Evolution

โดย วิรัตน์ แสงทองคำ
นิตยสารผู้จัดการ( พฤศจิกายน 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

วิวัฒนาการทางสังคม เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดูจะเป็นบทสรุปที่เป็นสัจธรรม แต่พลังอันทรงอิทธิพลก็สามารถบังคับให้วิวัฒนาการนั้นไปอย่างช้าๆ หรือเร็วก็ได้ เป็นเรื่องน่าคิด น่าศึกษา

เช่นเดียวกับคนที่ชอบอ้างวิวัฒนาการนั้น ย่อมจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากวิวัฒนาการ น่าจะเป็นบทสรุปที่ควรจะถูกต้องบ้างไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกัน

ผู้นำซีพีเข้าใจวิวัฒนาการทางสังคมไทยมากคนหนึ่ง และที่สำคัญเขาสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจจากวิวัฒนาการนั้นได้อย่างมหัศจรรย์ ในช่วง 30 ปีมานี้ เริ่มต้นจากการควบคุมและขี่วิวัฒนาการใหม่ของการเลี้ยงไก่ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ปัจจุบันซีพีกำลังหันทิศอย่างเต็มกำลังสู่การค้าปลีก ขณะเดียวกันกำลังซุ่มทดลองและขายความคิด เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่กระแสวิวัฒนาการที่ดูเหมือนเชื่องช้าที่สุดของไทย นั่นคือการทำนา

แนวคิดของธนินท์ เจียรวนนท์ ดูยิ่งใหญ่และน่าติดตาม

โมเดลความคิดทางยุทธศาสตร์ที่ว่านี้ มีขั้นตอนที่น่าศึกษามากทีเดียว

ขั้นแรก - เชื่อมั่นในวิวัฒนาการนั้นว่ามันกำลังมาถึง ความเชื่อมั่นมาจากการมองภาพนั้นไปข้างหน้า หรือที่เรียกกันว่าวิสัยทัศน์ ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ล้วนมาจากศึกษาวิวัฒนาการในระดับโลก ที่วิวัฒนาการแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคไม่ทัดเทียมกัน จากนั้นจึงเข้าถึงโมเดลวิวัฒนาการหนึ่ง ที่ก้าวหน้ากว่าสังคมไทยพอสมควร ศึกษาอย่างลึกซึ้งที่ว่าด้วยแรงขับเคลื่อนวิวัฒนาการให้ดำเนินไปข้างหน้า อย่างมีขั้นมีตอน ประสบการณ์ของซีพีระบุว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญจะอยู่ที่วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีและการจัดการเป็นหัวใจ

บทเรียนในอดีตของซีพีที่ว่าด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในวิวัฒนาการนั้น ส่วนใหญ่มาจากการทดลอง ในปี 2515-2517 ซีพีทดลองสร้างระบบ Contract Farming เพื่อพัฒนาการเลี้ยงไก่ในชุมชนเล็กๆ ที่ยากจนที่สุด ในทำนองเดียวกัน ในปัจจุบันกำลังซุ่มศึกษาโมเดลการทำนาแบบประสมประสานใหม่ ในชุมชนที่แห้งแล้งที่สุดในภาคอีสานตอนใต้ ทั้งสองกรณีนี้มีความจำเป็นอย่างสูงในการศึกษาความเป็นไปได้ภายใต้เงื่อนไขในประเทศไทย ส่วนค้าปลีกแค่ศึกษาบทเรียนในต่างประเทศก็เพียงพอแล้ว

ที่สำคัญมาก ยุทธศาสตร์นี้จะต้องมุ่งไปที่โครงสร้างเดิมที่เกี่ยวข้องกับสังคมระดับกว้าง และมีวิวัฒนาการที่ล้าหลังเอามากๆ ด้วย

ขั้นที่สอง - กระตุ้นวิวัฒนาการ แรงกระตุ้นวิวัฒนาการเป็นงานที่ยากลำบากที่สุด เพราะมักจะมาพร้อมกับแรงต้านวิวัฒนาการนั้น ประสบการณ์ในอดีตในเรื่องการเลี้ยงไก่แบบใหม่มีมากพอทีเดียว เช่นเดียวกันปัจจุบันกำลังเผชิญแรงต้านอย่างรุนแรง จากระบบค้าปลีกแบบเดิมของสังคมไทย

