ทิสโก้เล็งออกFIFลุยหุ้นทั่วโลกผลตอบแทนหรูปลายปีเห็นแน่!


ผู้จัดการรายวัน(29 สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

ทิสโก้ได้ฤกษ์ขยับปีกลุยกองทุนรวมลงทุนต่างประเทศ (FIF) เตรียมเปิดตัว 2 กองทุน ภายในสิ้นปีนี้ มูลค่ารวม 800 กว่าล้านบาท เล็งลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก หวังกระจายความเสี่ยงการลงทุน คาดให้ผลตอบแทนหรู

นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมลงทุนในต่างประเทศ (FIF) 2 กองทุน ในช่วงปลายปีนี้ หลังจาก ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตให้กองทุนรวม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทสามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทได้ขอวงเงินสำหรับกองทุนรวมลงทุนในต่างประเทศ 1 กองทุน มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภายใต้การบริหารจัดการ วงเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

"ในช่วงเดือนตุลาคม หรืออย่างช้าเดือนพฤศจิกายน เราเตรียมเปิดตัวกองทุนรวมลงทุนในต่างประเทศ 2 กองทุน ซึ่งจะมีนโยบายการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงการ ลงทุนให้กับผู้ถือหน่วย ซึ่งคาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนน่าจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจสำหรับผู้ถือหน่วย"

สำหรับสาเหตุที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเลือกออกเป็นกองทุนหุ้น เนื่องจากประเมินว่าแนวโน้มผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหุ้นสูงกว่าการลงทุนผ่านตราสารหนี้ และที่สำคัญลักษณะการลงทุนที่กระจายการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกจะทำให้โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมีสูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

ส่วนรูปแบบการลงทุนจะลงทุนผ่านกองทุนที่มีอยู่ในต่างประเทศ เพื่อประหยัดต้นทุนในการบริหารจัดการ

นายสุทัศน์กล่าวถึงแผนการ ดำเนินงานในครึ่งปีหลังของบริษัท ว่า กลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลัง ยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่สูง และในช่วงที่ผ่านมากองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ของบริษัท ก็ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 10% ขณะที่อัตราผลตอบแทนอ้างอิงเมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ให้ผลตอบแทนเพียง 2% กว่าๆเท่านั้น

"เรายังเน้นหุ้นกลุ่มพลังงาน อยู่ เพราะมีความเสี่ยงต่ำสุด แต่เมื่อภาพเปลี่ยน เราคงต้องมองหา ลู่ทางการลงทุนในกลุ่มอื่นๆ เพิ่มขึ้น" นายสุทัศน์ กล่าว

ส่วนการออกกองทุนใหม่ๆ เข้ามาในตลาดหลังจากนี้ ภาพที่เห็นชัดจะเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่ลงทุนในพันธบัตร หรือตั๋วเงินคลังของรัฐบาล โดยบริษัทมีแผนออกเฉลี่ยเดือนละ 1 กองทุน เพื่อตอบสนองความต้องการนักลงทุน ที่ส่วนใหญ่เริ่มเข้ามาลงทุน ในกองทุนระยะสั้นที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น เนื่องจากให้อัตราผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และการลงทุนในระยะสั้นถือเป็นการพักเงินไว้ เพื่อรอจังหวะที่ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ไม่เสียโอกาสในช่วงดอกเบี้ยขยับ

สำหรับกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่เตรียมเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ โดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 1-12 กันยายน มี 2 กองทุน มูลค่าโครงการรวม 4 พันล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนเปิดทิสโก้ พันธบัตรเพิ่มค่า 2 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท อายุ 10 ปี แต่กองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (ประมาณเท่ากับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุน) ขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมและรับซื้อคืนหน่วย ลงทุนทุกระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ระยะสั้น เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการ ของผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการได้รับผลตอบแทนที่มั่นคงในรูปของมูลค่าเพิ่มจากการลงทุน โดยมีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ

ส่วนกองทุนที่ 2 ที่จะเปิดขายในวันที่ 1-12 กันยายน เช่นเดียวกันคือ กองทุนเปิดมิลเลี่ยนแนร์ มีนโยบายลงทุน 1 ปี คาดการณ์ผลตอบแทน 3.2-3.3% ต่อปี มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอายุเฉลี่ย 1 ปี


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.