พบพิรุธอินไซด์ปันหุ้นมติชน


ผู้จัดการรายวัน(19 กันยายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

ฝ่ายกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ฯ แกะรอยดีลอากู๋เทกโอเวอร์มติชน ยกกรณี "เสี่ยสอง" ซื้อหุ้นบีบีซีเทียบฐานความผิด สะดุดใจซื้อขายหุ้นทุก 5% ไม่รายงานผิดกฎ ก.ล.ต.เหมือนกัน เผยส่อ "อิน-ไซเดอร์เทรดดิ้" หลังพบพิรุธราคาวิ่งล่วงหน้ากว่า 42% แบบไม่ปกติสวนทางภาวะตลาด ด้านโบรกเกอร์ แนะทิ้งหุ้นมติชนหลังตลาดหลักทรัพย์ฯปลดเอสพีวันนี้ เหตุเทกโอเวอร์ไม่สำเร็จ จะส่งผลให้ราคาหุ้นมติชนทรุด ด้าน บล.กรุงศรีฯที่ปรึกษายันใช้ราคาสูงสุด ภายใน 90 วันที่นายขรรค์ชัยได้หุ้นมากำหนดราคารับ ซื้อรายย่อยใกล้เคียง 11.10 บาท

แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ฯได้หยิบยกประเด็นการเข้าเทกโอเวอร์บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือ MATI มาพิจารณา 2 ประเด็นด้วยกัน คือ ประเด็นแรก การซื้อขายหุ้นทุก 5% ไม่มีการรายงานไป ยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และประเด็นที่สอง การใช้ข้อมูลภายใน(อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) ราคาหุ้นมติชนปรับเพิ่มขึ้นมาล่วงหน้าถึง 30-42% ก่อนจะมีการประกาศเทกโอเวอร์กิจการบริษัทมติชน

ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณา และนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของตลาดหลักทรัพย์ฯก่อนทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันยุติศึกชิงหุ้นเพื่อได้มาซึ่งอำนาจการบริหารในบริษัทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

สำหรับประเด็นแรกนั้น เนื่องจากในวันที่ 12 กันยายน 2548 ที่ บริษัทจีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ GMMM ได้ออกมา ประกาศเข้าซื้อหุ้นมติชนอย่างเป็นทางการพร้อมกับระบุว่าได้เข้าซื้อหุ้นมติชนและจะถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 32.23% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันที่ 12-13 กันยายน ฝ่ายกฎหมายจึงตั้งข้อสังเกตว่าในการซื้อขายหุ้นทุกๆ 5% จะต้องมีการราย งานให้ ก.ล.ต.เผยแพร่ออกไป แต่อยู่ๆ ทาง GMMM ได้ออกมาเปิดเผยว่าจะเข้าถือหุ้น 32% ในคราวเดียว

"ในอดีตสมัยที่มีการกล่าวโทษนายสอง วัชระศรีโรจน์ (เสี่ยสอง) นักลงทุนรายใหญ่ซึ่งเข้าไปซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือ BBC ถึง 10% ซึ่งเคยระบุว่าจะเทกโอเวอร์เมื่อ10 ปีที่แล้ว และ ก.ล.ต.ก็เล่นงาน เสี่ยสอง ในประเด็นซื้อหุ้นเกิน 5% แล้วไม่รายงาน และยังกล่าวโทษในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันซื้อขายหุ้นบีบีซี ในลักษณะอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดและร่วมกันซื้อขาย หุ้นดังกล่าวในลักษณะต่อเนื่อง และร่วมกันซื้อและร่วมกันได้มาซึ่งหุ้นบีบีซี"

ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นมติชนในทุก 5% ที่ได้มาในลักษณะไหนอย่างไร

นอกจากนี้ ประเด็นการใช้มูลภายในก็ถูกหยิบ มาพิจารณาหารือกัน เพราะปกติหุ้นสื่อสิ่งพิมพ์โดยเฉพาะหุ้นมติชนเป็นหุ้นที่ไม่มีความเคลื่อนไหวแต่ราคาหุ้นมติชนกลับค่อยๆ ขยับขึ้นทั้งๆ ที่ภาวะตลาด หุ้นก็ไม่ได้เคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นร้อนแรงแต่อย่างใด ทั้งนี้เมื่อพิจารณาราคาหุ้นมติชนจากต้นเดือนสิงหาคมพบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 42% ก่อนจะประกาศเทกโอเวอร์ในวันที่ 12 กันยายน

ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงอยู่ในระหว่างการ ตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายหุ้นมติชน เพราะราคาหุ้น ปรับขึ้นมารอรับการประกาศเทกโอเวอร์อย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าจะต้องมีผู้ล่วงรู้และใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ เพราะหลังจากที่ GMMM ประกาศเทกโอเวอร์มติชนแล้ว ทำให้มีนักลงทุนรายย่อยเข้าไปซื้อขายหุ้นหลังจากที่การเทกโอเวอร์ดังกล่าวเป็นลักษณะไม่เป็นมิตร ทำให้มีการต่อต้านและ ต้องมีการแย่งชิงหุ้นกันระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมนาย ขรรค์ชัย บุนปาน และนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม

