เสนอปิดปั๊ม3ทุ่ม-ตั้งกองทุนอุ้มขนส่ง


ผู้จัดการรายวัน(6 กันยายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

กระทรวงพลังงานสั่งกรมเชื้อเพลิงศึกษาดึงเงินน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศแล้วขายลดราคาซึ่งมีมูลค่าพันล้านบาท ตั้งเป็นกองทุนเพื่อนำมาช่วยเหลือค่าขนส่ง เตรียมหารือร่วมกระทรวงพาณิชย์-กรมขนส่งทางบกอีกรอบ 7 ก.ย.นี้ ถกผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นหาวิธีบังคับประหยัดเพิ่มเติม นัดแรกเล็งปิดปั๊มน้ำมันเร็วขึ้นจาก 4 ทุ่มเป็น 3 ทุ่ม ขณะที่ผู้ค้าน้ำมันเสนอกรณีรถมีผู้โดยสารเกิน 4 คนเติมน้ำมันจะมีการให้คูปองส่วนลดไปซื้อสินค้าราคาถูกในมินิมาร์ท สภาอุตฯจี้ใช้น้ำหนักรถบรรทุก 26 ตัน

วานนี้ (5 ก.ย.) นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่น เพื่อประเมินแนวทางการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมัน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้หามาตรการบังคับประหยัดน้ำมันไว้รองรับหากราคาน้ำมันดิบเวสเท็กซัสอาจปรับสูงถึง 80 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งจากการประเมินทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกล่าสุดหลังจากที่สหรัฐอเมริการะบุจะนำน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาใช้ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ประกอบกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโลก(โอเปก) จะเพิ่มการผลิตอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันราคาน้ำมันน่าจะปรับตัวลดลงได้บ้างแต่ภาพรวมก็จะยังทรงตัวระดับสูงโดยเฉพาะเมื่อใกล้สิ้นปีที่ความต้องการจะสูงขึ้นอีกครั้งโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ดังนั้นมาตรการประหยัดคงจะต้องเข้มข้นขึ้นโดยไม่ให้กระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชนจนเกินไป

" 3 เดือนที่ผ่านมาตรการประหยัดค่อนข้างจะได้ผล แต่การประหยัดคงต้องเข้มข้นอีก คงจะมาดูมาตรการที่เราเคยคิดไว้ก่อนหน้ามาดูใหม่ แต่วันนี้ยังไม่ได้สรุปในรายละเอียดเพียงแต่เป็นการหารือ เช่นการปิดปั๊มเร็วขึ้นจากเดิม 4 ทุ่ม-ตี 5 แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นช่วงใด นอกจากนี้ผู้ค้าน้ำมันก็เสนอมาว่าจะเป็นไปได้ไหม กรณีที่มีผู้ขับรถมีผู้โดยสาร 4 คนมาเติมน้ำมันจะมีการให้คูปองส่วนลดเพื่อนำไปซื้อสินค้าราคาถูกในมินิมาร์ทของปั๊มนั้นๆ "ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าว

ทั้งนี้ที่ประชุมไม่ได้หารือถึงการลดค่าการกลั่นน้ำมันแต่อย่างใด และได้ให้ทางผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นกลับมาหารือกันอีกครั้งร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมการขนส่งทางบก เพื่อหามาตรการในการรองรับผลกระทบราคาน้ำมันในภาพรวมอีกครั้งในวันที่ 7 กันยายน 2548 หลังจากได้ข้อสรุปจะนำเรื่องเสนอนายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงานเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี

