เซ็นทรัลเทรดดิ้งปาดเหงื่อปรับเกมทุกเดือน


ผู้จัดการรายวัน(21 กันยายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

เซ็นทรัลเทรดดิ้งปรับกลยุทธ์สินค้านำเข้าถี่ยิบ รับตลาดเปลี่ยนจากปัจจัยลบ ล่าสุดนำเข้านาฬิกาเกสคอลเลคชั่นใหม่ เตรียมเปิดชอปคอนเซ็ปท์ใหม่ปีหน้า

นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด บริษัทผู้นำเข้าสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีปัจจัยลบมากทั้งราคาน้ำมัน เหตุการณ์ทางภาคใต้ และค่าเงินที่อ่อนตัวลง ฯลฯ ดังนั้นบริษัทฯจึงได้มีการปรับกลยุทธ์การนำเข้าสินค้าทุกเดือน โดยวิเคราะห์ยอดขายและความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ซึ่งในแง่กำลังซื้อของผู้บริโภคได้รับผลกระทบบ้าง โดยในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาพบว่าสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้ามียอดขายลดลง เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นและเป็นหน้าฝน แต่คาดว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายจะกลับมาขายดีขึ้น

ปัจจุบันบริษัทฯนำเข้าสินค้าแฟชั่นหลายอย่าง อาทิ กลุ่มเสื้อผ้า ซึ่งทำรายได้หลักให้บริษัทฯ 50% รองลงมาเป็นเครื่องสำอาง 15% ที่เหลือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องดิจิตอล และนาฬิกา 5-7% ซึ่งปัจจุบันมีนำเข้า 4 แบรนด์ด้วยกัน ได้แก่ คาสิโอ,เบบี้จี,จี-ช็อค และเกส

นางปิยะดา ถิรพัฒน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์นาฬิกาเกส เปิดเผยว่า แผนการทำตลาดนาฬิกาเกสบริษัทฯจะนำเข้าสินค้าปีละ 2 คอลเลคชั่น ช่วงต้นปีและท้ายปี แต่ละคอลเลคชั่นจะมีสินค้ากว่า 100-150 รุ่น ล่าสุดบริษัทฯเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “แอนนิมอล อินสติ๊งท์” 3 รุ่น ได้แก่ Exotica, Heavy Metal และSafari ในงานเซ็นทรัล วอช แฟร์ ซึ่งเริ่มระหว่างวันที่ 8 ก.ย. -25 ก.ย. 48 โดยบริษัทฯคาดว่ายอดรายได้จากงานจะได้กว่า 2 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของเกสอยู่ในระดับบีบวกขึ้นหรือระดับรายได้ประมาณ 25,000 บาท ขณะที่กลุ่มลูกค้าของเกสที่เป็นนิสิตนักศึกษาอายุ 18-25ปีก็มีมากเช่นกัน คิดเป็นสัดส่วนผู้หญิง 70%

ในส่วนของภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่องค่าเงินที่อ่อนตัวลงจากเดิม 40 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันเป็น 42 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 5-10% ดังนั้นบริษัทฯจึงมีการปรับกลยุทธ์บ้างแต่ไม่มาก โดยพยายามรักษาระดับราคาสินค้าไว้ที่ประมาณ 5,500-6,500 บาท

สำหรับจุดขายนาฬิกาเกสปัจจุบันมีทั้งขายผ่านร้านเกส บูติกที่มีอยู่ 6 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 4 แห่งและต่างจังหวัด 2 แห่ง และผู้แทนจำหน่ายหรือจุดขายกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้บริษัทฯมีแผนเปิดชอปเกส แอสเซสซอรี่ ซึ่งจะขายทั้งกระเป๋า,เครื่องประดับและนาฬิกาของเกส โดยบริษัทฯมีแผนเปิดตัวร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ในช่วงต้นปีหน้าที่เซ็นทรัล ชิดลม บนพื้นที่ขนาด 30 ตารางเมตร

งบทางการตลาดของนาฬิกาเกสบริษัทฯใช้ประมาณ 2 ล้านบาท ยอดรายได้ของนาฬิกาเกสมีอัตราการเติบโตปีละ 13% ปีนี้คาดว่าจะโตขึ้น 15% และปีหน้าคาดว่าจะโต 20% สำหรับยอดรายได้รวมของบริษัทฯปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 15% จากรายได้ปีที่แล้วที่มียอดขาย 6,000 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.