ปรับแผนเข้าตลาดหุ้น


นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาควบคุมการปล่อยสินเชื่อของธุรกิจ non-bank โดยเฉพาะการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเอาไว้ไม่เกิน 28% จากเดิมที่ปล่อยให้เรียกเก็บได้ตามชอบใจนั้นได้ส่งผลให้บริษัท อีซี่ บาย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลรายใหญ่รายหนึ่งของไทยต้องปรับตัวอย่างน้อย 2 ประการด้วยกัน

ประการแรกก็คือ อีซี่ บาย ได้เลื่อนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จากเดิมที่เตรียมจะเข้าทำการซื้อขายในปีนี้ออกไป เพื่อรอดูผลกระทบจากนโยบายของ ธปท.ให้ชัดเจนเสียก่อน

"จริงๆ เราพร้อมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ตั้งแต่ปีนี้ แต่ทางแบงก์ชาติมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญ ก็เลยจะรอดูผลการดำเนินงานหลังจากที่เปลี่ยนกฎก่อน แต่ปีนี้ยังไม่เข้าแน่นอน" คัทซูฮิโกะ มาโดโนะ รองประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่ บาย กล่าว

การที่อีซี่ บาย ต้องรอดูผลการดำเนินงานให้มั่นใจก็เพราะเพดานดอกเบี้ยที่ ธปท.กำหนดไว้จะส่งผลให้ยอดดอกเบี้ยรับของอีซี่ บาย ลดลง แต่ผู้บริหารก็ยังตั้งความหวังว่า อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงน่าจะเป็นแรงจูงใจให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งยอดสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะสร้างรายได้ชดเชยกับดอกเบี้ยที่หดหายไปได้

การชะลอเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้อีซี่ บาย เตรียมนำหุ้นกู้ออกขายอีกชุดหนึ่งในปีนี้ หลังจากที่ได้ออกหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน มูลค่า 2,000 ล้านบาท ไปในเดือนธันวาคม 2545 และหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรตติ้งที่ระดับ AA

การปรับตัวของอีซี่ บาย ประการที่สองคือ การลดต้นทุนดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ซึ่งอีซี่ บายได้นำระบบไอทีมาช่วยในการทำงาน โดยเลือกใช้เทคโนโลยีออนดีมานด์จากไอบีเอ็มและเมโทรซิสเต็มส์ เพื่อจะช่วยเพิ่มประสิทธิ ภาพด้านการบริการลูกค้า การจัดเก็บข้อมูลและความรวดเร็วในการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายต่างสำนักงาน ซึ่งช่วยให้อีซี่ บาย ลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ทางไกล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ถึง 60%

ปัจจุบัน อีซี่ บาย ให้บริการสินเชื่อ 4 ประเภทด้วยกัน คือ สินเชื่อเงินผ่อน สินเชื่อเงินสด สินเชื่อเพื่อการบริการ และสินเชื่อรถจักรยานยนต์ โดยสินเชื่อเงินสดมีสัดส่วนมากที่สุด 70% ตามมา ด้วยสินเชื่อเงินผ่อน 20% มีลูกค้ารวม 1.2 ล้านราย คาดว่าถึงสิ้นปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านราย ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในปีนี้จำนวน 24,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตราว 20% โดยกลยุทธ์สำคัญในการขยายตลาดนั้นจะมาจากการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ 56 สาขาขึ้นเป็น 80 สาขาในสิ้นปีนี้ รวมทั้งการเจาะตลาดต่างจังหวัด ด้วยการเข้าไปทดแทนผู้ให้กู้สินเชื่อนอกระบบในต่างจังหวัด


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.