"คนที่รู้อินไซด์สามารถหาผลประโยชน์จากการเทกโอเวอร์ที่ไม่เป็นมิตรได้ เพราะทำให้มีการคาดการณ์กันว่าต้องมีการแย่งหุ้นกันระหว่างกลุ่มเก่า กับกลุ่มใหม่ GMMM ดันราคาหุ้นขึ้นไปสูงสุดที่ 18.80 บาทเมื่อวันที่ 15 กันยายน ก่อนจะปรับลงมาปิดที่ 14.50 บาทก่อนตลาดหลักทรัพย์ฯสั่งห้ามซื้อขายหุ้นในวันที่ 16 กันยายน นอกจากนี้ การยุติการเทกโอ-เวอร์แบบรวดเร็วครั้งนี้จึงทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้า ไปติดหุ้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว" แหล่งข่าวกล่าว ดีลไม่ดันโบรกฯแนะทิ้งมติชน

ในวันจันทร์ที่ 19 กันยายน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปลดเครื่องหมายเอสพี หรือ ห้ามการซื้อขายหุ้นมติชน รวมไปถึงจีเอ็มเอ็มมีเดีย และหุ้นบริษัทแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ หรือ GRAMMY อย่างไรก็ดี ในส่วนของหุ้นมติชนถูกจับตามองเป็นพิเศษ ทั้งนี้เนื่อง จากราคาหุ้นมติชนปรับขึ้นมามาก โดยเมื่อต้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ 6.85 บาท ขณะที่เมื่อวันที่ 15 กันยายน อยู่ที่ 15.70 บาท เพิ่มขึ้น 8.85 บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 129.20%

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งรายหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากดีลเทกโอเวอร์มติชนล่มลง เนื่องจากเดิมที่ฝ่าย "อากู๋" ตั้งใจจะเข้าถือหุ้นให้ได้ถึง 75% แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้และยังต้องยุติศึกเทกโอเวอร์ด้วยการขายหุ้นคืนให้กับกลุ่มนายขรรค์ชัย บุนปานอีก 12% ทำให้ GMMM ถือหุ้นมติชนแค่ 20% เท่ากับว่าดีลนี้ไม่ดันหุ้นอีกแล้ว จึงคาดว่าราคาหุ้นมติชนเมื่อเปิดซื้อขายในวันจันทร์จะปรับตัวลงอย่างแน่นอน จึงแนะนำให้นักลงทุนขายหุ้นมติชนออก

สำหรับราคาที่ฝ่ายนายขรรค์ชัย จะรับซื้อหุ้นจากรายย่อยแทนฝ่าย GMMM เพราะได้เข้าถือหุ้น 36% นั้นคาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับราคาที่ฝ่ายนายขรรค์ชัย รับซื้อจากฝ่าย GMMM ที่ 11.10 บาท

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งอีกรายกล่าว ว่า ราคาหุ้นมติชนจะกลับสู่ภาวะปกติ โดยจะปรับตัวหนักกว่าเพื่อน ขณะที่หุ้น GMMM และ GRMMY ยังมีโอกาสฟื้นหรือรีบาวนด์ได้หากปรับลงไปแรงแล้ว เนื่องเพราะไม่ต้องเข้าไปแบกภาระกู้เงินมาเทกโอเวอร์อย่างไรก็ดี การยุติศึกเทกโอเวอร์แบบฉับพลันครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการสงบศึกชั่วคราวเท่านั้น เพราะขณะนี้ต่างฝ่าย ต่างก็บอบช้ำฝ่าย "อากู๋" ก็เสียภาพลักษณ์ไปมากและยังเข้าไปถือหุ้นได้แค่ 20% ซึ่งไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ส่วนฝ่ายนายขรรค์ชัย ก็ต้องมาแบกภาระเงินกู้จำนวนที่ต้องไปรับซื้อจากฝ่าย "อากู๋" และนักลงทุนรายย่อย

ดังนั้น จึงยังมีฝ่ายที่มองว่าราคาหุ้นมติชนอาจจะไม่ปรับลงแรงก็ยังมีอยู่ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องเก็บหุ้นมติชนไว้โดยไม่นำออกมาซื้อขาย ซึ่งบางส่วนอาจจะถูกนำไปค้ำประกันเงินกู้ ทำให้ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายมีน้อย ดังนั้น ราคาหุ้นมีสิทธิผันผวนหรือไม่ทรุดลงไปมากนัก และในบางครั้งหากมีการดันราคาเกิดขึ้นเพราะเชื่อว่าจะมีการรับซื้อคืนจากฝ่ายนายขรรค์ชัยในราคาที่สูงมากกว่า 11.10 บาทก็มีมาก เพราะราคาหุ้นมติชนพุ่งสูงถึง 18.80 บาท

ด้าน ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ราคารับซื้อหุ้นมติชนจากรายย่อยนั้นน่าจะใกล้เคียงกับราคาที่รับซื้อจากฝ่าย GMMM 11.10 บาท เนื่องจากตามกฎเกณฑ์จะใช้ราคาสูงสุดใน 90 วันที่นายขรรค์ชัยได้หุ้นมา ซึ่งที่ผ่านมานายขรรค์ชัย ไม่ได้เข้าไปซื้อหุ้นในตลาด ทำให้ราคาที่คาด ว่าจะรับซื้อจากรายย่อยใกล้เคียง 11.10 บาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.