|

3 หุ้นรับเหมาวูบเจอข่าวปรับส่งงานช้า เพิ่มทุนพ่นพิษเค-เทค คาดหุ้นไดลูต50%
ผู้จัดการรายวัน(12 ตุลาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
3 หุ้นรับเหมาโครงการยักษ์สนามบินสุวรรณภูมิ ITD-CK-STEC ร่วงหลังข่าวปรับ "ไอทีโอ" ล่าช้า บล.โกลเบล็ก ประเมินกระทบระยะสั้น ย้ำยังน่าลงทุนหวังผลอนาคตแสนล้าน เผย รับเหมาเร่งระดมทุนเงินทุน "เพิ่มทุน-กู้แบงก์-ตั๋วบีอี" ด้านบล.แอ๊ดคินซัน เผยการเพิ่มทุนของ "เค-เทค" อาจจะทำให้หุ้นไดลูต 50% เชื่อส่งผลดีหลังดีอีต่ำเพียง 1.7 เท่า
วานนี้ (11 ต.ค.) ความเคลื่อน ไหวของราคาหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานโครงการ ก่อสร้างสนามบินสุวรรณ หลังปรากฏข่าว เตรียมปรับเงินจากการ ส่งมอบงานล่าช้าของกิจการร่วมค้าไอทีโอ หรือ ITO ในส่วนของงานติดตั้งเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซีทีเอ็กซ์ ตามเงื่อนไขการก่อสร้างอาคาร โดยปรับวันละ 2.5 ล้านบาท และงานในส่วนของการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและงานอาคารเทียบเครื่องบิน โดยปรับวันละ 2.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ ค่าปรับในส่วนดังกล่าวเริ่มคิดตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.-10 ต.ค. หรือ 12 วัน เท่ากับ 60 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่สิ้นสุดบริษัทยังคง จะต้องเร่งดำเนินงานให้เสร็จเร็วที่สุดเนื่องจากจะกระทบต่อรายได้และกำไรจากการดำเนินงาน
ขณะที่ดัชนีหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ปิดที่ 6,241.96 จุด ลดลง 14.26 จุด หรือ 0.09% มูลค่า การซื้อขาย 1,052.24 ล้านบาท
ทั้งนี้หุ้นที่มีการปรับตัวลดลงสูงสุดในกลุ่ม คือ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ราคาปิดที่ 9.35 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 2.09% มูลค่าการซื้อขาย 120.26 ล้านบาท, บมจ.ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ราคาปิดที่ 12.30 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.60% มูลค่า การซื้อขาย 35.86 ล้านบาท, บมจ. ช.การช่าง (CK) ราคาปิดที่ 13.30 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 61.36 ล้านบาท
ด้าน บมจ. เค-เทค คอนสตรัคชั่น (KTECH) ราคาปิดที่ 2.88 บาท ลดลง 0.58 บาท หรือ 16.76% มูลค่าการซื้อขาย 14.68 ล้านบาท จากข่าวการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีก 237,222,240 บาท ในราคาหุ้นละ 1 บาทโดยจะขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 1 บาท ซึ่งจะทำให้ทุนจด ทะเบียนเดิมจำนวน 239,000,000 บาท ภายหลังเป็นทุนจดทะเบียน 476,222,240 บาท
อนึ่ง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบมจ.เค-เทค คอนสตรัคชั่น ณ วันที่ 11 พ.ค. 48 อันดับ 1. นาย โนเรีย เดอร์ เคโวเคียน จำนวน 80,274,880 หุ้น สัดส่วน 34.16% อันดับ 2.นางสาวสุปรางภร ธรรมสุจริต จำนวน 35,000,000 หุ้น สัดส่วน 14.89 อันดับ 3. กองทุน เพื่อ การร่วมลงทุน จำนวน 35,000,000 หุ้น สัดส่วน 14.89% อันดับ 4. ดร. อดุล อมตวิวัฒน์ จำนวน 8,500,000 หุ้น สัดส่วน 3.62% อันดับ 5. CREDIT AGRICOLE INVESTOR SERVICES BANK จำนวน 5,330,200 หุ้น สัดส่วน 2.27% ขณะที่นายพายัพ ชินวัตร มีชื่ออยู่ในอันดับ 7 จำนวน 4,000,000 หุ้น สัดส่วน 1.70%
