แอคทีฟรุกจีนขายอีลิทฯ ขู่ทีพีซีใช้แบบใหม่ถอนแน่


ผู้จัดการรายวัน(21 พฤศจิกายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

แอคทีฟเล็งสยายปีกขอเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรอีลิทในจีน เผยศึกษาตลาดและลู่ทางทำธุรกิจไว้แล้ว หากได้เป็นตัวแทนพร้อมที่จะดึงนักธุรกิจจีนเข้ามาลงทุนในไทย โดยจะขอให้มีการเจรจาแบบรัฐต่อรัฐขอรัฐบาลจีนไฟเขียวเรื่องการผ่อนปรนวงเงินโอนเงินข้ามประเทศทั้งเงินลงทุนและเงินค่าสมาชิกบัตร เตรียมเข้าหารือ "โชคศิริ" ขอคำชี้ขาดขายบัตรอีลิทแบบแพกเกจเก่า ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ขู่หากทีพีซียังยืนยันให้ขายแพกเกจใหม่ จะทบทวนว่าจะถอนตัวจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือไม่

นางสุนทรี จันทร์ประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคทีฟ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายบัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ด เปิดเผยว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างมองหาตลาดใหม่อีก 2-3 ประเทศเพื่อที่จะเข้าไป เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรอีลิทการ์ด ในปีหน้า ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ในละแวกเอเชียเช่นเดิม โดยเฉพาะที่ประเทศจีน

โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯได้ทำการศึกษาตลาดจีนใน เรื่องของการทำตลาดและการทำธุรกรรมทางการเงินโดยเฉพาะการโอนเงินออกนอกประเทศ ที่ดูไว้ 2 หัวข้อคือ การขออนุญาตรัฐบาลจีน ให้ผู้ที่เป็นสมาชิกบัตรอีลิทขยายวงเงินในการโอนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และการขออนุญาตให้คันทรี พาร์ตเนอร์ หรือตัวแทน จำหน่ายบัตรให้สามารถนำเงินที่ขายบัตรอีลิทโอนเงินกลับเข้ามาประเทศไทยได้
ทั้งนี้ จีนน่าจะเป็นตลาดใหญ่ ของบริษัทฯในปีหน้า เพราะจากการศึกษาพบว่าประเทศจีนมีนักธุรกิจจำนวนมาก ซึ่งมีความสนใจและมีศักยภาพที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งบริษัทฯก็อยู่ระหว่างการยื่นขอ ต่อบริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด หรือทีพีซี เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศนี้ หากได้รับแต่งตั้งแล้วก็คงจะขอให้มีการเจรจาในระดับรัฐบาลกับรัฐบาลเพื่อแนะนำตัวบัตรอีลิท การ์ด อย่างเป็นทางการชูประเด็นให้รัฐบาลจีนได้ทราบว่า อีลิท การ์ด เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลไทย มี ททท.เป็นผู้ถือหุ้น และต้องเปิดโอกาสให้รัฐบาลจีนส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบกระบวนการทำงาน และสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกบัตรอีลิทจะได้รับ

"การที่ประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์ ที่ยั่งยืนมากว่า 30 ปี และนับวันจะแน่นแฟ้นขึ้น ประกอบกับการบรรลุข้อตกลงเปิดเขตเสรีการค้าเอฟทีเอระหว่างกัน เชื่อว่า จะทำให้การเจรจาเรื่องการลดเงื่อนไขการโอนเงินข้ามประเทศ หรือ การดึงเงินลงทุนเข้ามาประเทศไทยน่าจะง่ายขึ้น จึงเป็นโอกาสดี หากแอคทีฟได้เข้าไปทำตลาดใน ประเทศนี้ ซึ่งแอคทีฟเองทำธุรกิจหลักคือเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน มีลูกค้าเป็นนักธุรกิจจาก ประเทศจีนบ้าง โดยอยู่ในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ถ่านหิน เทรดดิ้ง เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าตกแต่ง บ้าน ซึ่งทั้งหมดดังกล่าวก็มีบางรายที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว"

