โพลหอการค้าห่วงกำลังซื้อตก ลุ้นปีหน้าศก.ฟื้น


ผู้จัดการรายวัน(31 ตุลาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

โพลนักธุรกิจที่เข้าร่วมงานประชุมหอการค้าทั่วประเทศมั่นใจ เศรษฐกิจไทยปีหน้าขยายตัว 4.3% โดยกรุงเทพฯ และภาคกลางขยายตัวดีสุด ส่วนใต้ขยายตัวต่ำสุด เผยปัจจัยน้ำมัน กำลังซื้อที่ลดลง และดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นสิ่ง ที่นักธุรกิจกังวล แนะรัฐเร่งทำงาน เร่งใช้ งบประมาณ พัฒนาพลังงานทดแทน เพื่อ ให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการประมาณ การภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2549 โดยสอบถามจากผู้เข้าร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 23 ที่จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 800 คน มีผู้ตอบแบบสอบถาม 208 คน พบว่า เสียงส่วนใหญ่ 29.3% ระบุว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 4.0-4.5% แต่อัตราเฉลี่ยทั่วประเทศจะอยู่ที่ 4.3% โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลเห็นว่าจะขยายตัว 5.17% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.86% กลาง 4.89% เหนือ 4.36% ใต้ 3.49%

สำหรับการประมาณการผลประกอบการธุรกิจปี 2548 ผู้ประกอบการ 36.8% ระบุว่ายอดขายลดลง กำไรลดลง ขณะที่ 31.9% ระบุว่ายอดขายเพิ่ม แต่กำไรลดลง โดยมี 17.2% ระบุยอดขายเพิ่ม กำไรเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยที่มีผลกระทบด้านลบต่อการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันที่อยู่ระดับสูง 2.กำลังซื้อของประชาชนลดลง 3.ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมลดลง 4.ความสามารถในการแข่งขันน้อยลง และ 5.อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงการลงทุนในปี 2548 ผู้ประกอบการ 43.5% ระบุว่าลงทุนเพิ่ม 46% ลงทุนคงที่ 10.6% ลงทุนลดลง โดยผู้ประกอบการที่ลงทุนเพิ่มนั้น 31.4% ระบุว่ายังเชื่อมั่นในทิศทางธุรกิจและตลาดในธุรกิจจะขยายตัว ขณะที่ 21.4% กลัวเสียโอกาสทางธุรกิจ
ส่วนการเติบโตของธุรกิจในปี 2549 ผู้ประกอบ การ 45.7% ระบุขยายตัว 23.5% ระบุคงเดิม 19.1% ระบุชะลอตัว ขณะที่ประมาณการอัตรากำไร ผู้ประกอบการ 47.2% ระบุลดลง 32.9% ระบุทรงตัว มี 19.9% ระบุเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ ผู้ประกอบการ 34.9% ระบุกำไรเพิ่มในอัตรา 5-10% ด้านการลงทุน 50.7% ระบุลงทุนเพิ่ม 40% ระบุไม่ลงทุนเพิ่ม และมี 9.3% ไม่แน่ใจ

ทางด้านความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ 82.8% ระบุราคาน้ำมัน รองลงมา 72.4% ระบุหนี้สินและกำลังซื้อภาคประชาชนลดลง ตามด้วย 59.7% ระบุปัญหาหนี้ภาคเอกชนและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 56.6% ระบุอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น 52.3% ระบุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

"ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว อันดับแรก อยู่ที่การทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดคอร์รัปชัน การบริหารงานที่โปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ ปรับระบบการบริหารราชการให้ทันสมัย คล่องตัว กระจายการพัฒนาให้ทั่วถึง ไม่กระจุกตัว หาพลังงานทดแทน สนับสนุนการลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศ และทำให้นโยบายรัฐมีความชัดเจน ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตลอดจนดูแลการเปิดเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) ให้รอบคอบ" นางเสาวนีย์กล่าว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการ ค้าไทย กล่าวว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีหน้า จะมีอัตราการขยายตัวใกล้เคียงปีนี้ โดยมองเป้าจีดีพีที่กรอบ 4-4.5% เงินเฟ้อระดับ 4.5% โดยปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ระดับนี้ ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งทางหอฯ มองเป้าส่งออกปีหน้าที่เติบโต 15% ต่ำกว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ที่ 20% เพราะเป็นฐานที่ใหญ่เกินไป เมื่อเทียบกับสถานการณ์ต่างๆ ของโลกที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องของราคาน้ำมัน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และโรคระบาด

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะโตที่ 4% การค้าโลกโต 7.5% ตลาดส่งออกสำคัญของไทย เช่น สหรัฐฯ เศรษฐกิจโต 3-3.5% ญี่ปุ่น 2% และจีน 8-8.5% ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำคือการขยายเข้าไป ยังตลาดใหม่ เช่น จีน และอินเดีย ที่ยังมีศักยภาพขยายการส่งออกได้มากขึ้นกว่าตลาดหลัก รวมทั้งเร่งเจาะส่งออกในตลาดยุโรปตะวันออก แอฟริกา และตลาดภูมิภาค เช่น มาเลเซีย ลาว พม่า และกัมพูชา เป็นต้น ให้เพิ่มขึ้น

ส่วนเรื่องดุลการค้าไทยในปีหน้า คาดว่าไทยจะยังขาดดุลการค้าประมาณ 6-8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพราะการนำเข้ายังขยายตัวสูงที่ระดับ 20-23% และคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดในปีหน้าขาดดุลที่ 3-4 พันล้านเหรียญสหรัฐอยู่เช่นเดิม แต่สถานการณ์จะดีกว่าปีนี้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.