แบงก์ชี้ดอกเบี้ยเงินกู้ต้องไม่เกิน 11% จับตาครึ่งหลังปีหน้าค่าผ่อนบ้านขยับ


ผู้จัดการรายวัน(7 พฤศจิกายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์พาณิชย์ เชื่อดอกเบี้ยขึ้นยังไม่กระทบลูกค้าในการผ่อนชำระค่างวดรายเดือน ระบุมีการคำนวณความเสี่ยงดอกเบี้ยเพิ่มไว้แล้ว 1-2% จับตาดอกเบี้ยขาขึ้น เงินกู้ต้องไม่เกิน 11% ชี้ครึ่งหลังของปีหน้าอาจจะชนเพดานดอกเบี้ย 1% แนะลูกค้าระวังการใช้จ่าย

จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย(อาร์พี 14 วัน)ครั้งล่าสุดของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) วันที่ 19 ตุลาคม 2548 อัตรา 0.50% เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง รวมทั้งยังเป็นสัญญาณ ที่ชัดเจนของธปท.ที่ต้องการเห็น อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นบวก เพื่อ กระตุ้นเงินออมในประเทศ ปัจจุบันยังมีอยู่ 31-32% ของจีดีพี ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมา เพราะ มองว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะยังคง อยู่ในช่วงขาขึ้น จึงต้องระดมเงินฝาก ระยะยาวเพื่อคงฟิกซ์อัตราดอกเบี้ยไว้

ในทางกลับกันการปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝากจะต้องกระทบกับต้นทุนของธนาคารพาณิชย์ ดังนั้นเพื่อเป็นการบริหารต้นทุน ธนาคารพาณิชย์จึงได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามไปด้วย ซึ่งลูกค้าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าเงินกู้ ดังนั้นการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในแต่ละครั้งจะกระทบกับลูกค้าเงินกู้มากกว่า เป็นผลดีกับลูกค้าเงินฝาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่มีเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ ซึ่งยังไม่มีการปรับขึ้นเลย และกลุ่มลูกค้าที่กังวลกับการ ปรับขึ้นดอกเบี้ยมากที่สุดคือ กลุ่มลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่ธนาคารพาณิชย์ เริ่มทยอยปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบ้านของธนาคารพาณิชย์นั้น เป็นการปรับขึ้นตามต้นทุนของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับเพิ่มยอดวงเงินผ่อนชำระรายเดือน เนื่องจากการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเพื่อเข้าไปในค่าผ่อนงวดรายเดือนอยู่แล้ว ตามปกติจะคำนวณไว้ประมาณ 1-2% ดังนั้นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบ้านของธนาคารพาณิชย์ ปัจจุบันยังไม่ถึง 1% คาดครึ่งแรกของปี 2549 อัตราดอกเบี้ยบ้านคง จะปรับขึ้นไม่ถึง 1% แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยอย่าง ใกล้ชิด คาดว่าครึ่งหลังของปีหน้าดอกเบี้ยบ้านน่าจะปรับขึ้นใกล้เคียงถึง 1% แต่หากเกิน 1% ที่ธนาคารพาณิชย์คำนวณเผื่อไว้ การผ่อนชำระค่างวดอาจจะยังคงเดิม แต่ในค่างวดรายเดือนที่ต้องผ่อนชำระนั้น อาจจะเป็นค่าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และค่าเงินต้นจะลดลง ซึ่งในทางเดียวกัน ในทางบวกหากลูกค้ามีการทำงานตามปกติที่เป็นมนุษย์เงินเดือน เชื่อว่าในแต่ละปีจะมีการปรับขึ้นเงินเดือนทุกปีอยู่แล้ว อาจจะช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนจากการเพิ่มค่าผ่อนชำระบ้านได้บ้าง

ปัจจุบันลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยของทั้งระบบมีอยู่ประมาณ 1.5 ล้านบัญชี หรือคิดเป็นยอดบัญชีประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่ เชื่อว่าทาง การจะต้องคิดถึงความเดือดร้อนของ ประชาชนที่กู้ซื้อบ้านบ้าง ในขณะเดียวกันแบงก์ต่างๆก็มีการดูแลลูกค้าอย่างดีอยู่แล้ว หากกระทบกับลูกค้ามาก อาจจะเป็นหนี้เสีย กลับมาเป็นปัญหาของแบงก์อีกรอบหนึ่ง

สำหรับโอกาสที่ธนาคารพาณิชย์ จะมีการปรับค่างวดส่งบ้านนั้น จะเกิดจากธนาคารพาณิชย์ไม่มีบวกค่าดอกเบี้ยเผื่อความเสี่ยงไว้ เพราะมองว่าโอกาสของการปรับขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่ช่วงนี้ ซึ่งขอรอดูสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง การที่อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น 0.25-0.5% ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตที่ต้องรีบปรับขึ้นค่างวดผ่อนบ้าน ซึ่งมองว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต้องไม่เกิน 11% หากเกินกว่านี้แล้วจะมีผลกระทบกับลูกค้า โดยเฉพาะการผ่อนค่างวดแน่นอน

สำหรับภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้น มองว่าธุรกิจให้สินเชื่อ บ้านมี 2 ตลาดคือ ตลาดผู้พัฒนา อสังหาริมทรัพย์ และตลาดลูกค้าทั่วไป โดยเป็นสัดส่วนในด้านตลาดผู้พัฒนาฯ 50% โดยเป็นสินเชื่อประมาณ 200,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น สุทธิประมาณ 110,000 ล้านบาท ซึ่ง ใน 2 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 100,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 16% ของฐานสินเชื่อในแต่ ละปี แต่ในปีนี้มองว่า อาจจะเติบโตในอัตราที่ถดถอยหรือเพียงแค่ 10%

ในด้านของการแข่งขันจะเน้นหนักใน 3 ด้านคือ อัตราดอกเบี้ย ความรวดเร็วในการอนุมัติ และของกำนัล ซึ่งส่วนใหญ่ทุกธนาคารจะเน้น กลยุทธ์ Pre-sale เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาสนใจในเบื้องต้น นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญเรื่องบริการหลังการขายด้วยการดึงพันธมิตรเข้ามา เช่น เสนอส่วนลด ซึ่งกสิกรไทยมีโฮมสมายคลับ เป็นความพยายาม สร้างความแตกต่างของสินค้าในแง่ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย

เรื่องความรวดเร็วในการอนุมัติ สินเชื่อจะมีบทบาทกับการแข่งขันในตลาดผู้พัฒนาโครงการมาก เนื่องจากยิ่งธนาคารให้บริการเร็วทางเจ้าของโครงการก็ยิ่งได้เงินเร็วจากการโอนบ้านให้ลูกค้าได้เร็ว ดังนั้นเจ้าของโครงการมักจะเลือกลูกค้ามาให้ธนาคารที่ทำงานเร็วมากกว่า ส่วนเรื่องของกำนัลส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆแต่ธนาคารกสิกรไทยพยายามฉีกแนวที่เรียกว่า แจ๋ว หรือบริการต่างๆเกี่ยวกับบ้านอย่างมืออาชีพ เช่น กำจัดปลวก ตกแต่งสวน ซักอบรีด ทำความสะอาดรถ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.