แหล่งข่าวจากที่ประชุมกล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มยังทรงตัวระดับสูงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมากที่สุดจะเป็นภาคการขนส่งเพราะจะกระทบต้นทุนของอุตสาหกรรมและต่อเนื่องมายังราคาสินค้าดังนั้นที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงานไปพิจารณาความเป็นไปได้ในหลักการที่กรณีผู้ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมที่ขุดเจาะและผลิตได้น้ำมันและก๊าซเหลวที่ปกติจะขายส่งให้กับผู้ซื้อในประเทศและลดราคาให้ 5% เนื่องจากจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเมื่อเทียบกับส่งออก ดังนั้นเห็นว่าผลประโยชน์ดังกล่าวควรจะนำมาเป็นของภาครัฐแทนซึ่งปีหนึ่งจะได้เงินประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยวิธีการจะไปหักรายได้ส่วนนี้จากโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์และโรงกลั่นบางจาก

"ตอนนี้กำลังให้ไปทำตัวเลขเพื่อที่จะนำเงินดังกล่าวมาตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือรถขนส่ง รวมถึงรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ แต่รายละเอียดคงจะต้องพิจารณาว่าจะนำมาใช้ในลักษณะใดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ส่วนแผนปิดปั๊มให้เร็วขึ้นมีการพูดถึงการปิดช่วง 3 ทุ่มหรือเร็วขึ้น 1 ชม."แหล่งข่าวกล่าว

***โรงกลั่นค้านดึงเงินตั้งกท.อุ้มขนส่ง

แหล่งข่าวจากกลุ่มโรงงานน้ำมัน กล่าวว่า กรณีที่มีการเสนอแนวคิดที่จะดึงเงินกำไรจากกรณีที่ปตท.รับซื้อน้ำมันดิบแหล่งปัตตานี เพชร ที่มีส่วนลดประมาณ 7-8 เหรียญต่อบาร์เรลแล้วขายให้กับโรงกลั่นในราคาถูกเพื่อนำเงินส่วนนี้มาตั้งเป็นกองทุนมาดูแลค่าขนส่งรวมนั้น ทางโรงกลั่นไม่สนับสนุนด้วยเพราะหากต้นทุนโรงกลั่นสูงขึ้นก็จะนำไปผลักภาระให้กับประชาชนผู้บริโภคอยู่ดีเท่ากับนำเงินส่วนนั้นไปช่วยเหลือขนส่งแต่การใช้น้ำมันปลายทางก็จะมีราคาสูงขึ้นไม่ได้ช่วยอะไร

" ตอนนี้จะมาบอกว่าโรงกลั่นมีค่าการกลั่นสูงผิดปกติคงไม่ใช่เพราะจริงๆ แล้วถ้าสูงผิดปกติจริงจะต้องนำเอาผลจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่พุ่งล่าสุดจากผลกระทบพายุเฮร์ริเคนแคทรินาถล่มสหรัฐเข้าไปบวกราคาขายปลีกด้วยแต่ขณะนี้ราคาขายปลีกที่ปรับเพิ่มเข้าไปล่าสุดยังไม่ได้นำผลจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจากพายุเฮอร์ริเคนเข้าไปบวกแต่อย่างไรแถมยังช่วยรับภาระเอาไว้อีกด้วย"แหล่งข่าวกล่าว

*** ปั๊มน้ำมันหนุนปิด3ทุ่ม

แหล่งข่าวจากผู้ค้าน้ำมันกล่าวว่า การปิดปั๊มน้ำมันให้เร็วขึ้นนั้นเวลาปิด 3 ทุ่ม-ตี5จาก 4 ทุ่ม-ตี 5 จะทำให้ปั๊มลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากเพราะปัจจุบันการปิด 4 ทุ่มต้องจ้างแรงงานเฉลี่ยมากกว่า 2 กะ เพราะกะหนึ่งจะใช้เวลา 8 ชั่วโมงเมื่อปิด 3 ทุ่มจะพอดีกับการจ้างงาน 2 กะ และยังประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย ส่วนผู้บริโภคเองก็คงจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะท้ายสุดก็แค่เปลี่ยนพฤติกรรมเตรียมเติมน้ำมันสำรองไว้อยู่ดีเหมือนปัจจุบันยกเว้นหากปิด 2 ทุ่มจะถือว่าเร็วเกินไปและจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากกว่า

