ลอรีอัล ยกเลิกแผนการซื้อคาเนโบ


ผู้จัดการรายสัปดาห์(6 ตุลาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส ลอรีอัล ได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากความพยายามในการเข้าไปซื้อกิจการเครื่องสำอางขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ และบริษัท คาเนโบ ที่ประสบปัญหาการดำเนินงาน หลังจากพบว่ามีการทุจริตทำนองเดียวกับกรณีของบริษัท เอนรอน ด้วยการบันทึกรายการทางบัญชีด้วยการทำรายการรายได้เกินกว่าที่เป็นจริงมานานกว่า 5 ปี และเมื่อกลับรายการทางบัญชีจนเป็นไปตามความจริง ได้ทำให้กิจการกลับไปมีผลขาดทุนเกินกว่าที่จะทำกำไร

หลังจากนั้น มีความพยายามที่จะมองหาเหตุผลของการยกเลิกในการเข้าไปประมูลซื้อคาเนโบครั้งนี้ และได้รับการชี้แจงในเบื้องต้นว่าเป็นเพราะผู้บริหารยังไม่สามารถหาความเป็นไปได้ ในการหาทางเชื่อมโยงธุรกิจกับกลยุทธ์ของธุรกิจทั่วโลกของลอรีอัลได้

กลุ่มนักลงทุนที่สนใจประมูลซื้อกิจการของกลุ่มบริษัทคาเนโบ ที่มีประมาณ 10 กลุ่มด้วยกัน ที่รวมไปถึงบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครัวเรือน คาโอ และลอรีอัล ได้เสนอเงื่อนไขที่จะซื้อกิจการของบริษัทเครื่องสำอางและอาหารกลุ่มคาเนโบ ที่ดำเนินการโดยเจ้าหนี้รายใหญ่ที่เป็นรัฐบาล

ปัจจุบัน ลอรีอัล มีแบรนด์เครื่องสำอางในกลุ่มที่มียอดขายสูงๆ ได้แก่ เมเบลลีน เฮเรน่า รูบินสไตน์ และลังโคม

การตัดสินใจถอนตัวครั้งนี้เกิดขึ้นมาหลังจากการเข้าไปประเมินข้อมูลเพิ่มเติมของคาเนโบ และพบว่าการซื้อกิจการคาเนโบ ไม่น่าจะเพิ่มพลังอย่างเพียงพอที่จะช่วยกระตุ้นยอดการจำหน่ายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว อย่างที่เคยประมาการไว้แต่แรก

ก่อนหน้านี้ เครื่องสำอาง ชิเชโด้ได้ตัดสินใจถอนตัวออกจาการเข้าไปร่วมซื้อกิจการของคาเนโบเช่นเดียวกัน ด้วยการให้เหตุผลว่าการรวมกิจการของคาเนโบเข้ามาในกลุ่มไม่ได้ช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตหรือการดำเนินงานอย่างที่คาดไว้

ก่อนหน้านี้ ลอรีอัล ได้ร่วมงานกับบริษัท มอร์แกน สแตนลีย์ ในการเข้าไปร่วมประมูลซื้อกิจการของกลุ่มบริษัทคาเนโบ

แม้ว่าลอรีอัลจะตัดสินใจล้มเลิกความตั้งใจในการประมูลซื้อกิจการของคาเนโบแล้ว แต่การดำเนินงานเพื่อการหานักลงทุนที่เหมาะสมจะมาสานต่อและพลิกฟื้นแบรนด์ของคาเนโบจะยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการคัดเลือกนักลงทุนจาก 10 กลุ่มเหลือประมาณ 3 กลุ่มภายในเดือนตุลาคมนี้ และเลือกตัดสินใจหาสปอนเซอร์รายใหม่ของคาเนโบได้ไม่เกินสิ้นปีนี้ โดยคาดกันว่าการซื้อขายครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนไม่น้อยกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์

ตัวเก็งที่คาดว่าจะมีโอกาสสูงในการชนะการประมูลครั้งนี้ จะเปลี่ยนไปจากลอรีอัล เป็นบริษัท โคเซ่ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางเช่นเดียวกัน และบริษัท เอ็มเคเอส พาร์ทเนอร์ และกิจการหนังสือพิมพ์นิฮอน ไซไกแทนไปแล้ว

เรื่องนี้ จึงยังคงเป็นประเด็นที่นักการตลาดเฝ้าติดตามต่อไป พร้อมทั้งเชื่อว่าบทสรุปคงไม่จบลงไปโดยง่ายดายนัก


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.