ขู่ถอนตัวถ้าทีพีซีให้ขายแพกเกจใหม่

นางสุนทรีกล่าวอีกว่า ในต้นเดือนธันวาคม นี้จะไปหารือกับนายโชคศิริ รอดบุญพา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) ในเรื่องของการจำหน่ายบัตรอีลิท โดยต้องการฟังคำตอบให้แน่นอนว่า จะขยายเวลาการขายบัตรอีลิทแบบเดิมต่อไปได้อีกหรือไม่ หรือจะต้องเปลี่ยนมาขายในรูปแบบ 3 แพกเกจ ตามที่ทีพีซีได้กำหนดขึ้นมาใหม่ตั้งแต่เมื่อกลางปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้เพราะแอคทีฟยังคงยืนยันที่จะขายบัตรอีลิทในรูปแบบเดิมอยู่คือ ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และมีสิทธิประโยชน์เท่าที่มีอยู่ตามเงื่อนไขเดิม เพราะลูกค้าของบริษัทฯส่วนใหญ่เป็น นักธุรกิจ และนักลงทุน การเดินทางเข้าประเทศไทยก็มาเรื่องงานเป็นหลัก ไม่มีเวลาที่จะไปใช้บริการสนามกอล์ฟหรือสปา ดังนั้น หากต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีก็คงจะคิดหนักก่อนซื้อ

"กว่า 70% ของลูกค้าแอคทีฟที่เป็นสมาชิก บัตรอีลิท ใช้บริการแค่ขั้นตอนอำนวยความสะดวกทางสนามบิน และเขาก็รู้สึกดีหากได้ถือบัตรอีลิท ก็เท่ากับเขาเป็นแขกของรัฐบาลไทย ได้รับการต้อนรับที่ดี แค่นี้เขาก็ภูมิใจ ทำให้เขาเกิด แนวคิดที่จะเข้ามาลงทุนในไทย เช่นเดียวกับนาย เจอรี่ ไรอัน ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ถือบัตร ไทยแลนด์ อีลิท ชาวออสเตรเลีย เจ้าของ บริษัท เจโก ที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุน เปิดบริษัทพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และว่าจ้างไทยผลิตชิ้นส่วนรถมอเตอร์ โฮม รวมมูลค่าลงทุนกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท"

นางสุนทรีกล่าวว่า ต้องการสรุปกับทีพีซีให้ ได้ก่อนสิ้นปีนี้ว่าจะขยายเวลาการจำหน่ายบัตร อีลิท แบบแพกเกจเก่าออกไปได้อีกหรือไม่ และเป็นเวลานานเท่าใด เพื่อที่จะกำหนดแผนงานในปีหน้าต่อไป ซึ่งหากทีพีซียังยืนยันที่จะให้ขายแพกเกจใหม่เท่านั้น บริษัทฯก็คงต้องมาตัดสินใจ อีกทีว่าจะถอนตัวออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรอีลิทการ์ดหรือไม่ เพราะเราทำธุรกิจ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน จึงมีฐานลูกค้าในกลุ่มนี้อยู่แล้ว หากต้องขายบัตรอีลิทในแบบแพกเกจใหม่ ซึ่งจะเป็นลูกค้าคนละกลุ่มกับที่บริษัทฯมีฐานข้อมูลอยู่ ทำให้บริษัทต้องลงทุนเพิ่มทั้งด้านระบบและการฝึกอบรมบุคลากรจึงมองว่าหากทำต่อไปอาจไม่คุ้มกับที่จะต้องลงทุนเพิ่มและไม่มีความชำนาญพอ

"ไม่ใช่ว่าแพกเกจใหม่ไม่ดี แต่อาจจะไม่เหมาะกับฐานลูกค้าที่เรามีอยู่มากกว่า เรามองว่า หากขายบัตรอีลิทแล้วสามารถดึงเงินลงทุนเข้าประเทศได้อย่างที่เราทำอยู่ปัจจุบัน จะดีกว่าหรือไม่ ซึ่งหาก ทีพีซีคิดแค่ต้องการจำนวนยอดขายบัตรมากกว่าเงินลงทุนก็ตามใจ เพราะตามแพกเกจใหม่ลูกค้าหลักน่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวมากกว่านักลงทุน"

สำหรับยอดขายบัตรอีลิทของแอคทีฟที่ผ่านมาในช่วง 2 ปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 54% ของยอดขายบัตรทั้งหมดของทีพีซี หากแยกเฉพาะปีนี้ แอคทีฟทำยอดได้ถึง 83% ของยอดขายบัตรอีลิททั้งปี ประเทศที่แอคทีฟได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายคือ เกาหลี ฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่ง ฮ่องกง และ เกาหลี มีการเติบโตของยอดขายดีมาก โดยมียอดขายขณะนี้ประเทศละกว่า 100 ใบแล้ว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.