|

กันตนาล้มดีลซื้อหุ้นไอทีวี
ผู้จัดการรายวัน(7 ตุลาคม 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
"ทรงศักดิ์" เผยไม่ต่อสัญญาชำระค่าหุ้น กับไตรภพ และกันตนาแล้ว กันตนาอ้อมแอ้ม ซื้อ-ไม่ซื้อหุ้น ไอทีวีก็ยังเป็นผู้ผลิตหลัก ย้ำที่ผ่านมาแสดงความต้องการเข้าซื้อหุ้นไอทีวี เพราะต้องการสร้างความมั่นคงให้แก่ธุรกิจ แต่วันนี้เชื่อความสัมพันธ์ที่มีเป็นยาหอมชั้นดีโดยไม่ต้องซื้อหุ้น ขณะเดียวกันก็เลื่อนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แบบไม่มีกำหนดอ้างไม่จำเป็นต้องระดมทุนก้อนใหญ่
นายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เปิดเผยว่า สัญญาการชำระเงินค่าหุ้นให้ไอทีวี ของนายไตรภพ ลิมปพัทธ์ และบริษัท กันตนากรุ๊ป เพื่อที่จะเข้ามาถือหุ้นในไอทีวีที่จะสิ้นสุดลงใน สิ้นเดือนตุลาคมศกนี้ โดยไอทีวีจะไม่เลื่อนระยะเวลาออกไปอีก หลังจากที่ครั้งก่อนได้เลื่อนกำหนดไปแล้ว 1 ปี ทั้งนี้เพราะการที่ทั้งกันตนาและนายไตรภพจะเข้ามาถือหุ้นในไอทีวีหรือไม่ ทั้ง 2 รายก็ยังเป็นผู้ผลิตรายการหลักให้กับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี นอกจากนั้น จากนี้ไปเรายังเปิดกว้างให้แก่ผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่สนใจผลิตรายการให้ไอทีวี เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งหากทั้ง 2 รายไม่เข้ามา ถือหุ้นไอทีวี การมองหาผู้ที่จะเข้ามาถือหุ้นรายใหม่ ก็ต้องเป็นเรื่องของคณะกรรมการ(บอร์ด) เป็นผู้พิจารณา โดยที่กล่าวมาทั้งหมด จะสรุปในปลายเดือนนี้
สำหรับแผนงานในอนาคต ไอทีวี ต้องการเป็นคอนเทนต์โพรวายเดอร์ แตกธุรกิจออกไปร่วมกับพันธมิตรในหลายๆสื่อ เช่น ที่ผ่านมาเราทำข่าวฮอตนิวส์ ให้แก่บางกอกทูเดย์ เรดิโอ โดยแนวทางการดำเนินงานจะต้องเป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชน ล่าสุดผลการเก็บข้อมูลจาก AGB Nielsen ระบุว่า ไอทีวีมีโฆษณาในช่วงไพรม์ไทม์ช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ส.ค.)ขึ้นจากอันดับ 4 เป็นอันดับ 2 โดยมีส่วนแบ่ง 19.2% จากสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีที่มีทั้งหมด 6 สถานี โดยอันดับ 1 ยังคงเป็น สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 อันดับ 3 สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
ทั้งนี้ เพราะไอทีวีได้มีการปรับผังรายการอยู่ตลอดเวลา โดยให้ความสำคัญกับรายการละคร และบันเทิงในช่วงไพรม์ไทม์ เจาะเป้าหมายเยาวชน และครอบครัว ภายใต้กลยุทธ์ My prime Time ที่ออกแบบผังรายการให้ตรงตามความต้องการของผู้ชม ทั้งรายการเด็ด ฮอตนิวส์ และขยายรายการไปสู่กลุ่มผู้ชมเพศหญิงวัย 25 ปีขึ้นไป ได้ส่งผลให้ไอทีวีมีกลุ่มผู้ชมกว้างขึ้นแบบ Mass Customize ส่งผลยอดขายโฆษณาครึ่งแรกของปี 2548 อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขายโฆษณาครึ่งปีแรกที่ 909 ล้านบาท
ในเดือนตุลาคม ไอทีวีมีรายการใหม่อีก 4 รายการ ได้แก่ ละครมหัศจรรย์วันเกิด ออกอากาศ ศุกร์-อาทิตย์ 19.30-20.00 น., ภารกิจชีวิต รายการเรียลิตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ 22.30-24.00 น., รายการเฟียร์แฟคเตอร์ เกมท้าชีวิต ออกอากาศ จันทร์-ศุกร์ 22.30-23.00 น. และ มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ เรื่องราวของไอ้มดแดงยุคดิจิตอลเวอร์ชันล่าสุด ออก อากาศในช่วงการ์ตูนคลับ ทุกวันเสาร์ 8.00-8.30 น. ซึ่งเรามั่นใจว่า จากผังรายการของไอทีวี และผลประกอบการตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่า ถึงสิ้นปีการเติบโตของไอทีวี จะมากกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม ซึ่ง 6 เดือนแรกปีนี้ทั้งอุตสาหกรรมเติบโตที่ 4.9% สัมพันธ์แน่นไม่ซื้อหุ้นก็อยู่ได้
