|

ธนชาต-นครหลวงไทยเปิดกองใหม่ลุยพันธบัตรรัฐบาลคุ้มครองเงินต้น
ผู้จัดการรายวัน(22 กันยายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
2 บลจ.ในเครือแบงก์เปิดศึกท้าชนกองทุนพันธบัตรคุ้มครองเงินต้น "ธนชาต" ส่งกองทุนเปิดธนชาตพันธบัตรรัฐคุ้มครองเงินต้น 1 เสนอขายครั้งแรก 22 ก.ย.-3 ต.ค.นี้ อายุโครงการ 6 เดือน ขณะที่บลจ.นครหลวงไทย เปิดตัว "แมกซ์พันธบัตร 2 คุ้มครองเงินต้น"อายุโครงการ 2 ปี งัดลูกเล่นล่อใจลูกค้าด้วยการจ่ายผลตอบแทนคืนรายไตรมาสอัตราก้าวหน้า
นายกำพล อัศวกุลชัย ผู้ช่วย กรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่าบลจ. ธนชาต เตรียมเสนอขายกองทุนเปิดธนชาตพันธบัตรรัฐคุ้มครองเงินต้น 1 (CAPITAL PROTECTION GOVERNMENT BOND-1 FUND : TGOV1) ซึ่งเป็น กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้นที่เน้นลงทุนในตราสารภาครัฐ มีมูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ไม่กำหนดอายุโครงการ แต่จะเปิดขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกรอบระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวจะเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (ไอพีโอ) ระหว่างวันที่ 22 ก.ย.- 3 ต.ค. นี้
สำหรับนโยบายการลงทุนจะเน้นลงทุนในตราสารภาครัฐ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน โดยจะลงทุนในตราสารที่มีอายุใกล้เคียง หรือเท่ากับรอบระยะเวลาที่เปิดขาย หน่วยลงทุน (ประมาณ 6 เดือน) และไม่มีการลงทุนในตั๋วแลกเงินของภาคเอกชนโดยเด็ดขาด ผู้ลงทุนจึงสบายใจได้มากขึ้น เมื่อครบกำหนดกองทุนจะได้รับเงินคืน เท่ากับมูลค่าตามราคาหน้าตั๋วของตราสารที่ได้ลงทุน จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่มีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และต้องการลงทุนในตราสารที่มั่นคง เพื่อคุ้มครองเงินต้นให้ได้รับคืน
ทั้งนี้ กองทุนเปิดธนชาตพันธบัตรรัฐคุ้มครองเงินต้น 1 เป็น กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น ที่มีการคุ้มครองเงินลงทุนและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในทุกรอบที่ผ่านมาทั้งจำนวน โดยการคุ้มครองมีทุกรอบระยะเวลาการลงทุน (ประมาณ 6 เดือน) ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจะไม่กำหนดอายุโครงการ แต่จะเปิดขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกรอบระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
นอกจากนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุน ที่ใช้บริการ thanachartfund online อยู่แล้วจะสามารถซื้อหน่วยลงทุนทางอินเทอร์เน็ตได้ตั้งแต่การเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกด้วย ซึ่งมีมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท
กองทุนเปิดธนชาตพันธบัตร รัฐคุ้มครองเงินต้น 1 (TGOV1) เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง และคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในธนาคาร ต้องการลงทุนในตราสารที่ออกโดยภาครัฐ ซึ่งมีความมั่นคงสูง จึงได้รับคืนทั้งเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุน และผู้ลงทุนไม่ต้องเสี่ยงกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนจะถือครองตราสารนั้นจนครบกำหนดอายุไถ่ถอน ซึ่งช่วย ให้ผู้ลงทุนได้ลงทุนสอดรับกับภาวะ ดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น ขณะเดียวกัน การรับผลตอบแทนในรูปของการขายคืนหน่วยลงทุนสำหรับบุคคลธรรมดายังไม่ต้องเสียภาษีจากกำไร ส่วนเกินทุนอีกด้วย นายกำพล กล่าว
ขณะที่นางสาวอัจฉรา สุทธิศิริกุล รองกรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่า ในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น บริษัทจึงออกกองทุนในช่วงครึ่งปีหลังของ ปี 2548 โดยมุ่งเน้นการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ ที่มีการจ่ายผลตอบแทนรายไตรมาสในอัตราก้าวหน้าและได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่า
กองทุนเปิดแมกซ์พันธบัตร 2 คุ้มครองเงินต้น (MAX PPB2) เป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุน ที่ต้องการความมั่นคงในการลงทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำกว่ากองทุนทั่วไป เพราะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ในระยะเวลา 2 ปี นอกจากนั้น นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นรายไตรมาส คือในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม เป็นจำนวนเงินที่จัดสรรต่อปีของมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันที่ผู้ถือหน่วยเริ่มลงทุนตามราคาที่ตราไว้ (10 บาทต่อหน่วยลงทุน) ในอัตราดังนี้ ครั้งแรกร้อยละ 2.75 ครั้งที่ 2 ร้อยละ 3.00 ครั้งที่ 3 ร้อยละ 3.25 ครั้งที่ 4 ร้อยละ 3.50 ครั้งที่ 5 ร้อยละ 3.75 ครั้งที่ 6 ร้อยละ 4.25 ครั้งที่ 7 ร้อยละ 4.75 และครั้งสุดท้ายร้อยละ 5.25 โดยจะได้รับพร้อมกับเงินลงทุนเริ่มต้นตามมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาทต่อหน่วยลงทุน) และผลตอบแทนที่ได้รับไม่ต้องเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 19-28 ก.ย.นี้
นางสาวอัจฉรากล่าวอีกว่า กองทุนเปิดดังกล่าวจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักลงทุนที่คาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ บลจ.นครหลวงไทยได้เสนอขายกองทุนเปิด แมกซ์พันธบัตร คุ้มครองเงินต้น (MAX PPB) ด้วยมูลค่าเงินทุนโครงการ 1,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี จนทำให้ บลจ. ต้องทำการเพิ่มเงินทุนโครงการเป็น 4,000 ล้านบาท บลจ.นครหลวงไทย ยังมีกำหนด การที่จะออกและเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นอายุระหว่าง 6-12 เดือน ทุกต้นเดือน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|