|

TR ประกาศแตกพาร์เหลือหุ้นละบาท พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 12 บ.ต้นปีหน้า
ผู้จัดการรายวัน(22 พฤศจิกายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
TR ประกาศแตกพาร์จาก 10 บาทเหลือ 1 บาท พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 12 บาท วันที่ 16 กุมภาพันธ์ปีหน้า หลังผลงานงวดสิ้นปี 48 มีกำไร 1,532 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีที่แล้ว 22% เนื่องจากยอดขายเพิ่มและรายได้อื่นรับรู้สูง
นายพี.เอ็ม. บาจาจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) (TR) แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 60 เมื่อที่ 19 พฤศจิกายน 2548 โดยที่ประชุมได้ลงมติในวาระสำคัญคืออนุมัติงบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัทฯ ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว และรายงานของผู้สอบบัญชีสำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 48 พร้อมกับลงมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติให้จัดสรรเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 12.00 บาทโดยเงินปันผลจำนวนรวม 241.92 ล้านบาท จะถูกตัดจากบัญชีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรและกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 49
กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 13 ในวันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2549เวลา 16.00 น. ณ ห้องซาลอนแอทธินี โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร โดยระเบียบวาระการประชุมปรากฎในเอกสารแนบท้าย 2 และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น/กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมและรับเงินปันผล ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2549 เวลา 12.00 น. จนกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ
ลงมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ จากเดิมมูลค่า หุ้นละ 10 บาท เป็น 1 บาทลงมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติให้บริษัทแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 ของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นข้างต้น และให้แต่งตั้ง นายพูรานมัล บาจาจ เป็นกรรมการคนใหม่ของบริษัท
โดยงบการเงินงวดสิ้นปีของบริษัทสิ้นสุด 30 กันยายน 48 พบว่า มีผลกำไรสุทธิเป็นจำนวน 1,532 ล้านบาทในปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิในงวดเดียวกันของปี47 ที่มีจำนวน 1,257 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.87 % ในงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 7 %หรือ 331 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียเพิ่มขึ้น 718 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 97%) เมื่อเปรียบเทียบกับผลกำไรจำนวน 364 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทร่วม และมีกำไรจากค่าเงินและมีรายได้จากบริษัทร่วม
นอกจากนี้ บริษัทฯ บันทึกบัญชีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 20 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน 33 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท และมีดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น 51 %หรือ 18 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นและยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น
สำหรับรายได้อื่นจากเงินปันผลรับ เพิ่มขึ้น 96 %หรือ 40 ล้านบาท เนื่องจากหนึ่งในบริษัทร่วมเลิกกิจการจึงประกาศจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมทั้งหมด และมีดอกเบี้ยจ่ายลดลงจำนวน 0.642 ล้านบาท หรือ 72% เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น กำไรสุทธิต่อหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่ากับ 75.97 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดบัญชีเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีผลกำไรต่อหุ้นในอัตราหุ้นละ 62.33 บาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|