การกระตุ้นที่สำคัญ ไม่อาจจะทำตามลำพังในเชิงธุรกิจเท่านั้น หากจะต้องเข้าถึงกลไกของรัฐ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง "การเข้าถึง" ที่ว่ามีความหมายหลายมิติ ไม่เพียงเข้าไปขายความคิด ให้ความคิดนั่นฝังเข้าไปในกลุ่มผู้นำ และผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย เพื่อผลักดันกติกาที่สนับสนุนวิวัฒนาการเกิดขึ้น หากรวมถึงศึกษาแนวทางการพัฒนาสังคมไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ประกอบด้วย วิวัฒนาการเลี้ยงไก่แบบใหม่ภายใต้การควบคุมดูแลของซีพีคงไม่เกิดขึ้น หากระบบธนาคารไทยไม่ถูกบังคับให้เข้าไป มีส่วนเกื้อหนุนในภาคการเกษตร หรือแม้กระทั่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ได้สร้างบุคลากรรองรับการเกษตรสมัยใหม่ไว้จำนวนมากพอ เช่นเดียวกันหากสังคมไทยไม่พัฒนาระบบคมนาคมในหัวเมืองมากพอ การกระตุ้นวิวัฒนาการนั้นก็คงเกิดขึ้นไม่ง่าย

ปัจจุบันซีพีกำลังเผชิญปัญหาที่ใหญ่พอสมควร มาจากแรงต้านวิวัฒนาการค้าปลีก เพราะเป็นการต่อสู้ระดับนโยบายของรัฐ เข้าใจว่าเรื่องนี้ ธนินท์ เจียรวนนท์ คงต้องออกแรงไม่น้อยไปกว่าการได้มาซึ่งสัมปทานโทรศัพท์พื้นฐานในเมืองหลวงในวัยที่หนุ่มแน่นกว่านี้ เมื่อ 10 ปีก่อนเป็นแน่ ผมแนะนำให้ติดตามดูละครแห่งชีวิต ที่กระทรวงพาณิชย์อาจจะทำให้ท่านผู้อ่านสะเทือนใจได้

ขั้นที่สาม - ควบคุมและขี่วิวัฒนาการ แนวทางของซีพีที่ถือเป็น Grand Strategy ก็คือการเข้าควบคุมกลไกวิวัฒนาการ ซึ่งได้แก่เทคโนโลยีและ การจัดการ

ซีพีซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนปฏิวัติการเลี้ยงไก่ในภูมิภาคนี้ แต่ความจริงซีพีใช้เทคโนโลยีจากตะวันตก ที่ว่าด้วยการพัฒนาพันธุ์ไก่มาประยุกต์เข้ากับการจัดการ ที่เป็นแบบฟาร์มขนาดใหญ่แบบตะวันตก มาสู่การสร้างฟาร์มย่อยของเกษตรกร บวกกับฟาร์มใหญ่ของตนเอง การจัดการในเรื่องนี้มีความหมายถึง การเลี้ยงไก่โดยควบคุมและดัดแปลงธรรมชาติให้เป็นระบบที่คาดหมายได้ในเชิงอุตสาหกรรม

เช่นเดียวกับการเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อเข้าแทรกแทนที่ธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมซึ่งล้าหลังมาก ซีพีอาศัยเทคโนโลยีหรือโนว์ฮาวการค้าปลีกของคนอื่นๆ เพื่อมีน้ำหนักในการควบคุมมากพอ จึงใช้ยุทธวิธีเข้าลงทุนธุรกิจนี้กับเจ้าของเทคโนโลยีหลายราย และหลายระดับ เริ่มตั้งแต่การค้าปลีกขนาดใหญ่ ด้วยการลงทุนร่วมกับ Tesco แห่งสหราชอาณาจักร และ Makro แห่งฮอลแลนด์ มาจนถึงค้าปลีกขนาดเล็ก ซึ่งเข้าปะทะกับระบบการค้าแบบเดิมที่เรียกว่า "โชวห่วย" โดยตรง เข้าร่วมทุนกับ 7-Eleven แห่งญี่ปุ่น ด้วยแนวทางนี้ซีพีจึงสามารถสร้างโมเมนตัมที่แรงพอสมควร เพื่อเข้าสู่กระแสวิวัฒนาการค้าปลีก และสามารถขี่กระแสนั้นได้

ส่วนเรื่องข้าว ขณะนี้เพียงอยู่ในขั้นตอนของการทดลองและขายความคิด ยังจำเป็นต้องใช้เวลาและพลังงานอีกมากทีเดียว ว่าไปแล้วเวลานั้นก็ใกล้จะมาถึงแล้วเช่นกัน ผมเชื่อว่าการเข้าสู่วิวัฒนาการเรื่องข้าวเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด และยากที่สุด ซีพีจะเข้าสู่เรื่องนี้ก็ต่อเมื่อใหญ่พอ มีแรงมากพอ และทรงอิทธิพลมากพอในสังคมไทย ซึ่งว่าไปแล้วก็ใกล้จะถึงจุดนั้นแล้วเช่นกัน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.