กสิกรไทย NAV ทะลุ 2.5 แสนล.เดินหน้าเจาะลูกค้าเครือรวงข้าว


ผู้จัดการรายวัน(17 พฤศจิกายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

บลจ.กสิกรไทยประกาศความเป็นเบอร์หนึ่งธุรกิจกองทุนรวม คาดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ภายใต้การบริหารในสิ้นปีนี้ทะลุ 2.5 แสนล้านบาท พร้อมจับมือบริษัทในเครือขยายฐานลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล เผยโค้งสุดท้ายก่อนสี้นปีเตรียมเปิดตัว 3-4 กองทุน

นางดัยนา บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า นโยบายการลงทุนและแผนการออกกองทุนในช่วงปี 2549 บลจ.กสิกรไทยจะออกกองทุนที่หลากหลาย เพื่อสนองความต้องการลูกค้าที่มีมากขึ้น ซึ่งจะเน้นลงทุนระยะยาว โดยเชื่อว่าทั้งกองทุนตราสารหนี้และตราสารทุนจะสามารถระดมทุนได้มากขึ้น เพราะนักลงทุนจะลดความกังวลกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จนมีบางส่วนต้องชะลอการลงทุนไป แต่ปีหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจจะมีเสถียรภาพมากขึ้น จนทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่าปี 2548 ทั้งจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน การส่งออกที่เริ่มดีขึ้น และปัจจัยราคาน้ำมันที่เริ่มชะลอตัว รวมทั้งปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมันของนักลงทุนจะเริ่มลดลง

นอกจากนี้ บริษัท ยังเตรียมเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง เพื่อรองรับตลาดอนุพันธ์ที่พร้อมจะเปิดในช่วงปีต้นหน้า ซึ่งตลาดอนุพันธ์จะช่วยลดความผันผวนจากภาวะตลาด ทำให้บริษัทจะการออกผลิตภัณฑ์ที่ให้ได้อัตราผลตอบแทนมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก รวมทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนได้ด้วย

"ในปี 2549 นโยบายการลงทุนของบลจ.กสิกรไทยยังคงเหมือนเดิม เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคไม่แตกต่างจากปีนี้มากนัก และปีหน้าอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มนิ่ง ซึ่งในระบบนักลงทุนที่ลงทุนผ่านหน่วยลงทุนมีอยู่ 7 แสนบัญชี ขณะที่ลูกค้าเงินฝากมีถึง 43 ล้านบัญชี ซึ่งในส่วนนี้สามารถดึงนักลงทุนกลุ่มนี้ให้ลงทุนผ่านบริษัทจัดการกองทุนได้อีกเยอะ จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาทำแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เราต้องกล้าที่จะลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นแก่ลูกค้า"

นางดัยนา กล่าวว่า หากมีการประกาศใช้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งจะทำให้ภาครัฐลดการคุ้มครองเงินฝาก และจะส่งผลให้นักลงทุนรายใหญ่ตั้งแต่นิติบุคคลหันมากระจายการลงทุนมากขึ้น และเชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้านักลงทุนรายใหญ่จะวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินมากขึ้น และจะหาช่องทางการลงทุนที่หลากหลายด้วย ส่วนการร่วมมือการทำธุรกิจร่วมกันในกลุ่มกสิกรไทย(K-Group) นั้น ในอนาคตจะมีกันมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็เข้ามาดูความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ว่าต้องการอะไร เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลูกค้าในกลุ่มนั้นๆ นอกจากนี้ขณะนี้ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด กำลังอยู่ระหว่างหาลูกค้ารายใหญ่มาให้บลจ.กสิกรไทยบริหารกองทุนส่วนบุคคล(Private Fund)

สำหรับแผนการออกกองทุนในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะออกกองทุนเพิ่มอีก 3-4 กองทุน ได้แก่ กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นจำนวน 2 กองทุน กองทุนหุ้นระยะยาวอีก 1 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนที่เตรียมออกในช่วงปลายปีนี้ เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการสิทธิประโยชน์ด้านภาษี โดยกองทุนนี้จะลงทุนในหุ้นสัดส่วน 70% และที่เหลืออีก 30% จะลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากธนาคาร เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน และคาดว่าเฉพาะปี 2548 บลจ.กสิกรไทยจะมีกองทุนบริหารทั้งสิ้น 19-20 กองทุน

ทั้งนี้ ในปีนี้ บลจ.กสิกรไทย ได้ออกกองทุนทั้งสิ้น 15 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น จำนวน 13 กองทุน ซึ่งสามารถระดมทุนได้ 5.8 หมื่นล้านบาท และเป็นกองทุนหุ้นอีก 2 กองทุน ที่สามารถระดมทุนได้เพียง 200 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งธุรกิจจัดการกองทุนก็ล้วนแต่มีปัญหาการออกกองทุนดังกล่าว และทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ สิ้นเดือนกันยายน มีทั้งสิ้น 1.98 แสนล้านบาท และคาดว่าในช่วงสิ้นปีนี้มูลค่าทรัพย์สินจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 30% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.51 แสนล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่บริษัทตั้งไว้ 2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ออกกองทุนเปิดกสิกรไทยตราสารรัฐระยะสั้น พลัส (KTPF) ซึ่งเป็นกองทุนที่พัฒนาขึ้นมาให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มนิติบุคคลมูลค่ากองทุน 10,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มลูกค้าบริษัทธุรกิจ และ ผู้ประกอบการ โดยเตรียมเสนอกองทุนนี้ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 22-30 พฤศจิกายนนี้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.