"หากปิด 2 ทุ่มนอกจากจะกระทบกับผู้บริโภคแล้วการจ้างงานก็อาจจะกระทบตามไปด้วย ดังนั้นทางผู้ค้าน้ำมันจึงเสนอว่าควรจะปิด 3 ทุ่มมากกว่า อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการบังคับปิดปั๊มให้เร็วอีก 1 ชั่วโมงนั้นคงจะเป็นมาตรการในแง่ของการกระตุ้นจิตสำนึกในการประหยัดแต่จะคิดว่าประชาชนผู้ใช้น้ำมันก็ยังคงต้องใช้อยู่ดีคงมีส่วนช่วยประหยัดที่เป็นรูปธรรมไม่ได้มากนัก"

สำหรับมาตรการประหยัดแหล่งข่าวกล่าวว่า หากจะได้ผลจริงคงจะต้องเป็นการบังคับโดยขณะนี้ก็ยังหารือกันในหลายมาตรการเช่น การกำหนดโซนนิ่งรถวิ่งเข้าเขตเมืองในกทม.โดยแบ่งเป็นชั้นในและชั้นนอก ซึ่งหากมีผู้โดยสาร 3-4 คนก็ไม่ต้องจ่ายค่าเซอร์ชาร์จ นอกจากนี้ก็ยังหารือกันเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกำหนดให้มีการหยุดงานวันธรรมดาเช่นวันพุธของราชการแล้วมาทำงานวันเสาร์หรือไม่ก็เปิดทำงานให้มากขึ้นในวันทำงานอื่นๆที่เหลือ แต่ที่ประชุมก็ยังคงเกรงกันว่าจะถูกด่าเหมือนคราวที่ผ่านมาที่ระบุว่าให้ราชการหยุดวันศุกร์ เพราะมีคนมองว่าข้าราชการจะขี้เกียจเพราะเป็นการหยุดยาวไปแต่หลายคนก็มองว่าเพราะว่าไปเสนอวันศุกร์ก็เลยมีปัญหา แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการถกกันเท่านั้น

***จี้รัฐใช้น้ำหนักรถบรรทุก26ตัน

นายโสภณ อ่ำทอง ประธานคณะกรรมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ส.อ.ท.ยังรอการตัดสินใจของสำนักงานนโยบายการขนส่งและการจราจร(สนข.) กระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับการประกาศใช้น้ำหนักรถบรรทุกที่ควรจะสรุปก่อนต.ค.นี้เนื่องจากเอกชนรายใหญ่จะต้องทำสัญญาจ้างบริษัทขนส่งสินค้าในรอบปี 2549 ใหม่ในช่วงไม่เกินต.ค.นี้แล้วเพื่อที่เอกชนจะได้วางแผนต้นทุนได้ถูก ซึ่งเอกชนยืนยันว่าน้ำหนักบรรทุกควรจะอยู่ในระดับ 26 ตัน

" ทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมต้องการที่ 25 ตันแต่เราขอยืนยันว่า 26 ตันเหมาะสมแล้วและวันนี้ภาระน้ำมันแพงก็กระทบมากพอซึ่งคาดว่าต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่เอกชนต้องเตรียมรับมือในปีหน้าเพราะการทำสัญญาใหม่ส่งสัญญาณแล้วว่าผู้ขนส่งจะขอปรับค่าบริการเพิ่มอย่างต่ำ 10% และเมื่อค่าขนส่งเพิ่มมากภาพรวมแนวโน้มสินค้าคงจะมีการปรับราคาเล็กน้อยแต่ก็ขึ้นอยู่ว่าต้นทุนรวมจะเป็นอย่างไรก็ยอมรับว่าน้ำมันแพงกระทบทุกส่วน"นายโสภณกล่าว