นางศศิกร ฉันท์เศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงกรณีการเข้าถือหุ้นในไอทีวีว่า ถ้าจะถาม ณ สถานการณ์ในวันนี้การที่กันตนาจะเข้าซื้อหุ้นในไอทีวีหรือไม่นั้นไม่ต่างกัน เพราะเราก็จะเป็นพันธมิตรที่ดีและเหนียวแน่นกันได้ ซึ่งที่ผ่านมาการตัดสินใจที่จะเข้าถือหุ้นในไอทีวี เพราะกันตนาต้องการความมั่นคงทางธุรกิจ และต้องการมีช่วงเวลาที่จะนำรายการที่บริษัทผลิตไว้ ได้ออกอากาศ เพราะนโยบายการปรับเปลี่ยนผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ในบางสถานี ทำให้ต้องมีการปรับผังรายการบ่อยมาก เราจึงต้องหาหลักประกันที่มั่นคงไว้
แต่จากการที่ได้ร่วมงานกับไอทีวีมากว่าหนึ่งปี ทำให้เรามีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างแน่นแฟ้น และยืนยันที่จะผลิตรายการป้อนให้แก่ไอทีวี และสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เพียง 2 แห่งเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันกันตนามีรายการอยู่ในผังรายการของไอทีวีรวม 8 รายการ
เลื่อนเข้าตลาดอย่างไม่มีกำหนด
นางศศิกร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมกระจายหุ้นให้ประชาชน ซึ่งตามที่ยื่นไฟลิ่งจะถึงกำหนดในเดือนพฤศจิกายนนี้นั้น บริษัทก็ยังขอเลื่อน เวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะปัจจุบันหุ้นในกลุ่มบันเทิงยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เอื้อให้นักลงทุน สนใจ ประกอบกับกันตนาได้สิทธิ์จากบีโอไอ ในการ สร้างมูฟวี่ทาวน์ ซึ่งเป็นโครงการมูลค่า 1.2 พันล้านบาท แต่เป็นการทยอยก่อสร้าง จึงไม่จำเป็นต้องระดมเงินลงทุน
"หากเราไม่ซื้อหุ้นไอทีวี เราก็ไม่ต้องจ่ายเงิน 1,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนมาก และมากพอๆ กับรายได้ทั้งปีของบริษัท ขณะเดียวกันเราจะขอใช้สิทธิ์บีโอไอในการสร้างมูฟวี่ทาวน์ ทั้ง 2 โปรเจกต์เมื่อรวมกันแล้วจะใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้น ถ้ามีแหล่งเงินทุนอื่น และไม่มีความจำเป็นต้องซื้อหุ้น เราก็ยังไม่จำเป็นต้องนำบริษัทเข้าตลาด"
สำหรับผลประกอบการของกันตนา 6 เดือนแรกปีนี้มีรายได้ที่ 1,000 ล้านบาท มีกำไร 98 ล้านบาท ทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเติบโตจากปีก่อน เพราะปี 2548 ทั้งปีบริษัทมีรายได้ 1,900 ล้านบาท มีกำไร 140 ล้านบาท การที่บริษัทมีผลประกอบการเติบโตไม่มาก แต่มีผลกำไรสูงขึ้นมากเพราะเรามีการบริหารต้นทุนที่ดี ประกอบกับบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจโพสต์โปรดักชัน หรือการให้บริการหลังการผลิตภาพยนตร์ เช่นการตัดต่อ การใส่เสียงและเอฟเฟกต์ ต่างๆ ประกอบภาพยนตร์
อย่างไรก็ตาม การเกิดกสช.(คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ) ที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ หากมองว่าเป็นผลดีกับธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยุและโทมรทัศน์ก็เป็นได้ เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันแบบเสรี และธุรกิจเกิดการเติบโต แต่ในทางกลับกันการกระจายตัวมาก ขึ้นของกิจการโทรทัศน์และวิทยุ จะทำให้เกิดการแย่ง เม็ดเงินโฆษณาที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่เราในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรายการข้อได้เปรียบคือมีช่องสถานีที่หลากหลายให้เราผลิตงานส่งให้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|