|

"ยูนิฟ"ตอกฝาโลง"ชาลีวัง"ผู้บริหารไทยตบเท้าลาออก
ผู้จัดการรายวัน(26 กันยายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
"ยูนิ-เพรสซิเดนท์" ตัดใจทิ้งชาลีวังชาเขียวแบรนด์แรกของไทย บริษัทแม่ไต้หวันสั่งหยุดผลิต ทำตลาดแรมปี ใส่เกียร์ถอยทัพหลังทนพิษตลาดชาเขียวแข่งดุไม่ไหว ส่วนแบ่ง ตลาดลดอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารเดิมลาออกเพียบ
แหล่งข่าวจากบริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มยูนิฟ-ชาลีวัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้หยุดผลิตชาเขียวพร้อมดื่ม "ชาลีวัง" ลง ซึ่งสินค้าที่จำหน่ายอยู่จะเป็นสต๊อกสินค้าที่เหลืออยู่เท่านั้น ทำให้ล่าสุดสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดเริ่มหมดจากชั้นวางสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเหตุผลที่บริษัทนำชาลีวังออกจากตลาด เป็นเพราะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีมากนัก ส่วนแบ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง
"ชาลีวัง" เข้ามาเปิดตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยเมื่อปี 2545 โดยเน้นจุดเด่นในเรื่องของรสชาติที่ทำมาจากใบชาแท้ เจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 20-25 ปี จำหน่ายราคา 25 บาท ต่อ 600 มิลลิลิตร ในขณะที่สินค้าในตลาด ปริมาณ 500 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท การเข้ามาทำตลาดในช่วงแรกเปิดตัว 2 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ ชาเขียวไต้หวันและชาเขียวญี่ปุ่น ต่อมาเปิดตัว ชาอิงลิชแบล็คทีลงสู่ตลาดจากการมีทั้งหมด 6 รสชาติในประเทศไต้หวัน
"ที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่า ชาลีวังไม่ค่อยทำตลาดอย่างจริงจังมากนัก จากการทำตลาดมากว่า 3 ปี ชาลีวังมีภาพยนตร์โฆษณาน้อย ทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ตราสินค้าได้น้อย ส่งผลให้ชาลีวังซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 10% ในปี 2546 ลดลงอย่างต่อเนื่อง"
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากบริษัทได้ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ พร้อมดึงทีม การตลาดจากบริษัทแม่ประเทศไต้หวันเข้ามาร่วมงาน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมการตลาดของยูนิ-เพรสซิเดนท์ในประเทศไทย ล่าสุดนายก้องเกียรติ วัติรางกูล ได้ลาออกจากบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด ก่อนถูก โยกมารับผิดชอบวางแผนการลงทุน การติดต่อขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้บริหารอีกหลายคนที่ลาออกไปด้วย เช่น นางสาวกนกพร ธิฐิคุณ เจ้าหน้าที่ การตลาด ฯลฯ ส่วนภายใต้การปรับโครงสร้างองค์กร บริษัทได้แต่งตั้งให้นายเดวิด เผย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจในประเทศ ดูแลการตลาดและกิจกรรมการตลาดภายในประเทศ ผู้มีประสบการณ์ด้านวงการอาหารแช่แข็งและอาหารแช่เย็นกว่า 20 ปีในไต้หวันและจีนเข้ามารับตำแหน่งแทนที่นายก้องเกียรติ วัติรางกูร ซึ่งขณะนี้ ผู้มารับตำแหน่งใหม่นี้ยังไม่มาถึงประเทศไทย
สำหรับการปรับโครงสร้างของยูนิฟมีขึ้น เป็นเพราะส่วนแบ่งตลาดยูนิฟ กรีนทีลดลงอย่างต่อ เนื่องจาก ในปี 2546 รอบเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีส่วนแบ่ง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 45% และลดลงอย่างต่อเนื่องกระทั่งปลายปี 2547 เหลือ 38-39% และล่าสุดเหลือ 25% เป็นอันดับสองของตลาด ขณะที่ชาเขียวโออิชิเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 62% ส่วนเซนชะ 6% อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวล่าสุด "ยูนิฟ กรีนที" เปิดตัวรสชาติใหม่น้ำข้าวบาร์เลย์ลงสู่ตลาด เพื่อชนกับคู่แข่งโออิชิ ที่มีรสชาติเกนมัยเป็นรสข้าวญี่ปุ่น และอีกรสชาติคือ น้ำผึ้งผสมมะนาว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|