|

ขยายฟื้นฟูทีพีไอมีสิทธิพลิก
ผู้จัดการรายวัน(28 ตุลาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ลุ้นเจ้าหนี้ทีพีไอโหวตชี้ขาดเลื่อนแผนฟื้นฟูฯวันนี้ ชี้โอกาสเจ้าหนี้กว่า 50% อาจโหวตไม่ขยาย หวังเข้าฮุบเอง สหภาพฯร้อนใจหวั่นพนักงาน 7,500 คนตกงานเข้าพบทนง ร้องขุนคลังช่วยเร่งผู้ร่วมทุนกลุ่มใหม่ดำเนินการให้เสร็จก่อนแผนสิ้นสุดปลายปีนี้ ด้านประชัยเตรียมแถลงข่าวด่วนวันนี้ ขณะที่ กมธ.ปกครอง วุฒิสภา ทำหนังสือจี้ ก.ล.ต.เผยข้องใจทำไมไม่ดำเนินการกับ"ศิริ จิระพงษ์พันธ์" ที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนผู้บริหารแผนทีพีไอ ทั้งที่ทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯชินดโจ๋งครึ่ม
นายวิชิต นิตยานนท์ ประธานสหภาพแรงงานในเครือ ทีพีไอ เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับประธานสหภาพแรงงาน 6 สหภาพ ว่า เพื่อขอให้รมว.คลังช่วยเร่งรัดผู้ร่วมทุนใหม่และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ดำเนินการตามแผนการฟื้นฟูกิจการให้แล้วเสร็จก่อนที่ระยะเวลาแผนฯ จะสิ้นสุด ในสิ้นปี 2548 นี้ เพื่อไม่ให้ทีพีไอ ถูกฟ้องล้มละลายซึ่งจะทำให้พนักงานกว่า 7,500 คน ตกงาน และเศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหาย รวมทั้งทำให้ความพยายามของทุกฝ่ายที่จะแก้ไขปัญหาทีพีไอ ที่ใช้เวลานานกว่า 7 ปี ต้องสูญเปล่า
นอกจากนี้ ยังต้องการย้ำจุดยืนของสหภาพแรงงานทั้ง 7 แห่ง รวมถึงพนักงาน ทีพีไอ กว่า 7,500 คนดังกล่าว ว่า ไม่ต้องการให้ทางเจ้าหนี้ลงมติไม่ขยายระยะเวลาแผนการฟื้นฟูฯออกไปอีก 3 เดือน เพราะหากพันธมิตรร่วมทุนไม่สามารถใส่เงินเข้ามาได้ภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์ ก่อนสิ้นปี หรือ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548 นี้ จะต้องแปลงหนี้เป็นทุน ในส่วนของหุ้นที่จะขายกับพันธมิตรใหม่ 90% ซึ่งจะทำให้ทีพีไอ ได้รับความเสียหายดังกล่าว เนื่องจากทางสหภาพเชื่อว่า หากเจ้าหนี้ได้หุ้น 90% ไปแล้ว จะไม่สามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากไม่มีความรู้ในด้านนี้ และคงจะขายหุ้นทิ้งมากกว่า
"เราได้ทราบข่าวว่า วันที่ 28 ต.ค.นี้เจ้าหนี้จะประชุม และมีเจ้าหนี้ประมาณ 50%ที่ไม่ต้องการให้ขยายระยะเวลาของแผนออกไปอีก โดยเฉพาะเจ้าหนี้ต่างประเทศ ซึ่งผลการโหวตจะนำไปสู่การพิจารณาของศาลในเรื่องการขยายระยะเวลาแผนฯออกไป วันที่ 1 พฤศจิกายน2548 นี้ ดังนั้น เราจึงต้องการแสดงจุดยืน และยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ต้องการให้เจ้าหนี้เข้ามาในช่วงนี้ หากเข้ามาเราจะเคลื่อนไหวด้วยวิธีการของเรา คือ จะเปิดเผยความจริงให้สาธารณะชนได้รับทราบตั้งแต่เริ่มให้ บริษัท เอ็ฟเฟ็คทีฟแพลนเนอร์ส จำกัด(อีพีแอล)เข้ามาเป็นผู้บริหารแผนฯและสร้างความเสียหายให้กับ ทีพีไอ"
วันนี้(28 ต.ค.)จะมีการประชุมเจ้าหนี้บริษัททีพีไอ เพื่อโหวตการแก้ไขแผนในการขยายระยะเวลาสิ้นสุดของแผนจากเดิม 31 ธันวาคม 2548 ออกไปอีก 3 เดือนคือสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2549 ตามที่ผู้บริหารแผนเสนอ แต่ทั้งนี้คณะกรรมการเจ้าหนี้ได้ยื่นขอให้มีการขยายการสิ้นสุดของแผนเป็น 6 เดือนคือ 30 มิถุนายน 2549 เนื่องจากเกรงว่าภายใน 3 เดือนจะไม่สามารถดำเนินการตามแผนฟื้นฟูทีพีไอได้แล้วเสร็จ จึงได้ขยายเป็น 6 เดือนแทน การขอขยายเวลาสิ้นสุดของแผนครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้ายตามที่กฎหมายระบุไว้
นายทนง พิทยะ รมว.คลัง กล่าวว่า จากที่ได้หารือกับนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นแกนนำเจ้าหนี้ได้รับการยืนยันว่า เจ้าหนี้จะพยายามดำเนินการในการแนวทางที่จะทำให้แผนฟื้นฟูฯของทีพีไอ ประสบความสำเร็จแต่จะขยายแผนฟื้นฟูออกไปนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับผลการประชุมของเจ้าหนี้
ขณะเดียวกันนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีพีไอ จะแถลงข่าวในหัวข้อ ประเด็นสำคัญในการฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ในวันนี้เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 29 อาคารทีพีไอ ทาวเวอร์ เขตสาทร
ในวันเดียวกันนี้ พล.ต.อินทรรัตน์ ยอดบางเตย ประธานคณะกรรมาธิการปกครอง วุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวานนี้(27 ต.ค.)ได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เนื่องจากได้ทำการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน กรณีการฟื้นฟูกิจการทีพีไอแล้ว พบความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง โดยเฉพาะจะให้ ก.ล.ต.ดำเนินการกับ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของคณะผู้บริหารแผนชุดปัจจุบัน เพราะตรวจสอบพบว่า บริษัท ซินเนอจี โซลูชั่น จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2546 มีนายศิริ เป็นกรรมการและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ได้ทำผิดกฎหมายหลายครั้งหลายคราวต่างกรรมต่างวาระ โดยเฉพาะการทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พร้อมกับให้ ก.ล.ต.แจ้งผลดำเนินการให้คณะกรรมาธิการฯทราบภายใน 15 วัน นับจากได้รับหนังสือดังกล่าว
ที่ผ่านมานายศิริ ได้อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนผู้บริหารแผนทีพีไอมาโดยตลอด และได้กระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเบิกเงินย้อนหลังก่อนจดทะเบียนตั้งบริษัท ซินเนอจีฯ ให้ถูกต้องจากทีพีไอตกเดือนละกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาายแก่ทรัพย์สินของทีพีไอ รวมทั้งกรณีที่นายศิริ ได้ทำการแพร่ข่าวอันเป็นเท็จเกี่ยวกับทีพีไอ โดยให้ข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. 2546 จนถึงปัจจุบัน เช่น เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2548 นายศิริได้ให้ข่าวว่า คณะผู้บริหารแผนยังเดินหน้าตามแผนฟื้นฟู โดยกระจายหุ้นเพิ่มทุนให้ ปตท.พร้อมระบุว่า ทีพีไอ จะออกจากแผนฟื้นฟูได้กลางเดือน ก.ย.2548 หลังจาก ปตท.ชำระค่าหุ้นแล้ว ซึ่งการให้ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะจนถึงปัจจุบัน ปตท.ยังไม่ชำระค่าหุ้นและทีพีไอยังไม่ได้ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ
พล.ต.อินทรรัตน์ กล่าวต่อว่า นายศิริชัยยังแพร่ข่าวอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการประมูลหุ้นทีพีไอ โพลีน โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ย.2548 ได้เผยแพร่ข่าว่า มีการเปิดซองประมูลหุ้นทีพีไอ โพลีน ซึ่งมีผู้สนใจยื่นซองประมูล 2 รายโดยเป็นตัวแทนที่มาจากทั้งในและต่างประเทศในส่วนของนิติบุคคลต่างประเทศมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จึงไม่มีสิทธิเข้าร่วมประมูล แต่กลุ่มนิติบุคคลไทยนั้นเป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ มีเอกสารครบถ้วนในการยื่นประมูล และเสนอซื้อหุ้นทีพีไอ โพลีน ที่ราคาหุ้นละ 17 บาท
การให้ข่าวของนายศิริ ดังกล่าว ทำให้ผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไปเข้าใจว่ามีการประมูลซื้อหุ้นของทีพีไอ โพลีน ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะการประมูลต้องมีผู้ประมูลตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป และต้องมีการแข่งขันราคากัน อีกทั้งนายศิริทราบดีอยู่แล้วว่า ในแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ได้กำหนดให้ขายหุ้นทีพีไอ โพลีน ที่ทีพีไอถืออยู่ในราคาไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 1 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 40 บาทต่อหุ้น ซึ่งการเสนอซื้อหุ้นเพียง 17 บาท จึงไม่เป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นการเผยแพร่ข่าวขายหุ้นทีพีไอ โพลีนดังกล่าว จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและไม่ได้แจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯก่อน ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|