้จัดเก็บเอกสารที่จะใช้ร่วมกับระบบการจัดเก็บเอกสาร นั้นสามารถใช้ตู้จัดเก็บเอกสารเดิมของบริษัทที่มีอยู่แล้วมาใช้ร่วมกับระบบดังกล่าวได้โดยมีการติดตั้งระบบเข้าไป หรือหากต้องการใช้ตู้จัดเก็บ และระบบทั้งหมดของ เทลลัส จะมีสินค้าระบบรางเลื่อนภายใต้ชื่อ Spacemaker ให้เลือก 3 ระบบ ซึ่งมีอยู่หลากหลายสี เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการตกแต่งออฟฟิศสำนักงาน ให้เข้ากับ บรรยากาศการทำงานตามต้องการ
สำหรับระบบแรก เป็นระบบตู้จัดเก็บเอกสารผลักด้วยมือ Spacemaker Unimove ซึ่งเหมาะสมกับการเก็บเอกสารที่มีน้ำหนักไม่มาก ระบบที่2 เป็นระบบตู้จัดเก็บเอกสารที่ขับเคลื่อนด้วยพวงมาลัย Spacemaker Multimove เหมาะสำหรับจัดเก็บเอกสารที่มีน้ำหนักค่อนข้างมา ส่วนระบบที่3 ซึ่งสามารถจัดเก็บเอกสารได้จำนวนมากและมีน้ำหนักมา จะเป็นระบบตู้จัดเก็บเอกสารด้วยระบบไฟฟ้า Spacemaker Maximove ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นระบบรางเลื่อน โดยราคาของตู้จัดเก็บเอกสาร และระบบจัดเก็บจะเริ่มต้นตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งราคาดังกล่าวขึ้นกับการติดตั้งและจำนวนการติดตั้ง
ทั้งนี้ ในปี 2546 บริษัทมีรายได้หลัก 50.704 ล้านบาท มีรายจ่ายรวม 49.705 ล้านบาท โดยมีกำไร(ขาดทุน)สุทธิ 9.98 แสนบาท ขณะที่มีสถาบันและองค์กรขนาดใหญ่ใช้บริการของบริษัท อาทิ ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ ,ทหารไทยสำนักงานใหญ่ ,บริษัทภัทรประกันภัย ,สำนักกฎหมายกรุงไทย โรงงานลำเรียงจัดเก็บสินค้าดัชมิลล์ ซึ่งในแต่ละโปรเจกต์มูลค่างานกว่า 10-20ล้านบาทขึ้นไป
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|