เซนชะแยกทีมขายรุกโมเดิร์นเทรด ผนึกสินค้าเครืออายิฯเร่งกู้แชร์10%


ผู้จัดการรายวัน(16 กันยายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

อายิโนะโมะโต๊ะพลิกแผนรบชาเขียว หลังส่วนแบ่งร่วงจาก 11% เหลือ 6% แก้จุดอ่อนช่องทางโมเดิร์นเทรด แยกทีมขายเฉพาะ 20 ทีมลุยชาเขียวเซนชะ ตั้ง “อรชัย” จากฝ่ายตลาด ไปคุมฝ่ายขายโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ อัดงบ 100 ล้านบาทเร่งเครื่องกิจกรรมโค้งสุดท้ายของปี ปรับรสชาติเดิมออกรสชาติใหม่ หวังยอดขาย 700 ล้านบาท ขยับแชร์จาก 6% สู่ 10% ให้ได้ใน 1 ปี

นายพิเชียร คูสมิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางการทำตลาดเครื่องดื่มชาเขียวเซนชะว่า ขณะนี้ได้ปรับแผนการทำตลาดเซนชะใหม่ หลังจากที่เคยมีมาร์เกตแชร์สูงถึง 11% แต่ขณะนี้เหลือแชร์รวม 6% จากมูลค่าตลาดรวม 6,800 ล้านบาท เพราะการแข่งขันที่รุนแรง แต่ยืนยันว่าเซนชะยังอยู่ในอันดับที่สามของตลาด และมีส่วนแบ่งในบางช่องทางอย่างเช่น ร้านยี่ปั๊วซาปั๊วต่างจังหวัดมากกว่า 13%

อย่างไรก็ตามช่องทางจำหน่ายหลักของตลาดชาเขียวอยู่ โมเดิร์นเทรด กว่า 60-70% ทำให้บริษัทฯต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อให้เข้าช่องทางนี้มากขึ้น ล่าสุดได้แต่งตั้งนายอรชัย อัจฉรานุกูล จากผู้จัดการฝ่ายการตลาดไปเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ดูแลทางด้านโมเดิร์นเทรดเฉพาะ ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้การขยายตลาดของเซนชะมากขึ้น พร้อมกับแยกทีมขายออกมาประมาณ 20 ทีม จากทั้งหมดของบริษัทฯที่มีกว่า 400 ทีม เพื่อทำตลาดเซนชะโดยเฉพาะ พร้อมกับแต่งตั้งนายฮารุฮิโตะ นางาซาวะ เป็นผู้จัดการฝ่ายตลาดธุรกิจเครื่องดื่มแทน

นอกจากนั้นยังพยายามที่จะนำเอาความแข็งแกร่งของสินค้าของบริษัทฯทั้งหมดที่มีอยู่มาเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนชาเขียวเซนชะให้เข้าช่องทางโมเดิร์นเทรดได้มากขึ้น อีกทั้งยังร่วมมือกับทางโมเดิร์นเทรดในการจัดกิจกรรมและดิสเพลย์หน้าร้านต่างๆ

ขณะเดียวกันยังได้ทุ่มงบการตลาดในไตรมาสสุดท้ายนี้มากถึง 100 ล้านบาท จากเดิมที่สามไตรมาสแรกใช้เพียง 100 ล้านบาท เพื่อทำการส่งเสริมการขายและกิจกรรมเต็มที่ เช่น การออกหนังโฆษณาชุดใหม่ชื่อว่า เซนชะปรับใหม่ อร่อยแค่ไหนต้องลอง และการร่วมมือกับรายการวิทยุ 12 สถานีในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ จัดกิจกรรมเล่นเกมส์ตอบคำถาม หรือการส่งชิ้นส่วนเข้ามาชิงโชครับจี้ห้อยคอทองคำรูปใบชาเขียวน้ำหนัก 50 สตางค์จำนวน 24 รางวัล การจัดเซนชะคาราโอเกะ โร้ดโชว์ ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ

นายพิเชียร กล่าวด้วยว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งแพกเกจจิ้ง และรสชาติ โดยเฉพาะรสชาติดั้งเดิมที่ปรับให้มีความหวานมากขึ้นและลดความฝาดลง พร้อมกับออกรสชาติใหม่คือ เซนชะ ฟูจิริงโกะ ชาเขียวรสแอ๊ปเปิ้ลฟูจิ การปรับรสชาติดั้งเดิมนั้นจะทำให้ได้กลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากคู่แข่งและกลุ่มใหม่ ส่วนตลาดหลักยังคงเป็นวัยรุ่น

นอกจากนั้นบริษัทฯยังมีแผนที่จะส่งเซนชะไปต่างประเทศด้วย คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเริ่มได้ เริ่มที่ตลาดใกล้เคียงก่อนเช่น อินโดจีน โดยผ่านทางเอเย่นต์ที่จัดจำหน่ายสินค้าในเครือของบริษัทฯอยู่แล้ว

ทั้งนี้บริษัทฯตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นเป็น 700 ล้านบาทภายใน 1 ปีนับจากนี้ และจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 10% โดยคาดว่ารสชาติใหม่นี้จะมีส่วนแบ่งรายได้จากยอดขายรวมกว่า 50% จากปัจจุบันที่ยอดขายหลักมาจากรสชาติยูสุฮันนี่ 60% และรสชาติดั้งเดิม 40% และยอดขายหลักมาจากบรรจุภัณฑ์แบบขวดเพท รองมาคือ กล่องยูเอชที ส่วนแบบกระป๋องนั้นมีสัดส่วนน้อยมากแต่ไม่มีแผนเลิกผลิต

“ตลาดชาเขียวจากนี้ไป ผมว่าการเติบโตจะน้อยลงกว่าแต่ก่อน ที่มีการโตแบบ 100% มาตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา” นายพิเชียรกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.