|

ทิสโก้คาดตลาดหุ้นไทยไปโลด เบียร์ช้าง-กฟผ.เป็นตัวจุดพลุ
ผู้จัดการรายวัน(26 ตุลาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
บลจ.ทิสโก้ชี้แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสสี่อยู่ในช่วงขาขึ้น หลังแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มกลับมาเกินดุล แถมราคาหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน ผสมโรงกับการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นของ "เบียร์ช้าง-กฟผ." จะเป็นตัวจุดพลุให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยทะยาน
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาสสุดท้ายของปี ผู้จัดการกองทุนยังมีความเชื่อมั่นว่าดัชนีจะยังคงมีทิศทางที่เป็นขาขึ้นต่อไป โดยมีปัจจัยที่จะช่วยผลักดันตลาดคือ การพลิกฟื้นของดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งจะกลับมาเกินดุลในช่วงครึ่งหลังของปีจะทำให้มีการปรับมุมมองเศรษฐกิจของนักวิเคราะห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ
การฟื้นตัวของดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงนี้จะมาจากการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่การนำเข้า โดยเฉพาะยอดการนำเข้าน้ำมันจะลดลง นอกจากนี้ฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึงในไตรมาส 4 เราคาดว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว ซึ่งจะทำให้มีรายได้จากภาคบริการที่ดีขึ้น ส่งผลบวกต่อดุลบัญชีเดินสะพัด
นอกจากนี้ มูลค่าของตลาดยังถูกอยู่เมื่อเทียบกับตลาดอื่นในเอเชียด้วยกัน โดยที่ตลาดไทยราคาหุ้นต่ออัตราผลกำไรอยู่ที่ 9 เท่าของผลกำไรในปี 2549 ในขณะที่โดยเฉลี่ยตลาดในเอเชียราคาหุ้นต่ออัตราผลกำไรอยู่ที่ 11.2 เท่า ของผลกำไรในปี 2549 นอกจากนี้ หากเทียบดูอัตราการจ่ายเงินปันผลแล้ว ตลาดไทยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงสุดในเอเชียที่ 4.7% ในขณะที่อัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยของตลาดในเอเชียอยู่ที่ 3.6%
ขณะเดียวกันรายงานข่าวจากบลจ.ทิสโก้ยังระบุว่า การเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของหุ้น 2 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือเบียร์ช้าง ในไตรมาส 4 ของปีนี้ จะทำ ให้มูลค่าตลาดรวม (มาร์เกตแคป) ของตลาดหุ้นไทย เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาดมีความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับภาพรวมการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาส 3 ค่อนข้างจะมีการแกว่งตัวสูงพอสมควร โดยทำจุดต่ำสุดของไตรมาสอยู่ที่ 638.31 จุด และมีจุดสูงสุดอยู่ที่ 724.24 จุด และมาปิดไตรมาสที่ 723.23 จุด เพิ่มขึ้น 43.73 จุด หรือ 7.072% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมดัชนีปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจาก 675.50 จุด ณ สิ้นไตรมาส 2 มาอยู่ที่ 638.31 จุด ในวันที่ 7 กรกฎาคม เนื่องมาจากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งส่อเค้าถึงภาวะการชะลอตัวโดยที่ตัวเลข ดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างมาก สาเหตุหลักเกิดจากราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 กรกฎาคม ดัชนีได้รับข่าวดีจากการที่รัฐบาลยกเลิกพยุงราคาน้ำมัน และเริ่มปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลลอยตัว นักลงทุนตอบรับกับข่าวดีนี้ด้วยแรงซื้อที่เข้ามาในตลาดและดันดัชนีขึ้น 18.14 จุด ภายในวันเดียว
นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 21 กรกฎาคม ประเทศจีนได้ประกาศปรับค่าเงินหยวน ซึ่งทำให้ค่าเงินของประเทศในแถบเอเชียแข็งค่าขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้มีการไหลของเงินจากนักลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับข่าวดีจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาค่อนข้างดีทำให้ดัชนีตลาดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนปรับตัวขึ้นถึง 26.75 จุด มาปิดที่ 675.69 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.03% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน
ในเดือนสิงหาคม ตลาดหลักทรัพย์ยังคงอยู่ในทิศทางที่ผันผวนเช่นเดียวกับเดือนก่อนหน้า โดยที่ดัชนีปรับตัวลดลงจาก 687 จุด ในวันที่ 3 สิงหาคม มาทำจุดต่ำสุดของเดือนไว้ที่ 667.49 จุด ในวันที่ 17 สิงหาคม สาเหตุมาจากภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นในพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออก ทำให้มีความกังวลว่าโรงงานที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ จะต้องปิดโรงงานและจะส่งผลลบต่อผลการดำเนินงาน ทำให้มีแรงเทขายหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมีและพลังงานออกมา
ในเดือนสุดท้ายของไตรมาสดัชนีตลาดหลักทรัพย์ยังคงเดินหน้าขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นผล มาจากการปรับตัวดีขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากธนาคารเริ่มประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินฝากเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับผลการดำเนินงาน ขณะที่สถาบันจัดอันดับเครดิตสแตนดาร์ดแอนด์ พัวร์ หรือ S&P ได้ปรับเครดิตเรตติ้ง ของ 6 แห่งเพิ่มขึ้น ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทย ซึ่งกระแสข่าวดีที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 25.38 จุด เมื่อเทียบกับเดือนก่อน มาปิดที่ 723.23 จุด ณ สิ้นเดือนกันยายนคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 8.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|