เป๊ปซี่เพิ่งตื่นลงลุยน้ำผลไม้ ปั้นทรอปิคาน่าชิงแชร์ต้นปี


ผู้จัดการรายวัน(3 ตุลาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

"เป๊ปซี่" เตรียมเปิดแนวรบส่ง "ทรอปิคาน่า" ชิงเค้กตลาดน้ำผลไม้ต้นปีหน้านี้แน่ ขานรับกระแสสุขภาพมาแรง ตลาดน้ำผักผลไม้ปีนี้โตพรวด 20% ดอดปักธงลงทั้งเซกเมนต์ 100% และ40% นำร่องน้ำส้ม ชูความแข็งแกร่งระบบจัดจำหน่ายเบียดสามผู้นำตลาดทิปโก้-มาลี-ยูนิฟ ล่าสุดซุ่มวางแผนการตลาด โฆษณาประชาสัมพันธ์ พร้อมปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย

นายชาลี จิตจรุงพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้บริหารเครื่องดื่มน้ำอัดลมตราเป๊ปซี่ และ มิรินด้า เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาด น้ำผักและผลไม้โดยรวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทว่า ในปีนี้มีอัตราการเติบโตถึง 20% เนื่องจากคนไทยหันมา ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโตสูง เมื่อเทียบกับตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 30,000 ล้านบาท ปีนี้เติบโตแค่ 3% เท่านั้น ส่วนตลาดน้ำสีมูลค่า 6,600 ล้านบาท สภาพตลาดไม่มีอัตราการเติบโตเพราะได้รับผลพวงจากเครื่องดื่ม สุขภาพมาแชร์ตลาดน้ำสี

ล่าสุดแหล่งข่าวบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงของการวางแผน ทางการตลาดน้ำผลไม้ภายใต้แบรนด์ "ทรอปิคาน่า" ทั้งในรูปแบบกิจกรรมและสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์กับทางบริษัทโอกิลวี่ ซึ่งประมาณการณ์ว่าน้ำผลไม้ทรอปิคาน่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้านี้อย่างแน่นอน

ด้านกำลังการผลิต บริษัทจะใช้โรงงานที่ซื้อหุ้นจากโยคืนเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาผลิตเครื่องดื่มไม่อัดลม และถือว่าเป็นศูนย์กลางพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ใช้โรงงานดังกล่าว ผลิตลิปตันและน้ำดื่มคริสตัล หลังจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ทุ่มงบ 470 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตโรงงาน จ.ชลบุรี 2 แห่ง เพิ่มจาก 1.2 ล้านลังต่อเดือนเป็น 2.5 ล้านลังต่อเดือน โรงงานแรกจะผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลม ซึ่งจะขยายกำลังการผลิตเป๊ปซี่ ส่วนอีกแห่งเป็นโรงงานโยเดิม

นายชาลีกล่าวว่า ที่ผ่านมาค่ายคู่แข่ง "โค้ก" ได้เคลื่อนไหวด้วยการเปิดตัวน้ำผลไม้ภายใต้แบรนด์ "สแปลช" น้ำส้มลงสู่ตลาดเมืองไทยในฐานะที่เป๊ปซี่เป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมและผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่ม บริษัทก็ต้องเปิดตัวน้ำผลไม้เช่นกัน เพื่อรองรับกับกระแสสุขภาพที่มาแรง อย่างไรก็ตาม การเข้ามาทำตลาดของน้ำผลไม้ทรอปิคาน่าในไทย จะต้องปรับปรุงรสชาติให้สอดคล้องกับคนไทย โดยคนไทยจะชอบน้ำส้มจากส้มเขียวหวานเมื่อเทียบกับต่างประเทศ จะนิยมน้ำส้มรสขมมากกว่า ซึ่งการเปิดตัวน้ำส้มทรอปิคาน่าในครั้งนี้ จะลงตลาดทั้งสองเซกเมนต์คือ 100% และ 40%

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สอด คล้องกับวิชันของนายสมชาย บุลสุข ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ที่เตรียมพร้อมและเพิ่มศักยภาพในทุกด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็นอาณาจักรเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเพื่อความสดชื่นอย่างครบวงจร โดยวางสัดส่วนเครื่องดื่มอัดลมลดลงจากในปี 2547 จาก 85% เป็น 80% ปี 2548 และเพิ่มกลุ่มไม่อัดลมจาก 15% เป็น 20% โดยจะขยายไลน์การผลิตไปสู่กลุ่มน้ำผลไม้ทรอปิคาน่า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบ บริษัทเสริมสุข และบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ในตลาด ประกอบด้วย ทิปโก้ มาลี หรือทั้งยูนิฟเอง เสริมสุขถือว่ามีระบบการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีความแข็งแกร่งมาก โดยสามารถครอบคลุมทั้งโมเดิร์นเทรด ร้านค้าปลีกรายย่อย และตู้แช่ทั่วประเทศมากกว่า 1 แสนราย อีกทั้งในปีนี้เสริมสุขยังได้ทุ่มงบ 200ล้านบาท โดยเปลี่ยนรถขนาดเล็กให้เป็นขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่ส่วนของกรุงเทพฯได้ลงทุน 85 ล้านบาทขยายศูนย์กระจาย สินค้า 3 แห่ง ได้แก่ ทุ่งครุ มีนบุรี และเทพารักษ์ ยิ่งทำให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ผลประกอบการปี 2547 มีรายได้ 14,732 ล้านบาท กำไร 534 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2546 เติบโต 3% โดยปีนี้ผลประกอบการรวมตั้งเป้าโต 5-6% แบ่งเป็นรายได้จะมาจากกลุ่มเครื่องดื่มอัดลม 80% ได้แก่ ลิปตัน, เป๊ปซี่ ปัจจุบันมีส่วนแบ่งมากกว่า 60% ในตลาดน้ำดำมูลค่า 23,400 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.