**โพลสำรวจมาตรการประหยัดคนเมิน

สวนดุสิตโพล ได้ทำการสำรวจเรื่องมาตรการประหยัดน้ำมันกับผู้ใช้รถส่วนตัวในยุคน้ำมันแพง ระหว่างวันที่ 1-4 ก.ย. 2548 โดยสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,217 คน พบว่าผู้ใช้รถส่วนตัวใช้รถมากขึ้นหรือน้อยลง ผลสำรวจพบว่าอันดับ 1 เท่าเดิม ร้อยละ 64.17 เพราะใช้ตามภารกิจและความจำเป็นไม่สะดวกในการใช้รถรับจ้างหรือรถสาธารณะ อันดับ 2 น้อยลง คิดเป็น ร้อยละ 30.32 เพราะราคาน้ำมันแพงต้องประหยัด อันดับที่ 3 มากขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 5.51 เพราะภารกิจมากขึ้น มีความจำเป็นต้องใช้

ส่วนมาตรการประหยัดน้ำมันที่มีการรณณงค์ ณ วันนี้ ประชาชนได้ปฏิบัติตามมากน้อยเพียงใด อันดับ 1 ไม่ค่อยได้ปฏิบัติตาม ร้อยละ 56.12 เพราะทำได้ยาก เคยชินกับการใช้รถแบบเดิม ๆ เป็นความจำเป็นต้องใช้ อันดับ 2 ปฏิบัติตามอยู่บ้าง ร้อยละ 34.51 อันดับ 3 ไม่แน่นอนแล้วแต่โอกาส ร้อยละ 9.37 เพราะดูตามความจำเป็น ตามความสะดวก

นอกจากนี้มีการสำรวจว่าถ้าราคาน้ำมันถูกลง ผู้ใช้รถส่วนตัว จะใช้รถมากขึ้นหรือไม่ พบว่าอันดับ 1 ใช้มากขึ้นร้อยละ 62.37 อันดับ 2 ใช้เหมือนเดิม ร้อยละ 24.16 อันดับ 3 ไม่แน่นอนแล้วแต่ความจำเป็น ร้อยละ 13.47 ส่วนมาตรการประหยัดน้ำมันจึงใช้ไม่ค่อยได้ผลอันดับ 1 ความไม่สะดวก ไม่รวดเร็ว ร้อยละ 29.09 อันดับ 2 ระบบขนส่งมวลชนยังไม่ดีพอ ร้อยละ 25.55 อันดับ 3 ความไม่ปลอดภัยที่จะเดินทางโดยรถรับจ้างและรถสาธารณะ ร้อยละ 21.12 อันดับ 4 เป็นมาตรการที่ทำได้ยาก จุกจิก ร้อยละ 10.60 อันดับ 5 เคยชินกับการใช้รถส่วนตัว ร้อยละ 8.46

**ขู่ก่อม็อบประท้วงแปรรูปกฟผ.

น.พ.เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย กล่าวหลังการยื่นหนังสือต่อกระทรวงพลังงานวานนี้(5ก.ย.) เพื่อขอให้ทบทวนนำบมจ.กฟผ.เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเนื่องจากเป็นสาธารณูปโภคที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะกรณีค่าไฟฟ้าที่ระบุว่าจะเพิ่มขึ้นต.ค.นี้โดยอ้างจากราคาน้ำมันทั้งที่เชื้อเพลิงหลักผลิตไฟมาจากก๊าซธรรมชาติซึ่งบมจ.ผูกขาดระบบท่อฯและขายก๊าซให้กฟผ.ในราคาที่ไม่ยุติธรรมจนทำให้กำไรจากก๊าซฯสูงซึ่งแทนที่จะนำส่วนนี้มาลดเป็นค่าไฟประชาชน ดังนั้นต.ค.นี้ยืนยันหากคิดต้นทุนเชื้อเพลิงค่าไฟไม่ควรปรับขึ้น

"เราหวังว่ารมว.พลังงานจะนำเรื่องนี้ไปหารือในครม. และหากไม่มีอะไรชัดเจนจะมีการเรียกประชุมองค์กรพันธมิตรทั้งหมดรวมถึงองค์กรอื่นๆที่จะเข้าร่วมต่อต้านเพื่อเคลื่อนไหวต่อไป"


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.