นายวรุฒม์ ศิวะศิริยานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ข่าวเกี่ยวกับการปรับบริษัท ก่อสร้างที่รับผิดชอบงานในสนามบินสุวรรณภูมิหลังการส่งมอบ งานไม่เป็นไปตามที่มีการกำหนดไว้ในเงื่อนไขของกิจการร่วมค้า ไอทีโอ ซึ่งบริษัทดังกล่าวถือหุ้น โดย บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) สัดส่วน 40% บริษัททาเกนะกะ (ประเทศญี่ปุ่น) สัดส่วน 30% และบริษัท โอบายาซิ (ประเทศญี่ปุ่น) สัดส่วน 30%
ทั้งนี้ ความกังวลในเรื่อง ดังกล่าวคงส่งผลกับหุ้นในกลุ่มเพียงระยะสั้น เนื่องจากความน่าสนใจของหุ้นในกลุ่มรับเหมาฯยังมีอีกมาก เนื่องจากโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลยังมีอีกหลายโครงการ ซึ่งจะส่งผลชัดเจนกับบริษัทที่เกี่ยวข้องเพราะโครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างงานที่มีมูลค่าโครงการสูง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทผู้รับเหมาคงต้องมีการปรับเปลี่ยนเรื่องแผนการบริหารจัดการเพื่อรองรับงานจำนวนมากที่จะได้รับต่อจากนี้ โดยเชื่อว่าความสามารถในการรับงานของบริษัทต่างๆในปัจจุบัน จะส่งผลให้มีการจ้างงานต่ออีกช่วง เนื่องจากไม่สามารถดำเนินงานในโครงการขนาดใหญ่ได้เพียงรายเดียว
"ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคงไม่มาก เชื่อว่าคงกระทบแค่ช่วงสั้น แต่ความน่าสนใจของหุ้นในกลุ่มนี้ยังสูงเพราะเม็ดเงินในโครงการเมกะโปรเจกต์แต่ละปีหลายแสนล้าน ซึ่งบริษัทคงต้องรีบบริหารจัดการเพื่อให้มีความพร้อมในการรองรับงานให้ได้เต็มที่และเชื่อว่า การแบ่งงานไปยังซัปจะมีมาก เพราะบริษัทเดียวคงไม่สามารถรับงานได้ทั้งหมด" นายวรุฒม์กล่าว
สำหรับประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับแผนการรองรับงานในอนาคต คือ เรื่องเงินทุนของบริษัท ซึ่งบางบริษัทอาจจะมีการเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อรองรับงาน เหมือน กรณีบริษัท บมจ. เค-เทค คอนสตรัคชั่น นอกจากนี้บางบริษัทอาจ จะมีการกู้เงินจากธนาคาร หรือออกตั๋วแลกเงินระยะแรก
นางวิริยา ลาภพรหมรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด กล่าวว่า การปรับลดลงของหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างวานนี้ เนื่องจากผลกระทบจากความกังวลหลังกิจการร่วมค้าไอทีโอ ถูกสั่งปรับหลังมีการส่งงานล่าช้ากว่าที่มีการกำหนด
ทั้งนี้ เชื่อว่าจำนวนเงินที่ถูกปรับคงไม่ส่งผบกระทบมากนัก และเนื่องจากบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ถือหุ้นในกิจการร่วม ค้าไอทีโอเพียง 40% ซึ่งเท่ากับว่าความรับผิดชอบในจำนวนเงินดังกล่าวก็เพียง 40% ของจำนวนเงินทั้งจำนวน ซึ่งในส่วนของราคาหุ้นคงกระทบเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น
นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเพิ่มทุนของบมจ.เค-เทค คอนสตรัคชั่น อาจจะส่งผลทำให้ ราคาหุ้นในกระดานมีการปรับตัวลดลงได้ถึง 50% แต่ทั้งนี้หากพิจารณาในแง่ดีจะทำให้หนี้สินต่อทุนของบริษัทปรับลดลงจาก 2.33 เท่ามาอยู่ที่ประมาณ 1.7 เท่า
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|