|

ลีเวอร์ฯชูโมเดลลดไซส์-ราคา รับกำลังซื้อหดนำร่องผงซักฟอก-สินค้าต้นทุนสูง
ผู้จัดการรายวัน(16 กันยายน 2548)
กลับสู่หน้าหลัก
ยูนิลีเวอร์ ผุดโมเดล"ปรับไซส์-ลดราคา"รับกำลังการซื้อฝืด พฤติกรรมคนไทยเมินสินค้าชิ้นใหญ่แห่ซื้อชิ้นเล็ก นำร่องกลุ่มผงซักฟอกบรีส โอโม เซิร์บ สูตรมาตรฐาน พร้อมเล็งนำโมเดลใช้กลุ่มสินค้าต้นทุนสูง เล็งน้ำยาล้านจานซันไลต์เป็นรายการต่อไป ล่าสุดทุ่ม 15 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรเพิ่มกำลังผลิตผงซักฟอกขนาด 155 กรัม หลังพบยอดขายพุ่ง สิ้นปีตั้งเป้ายอดขายกลุ่มผงซักฟอกโต 10%
นางศันสนีย์ สุภัทรวณิชย์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ในครัวเรือน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้นำโมเดล”ไม่ขึ้นราคา ไม่ลดคุณภาพ”หรือการปรับสินค้าให้มีขนาดเล็กลง โดยที่ไม่ขึ้นราคาหรือลดปริมาณ มาใช้เป็นกลยุทธ์หนึ่งทางการตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังการซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง รวมทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มหันมาใช้สินค้าในขนาดที่เล็กลง โดยจากการสำรวจของบริษัท พบว่า ปัจจัยที่ผลักดันให้พฤติกรรมของผู้บริโภคใช้ขนาดเล็กลง มาจากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีขนาดครอบครัวเล็กลง และปัจจัยหลักที่เป็นตัวผลักดันมากขึ้น คือ ด้านสภาพเศรษฐกิจ ผลพวงจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น
ในเบื้องต้นบริษัทได้นำโมเดล”ไม่ขึ้นราคา ไม่ลดคุณภาพ”นำร่องกลุ่มผงซักฟอกภายใต้แบรนด์ บรีส โอโม และเซิร์บ เป็นหลักก่อน จากนั้นจะพิจารณานำโมเดลดังกล่าว ไปใช้ยังในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง น้ำยาล้างจานซันไลต์ เนื่องจากสารเคมีที่ใช้นำเข้ามาจากต่างประเทศ และเป็นชนิดเดียวกับผงซักฟอก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในกลุ่มน้ำยาล้างจานสูงขึ้น ทั้งนี้บริษัทจะเริ่มจำหน่ายผงซักฟอกขนาดบรรจุใหม่ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้
โดยบรีสสูตรมาตรฐานจาก 4,500 กรัม ราคา 240 บาท เป็น 4,000 กรัม ราคา 213 บาท,ขนาด 3,000 กรัม จาก 168 บาท เป็น ขนาด 2,500 กรัม ราคา 140 บาท,ขนาด 1,500 กรัม จาก 88 บาท เป็น 1,000 กรัม ราคา 58 บาท,ขนาด 700 กรัม จากราคา 45 บาท เป็นขนาด 650 กรัม 41 บาท และจากขนาด 200 กรัม จากราคา 13 บาท เหลือเป็น 155 กรัม ราคา 10 บาท นอกจากนี้บริษัทยังได้ปรับทั้งขนาดและราคาในผงซักฟอกโอโม และเซิร์บ โดยการปรับขนาดและราคาใหม่ สอดคล้องกับหน่วยราคาและปริมาณเดิม โดยไม่ได้มีการลดขนาดลงแต่อย่างใด
“เราได้สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2545 พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ซื้อผงซักฟอก จะเริ่มลดขนาดบรรจุภัณฑ์ลง ยกตัวอย่าง ขนาด 5,000 กรัม ยอดขายของบริษัทลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 200 ล้านบาท ในปี 2545 เพียง 2 ปี หรือปี 2547 ลดลงเหลือเป็น 130 ล้านบาท ส่วนขนาด 1,500 กรัมผู้บริโภคก็มีแนวโน้มที่จะใช้น้อยลงเช่นกัน ขณะที่ขนาดที่ขายดี คือ 1,000 กรัม เพราะเหมาะสมกับครอบครัวขนาดเล็ก”
นางศันสนีย์ กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกปรับขนาดและราคาลงในสูตรมาตรฐาน เพราะเป็นตลาดใหญ่ มีมูลค่าถึง 6,000 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งการปรับในครั้งนี้ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้สอดคล้องกับกำลังการซื้อของตนเองมากขึ้น ส่วนสูตรเข้มข้นบริษัทไม่มีแผนที่จะลดขนาดและลดราคาลง เนื่องจากพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้บริโภค จะไม่คำนึงถึงปัจจัยราคาเป็นหลัก แต่บริษัทจะเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้รีลอนช์บรีส เอ็กซ์เซล วันซิสเต็ม ลงสู่ตลาด
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้เตรียมงบลงทุน 15 ล้านบาท สั่งซื้อเครื่องจักร 2 ตัว เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตผงซักฟอกขนาด 155 กรัม โดยสูตรเข้มข้นจะเริ่มติดตั้งเครื่องจักรเดือนตุลาคม และสูตรมาตรฐานติดตั้งในเดือนมกราคม 2549 เนื่องจากขนาด 155 กรัม เป็นขนาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตถึง 30% จากกำลังการผลิตโดยรวม 4 แสนตันต่อปี
นอกจากนี้ยังได้เตรียมขยายกำลังการผลิตเซิร์บเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วน 10% ของกำลังการผลิต เนื่องจากเซิร์บเป็นสินค้าไฟท์ติ้งแบรนด์ มีราคาที่ถูกสอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในขณะนี้ ส่วนในปีหน้านี้บริษัทวางแผนขยายกำลังการผลิตสูตรเข้มข้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นสูตรที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง จากปัจจุบันกำลังการผลิตสูตรเข้มข้น 70,000 ตันต่อปี ส่วนสูตรมาตรฐาน 2 แสนตันต่อปี
ปัจจุบันกลุ่มผงซักฟอกของบริษัทยูนิลีเวอร์ มีส่วนแบ่งตลาดรวม 65% แบ่งเป็น บรีส 47% โอโม 18% เซิร์บ 1-2% ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทปรับขนาดและราคาใหม่ จะส่งผลให้ยอดขายกลุ่มผงซักฟอกมีอัตราการเติบโต 10% โดยเป็นอัตราการเติบโตที่มากกว่าตลาด ซึ่งคาดว่าปีนี้ตลาดจะมีอัตราการเติบโตต่ำกว่า 10%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|