เปิดคลังสมบัติบสท.#4


ผู้จัดการรายสัปดาห์(6 ตุลาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

หลังจากที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ประสบความสำเร็จจากการได้จัดแคมเปญขายทรัพย์ที่อยู่ในความดูแลของบสท.มาแล้วถึง 3 ครั้ง และกำลังจะจัดงานครั้งที่ 4 ในเดือนพย.นี้ ภายใตแคมเปญ"เปิดคลังสมบัติ ทำเลค้าขายทั่วไทย"

การจัดงานทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางขึ้นไป เพราะส่วนใหญ่ทรัพย์สินที่นำมาให้ประมูลนั้นจะเป็นที่ดินแปลงใหญ่ที่ผู้ประมูลซื้อไปจะต้องนำไปพัฒนาต่อ หรืออาจจะนำไปให้เช่า ทั้งในรูปแบบของอาคารสำนักงาน โกดัง โรงแรม อพาร์ตเมนท์ เป็นต้น

มาคราวนี้ บสท.หันมาเอาใจบรรดาผู้ประกอบการรายย่อย และรายกลางหรือเอสเอ็มอีบ้าง โดยงัดเอาทรัพย์สินขนาดไม่ใหญ่มาให้เจ้าของกิจการรายย่อยได้มีโอกาสได้เลือกซื้อทรัพย์ราคาถูกบ้าง

เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาสินทรัพย์ บสท.กล่าวว่า ทรัพย์สินที่จะนำมาให้พ่อค้าแม่ขายได้ร่วมประมูลครั้งนี้ ถูกคัดสันมาอย่างดี เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเลือกซื้อ ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า และที่ดินเปล่าพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่สามารถนำมาเป็นโชว์รูมได้ จำนวนมากถึง 700 รายการ มูลค่ารวมเกือบหมื่นล้านบาท

ที่สำคัญทำเลยังอยู่ในย่านค้าขายอีกด้วย อาทิ บริเวณสี่แยกคลองตัน ,ริมถนนสามเสน ,เชิงสะพานข้ามคลองรอบกรุง ใกล้สี่แยกบางลำภู รวมถึงบริเวณสวนสยาม ซึ่งทุกทำเลล้วนเหมาะที่จะนำไปประกอบอาชีพค้าขายได้ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังมีโชว์รูมรถยนต์และศูนย์บริการ โชว์รูมสินค้า ปั๊มน้ำมัน ตลาด ศูนย์อาหารภายในอาคารสำนักงาน โรงแรม และสนามไดร์ฟกอล์ฟอีกด้วย

ทั้งนี้ ราคาทรัพย์ที่นำมาให้ประมูลในครั้งนี้ มีตั้งแต่ราคา 1-2 ล้านบาท และราคาสูงกว่า 20 ล้านบาท การจัดงานนี้ก็เหมือนครั้งที่ผ่านมา โดยทางบสท.จะเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถ ชมรายการทรัพย์สินผ่านเว็บไซต์บสท.ได้ที่ www.tamc.or.th หรือของรับซีดีรายการทรัพย์สินได้ที่สำนักงานบสท. เพื่อเลือกชมทรัพย์สินที่ต้องการจะประมูลได้ก่อนวันประมูล

เชาวรัตน์ กล่าวว่า ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลจะต้องลงทะเบียนโดยตรงกับบสท. ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.-1 พ.ย.นี้ และจะประมูลในเดือนพ.ย. ด้วยวิธียื่นซองประมูล และจะเปิดซองต่อหน้าคณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประมูล โดยผู้ที่เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล

สำหรับเงื่อนไขการจ่ายเงินนั้น ผู้ชนะการประมูลจะต้องวางเงินในวันทำสัญญา 10% ของราคาที่ชนะการประมูล หลังจากนั้นอีก 30 วัน จะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 10% ส่วนที่เหลืออีก 80% จ่ายภายใน 90 วัน หลังจากวันทำสัญญา

และเพื่อสร้างความสะดวกให้กับผู้ชนะการประมูล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ทางบสท.ได้ติดต่อกับธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เพื่อปล่อยสินเชื่อเป็นพิเศษแก่ผู้ซื้อทรัพย์สินของบสท.โดยธอส.จะปล่อยกู้ในอัตราสูงถึง 90%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.