ธนาคารกรุงเทพชี้บัตรเครดิตปีหน้าแข่งดุอัดแคมเปญแจกรถยนต์กระตุ้นยอดบัตร


ผู้จัดการรายวัน(28 กันยายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์กรุงเทพ แจงปรับดอกเบี้ยบัตรเครดิตขึ้น 0.75% เป็นไปตามต้นทุนธุรกิจ ระบุไม่กระทบต่อลูกค้าที่ชำระปกติ เผยอีก 2 สัปดาห์เตรียมออกแคมเปญแจกรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ กระตุ้นยอดบัตรและการใช้จ่ายผ่านบัตร ตั้งเป้าเพิ่มยอดใช้จ่ายกว่า 10% จากปัจจุบันมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 5.6 พันบาทต่อบัตร แนะธุรกิจบัตรเครดิตปีหน้าแข่งดุ ผู้ประกอบการหากต้องการเพิ่มมาร์เกตแชร์ครองความเป็นหนึ่งต้องยอมรับความเสี่ยงในอนาคตด้วย ส่วนแบงก์กรุงเทพมีนโยบายเพิ่มฐานบัตรอย่างมีคุณภาพ ไม่จำเป็น ต้องก้าวเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจ

นายโชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอีก 0.75% โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 16 ตุลาคม 2548 จากเดิมที่ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 17.25% เพิ่มขึ้นเป็น 18% สาเหตุที่ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้น เนื่องจากต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งผล กระทบจากราคาน้ำมัน กระทบต่อ สินค้าและราคาบริการต่างๆเพิ่มขึ้น เช่น ค่าไปรษณีย์ การส่ง mail ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารครั้งนี้ยังไม่ครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเลย จนทำให้การหารายได้จากส่วนบัตรเครดิตน้อย มากเมื่อเทียบกับรายได้จากปีที่ผ่านมา

สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยบัตรเครดิตดังกล่าว ถืออยู่ระดับเพดานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด ซึ่งเชื่อว่าลูกค้าที่มีการชำระเงินอย่างปกติ ไม่มียอดค้างชำระจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ ส่วนลูกค้าในกลุ่มที่มีการผ่อนชำระเงินต้นกับธนาคารนั้น ขณะนี้มีสัดส่วนผ่อนชำระประมาณ 50% ของยอดบัตรเครดิตทั้งหมด คงจะต้องพิจารณา ถึงภาระของเงินที่ต้องชำระกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมองว่าอัตราดอกเบี้ยระดับ 18% ต่อปี ถือว่าเป็นระดับดอกเบี้ยที่ยังต่ำอยู่เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยอื่น

หลังจากที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ราคาสินค้าเริ่มปรับขึ้น ทำให้ต้นทุนแบงก์เพิ่มขึ้น จึงต้องปรับดอกเบี้ย แต่ก็ยังไม่สามารถรองรับต้นทุนที่เพิ่มสูงได้ ทำให้ความสามารถการหารายได้ของแบงก์ลดลงกว่าช่วงปีที่ผ่านมา

จากต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น ธนาคารจึงเพิ่มแผนการตลาด เพื่อกระตุ้นยอดสมาชิกบัตรเครดิตและกระตุ้นการใช้จ่ายผ่าน บัตรของลูกค้าเดิม ซึ่งภายใน 2 สัปดาห์นี้ธนาคารจะมีการออกแคมเปญใหม่อีกรอบ เพื่อมอบสิทธิพิเศษและกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคาร ซึ่งได้ตั้งเป้าจากการออกแคมเปญ นี้จะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น 10% จากปัจจุบันมี ยอดเฉลี่ยใช้จ่ายผ่านบัตรเดือนละ 5,600 บาทต่อบัตร และตั้งแต่ต้นปียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารได้เพิ่มขึ้น 18%

"ธนาคารได้ออกแคมเปญกระตุ้นยอดบัตรเครดิตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 ถึงกุมภาพันธ์ 2549 ผู้ที่สมัครบัตรเครดิตใหม่มีสิทธิในการชิงรางวัลฮอนด้า แจ๊ซ 15 คัน นับเป็นการคืนกำไรให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะทำให้ยอดบัตรเครดิตสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 750,000 บัตร จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 650,000 บัตร"

สำหรับแนวโน้มธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2549 นั้น คาดว่าจะยังคงมีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในเกณฑ์ของ ธปท. ในการถือบัตรเครดิต ส่งผลให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการแย่งชิงลูกค้าเพื่อให้มีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารพาณิชย์ใดหรือผู้ประกอบการบัตรเครดิตรายใดหากต้องการที่จะเพิ่มฐานลูกค้า เพื่อเป็นที่หนึ่งของธุรกิจก็จะต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย แต่ธนาคารเองไม่มีนโยบายที่จะแย่งชิงลูกค้าขอขยายฐานบัตรเครดิตเป็นอันดับหนึ่ง โดยต้องการที่จะขยายฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ และมีศักยภาพในการผ่อนชำระเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระในอนาคต

ปัจจุบันธนาคารมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากธุรกิจบัตรเครดิตน้อยมาก อยู่ที่ระดับ 1.2-1.3% ของยอด สินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งเป็นผลจากนโยบายของธนาคารที่ต้องการจะขยายฐานบัตรอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งธนาคารมีการทบทวนกลุ่มลูกค้าบัตร หากมองว่ามีโอกกาสที่จะผิดนัดชำระ ธนาคารจะไม่มีการต่อสัญญาบัตรอีก รวมทั้งมีการเช็กเครดิตบูโรอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันความเสี่ยง นอกจากนี้ การที่ธนาคารได้รับเป็นชิปการ์ดถือว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้กับลูกค้าและของธนาคารเองด้วย

สำหรับกรณีที่ ธปท.ได้ให้ ผู้ประกอบการรายงานต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และมีการแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดนั้น มองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะถือว่าเป็นข้อมูลและความลับทางธุรกิจ ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ อาจจะมีผลกระทบต่อแผนธุรกิจหรือกลยุทธ์ต่างๆ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.