โอเรียนท์แอร์ทุ่ม200ล้านบุกเขมร


ผู้จัดการรายวัน(29 สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

โอเรียนท์ สยายปีก ลงทุนเปิดเส้นทางบินกัมพูชา ตั้งเป็นศูนย์กลางทางการบิน ประเดิม 1 ต.ค.นี้ เปิด 3 เส้นทาง พนมเปญ-ฮ่องกง, พนมเปญ-กรุงเทพฯ และพนมเปญ-เกาหลี หลังสบช่อง นักท่องเที่ยวต่างชาติไหลเข้ากัมพูชาโต ต่อเนื่องทุกปี ขณะที่สายการบินยังมีน้อย เผยเป็นการกระจายความเสี่ยงธุรกิจหลังโลว์คอสต์ในประเทศแข่งแรงขาดทุนยับ ต้องพึ่งเส้นทางต่างประเทศ ระบุเตรียมสร้างแบรนด์ วัน-ทู-โก ให้รู้จักแพร่หลาย โดยใช้นำหน้าทุกเส้นทางบินที่ลงทุนใหม่

นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์)วัน-ทู-โก บาย โอเรียนท์ ไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมลงทุน กับนักธุรกิจชาวกัมพูชา ในสัดส่วนถือหุ้น 51 ต่อ 49 จัดตั้งบริษัททำธุรกิจ การบินในประเทศกัมพูชา ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เพื่อเตรียม เปิดให้บริการเส้นทาง การบินจากกรุงเทพฯ ไปประเทศกัมพูชา ภายใต้ ชื่อ "วัน-ทู-โก บาย แคมโพเชีย"

ทั้งนี้ บริษัทฯมีแนวคิดจะใช้ ประเทศกัมพูชา เป็นศูนย์กลางทางการบิน เพื่อให้บริการเป็นเส้นทางบินไปกลับประจำทุกวัน ใน 3 เส้นทาง ได้แก่ พนมเปญ-ฮ่องกง, พนมเปญ-กรุงเทพฯ และพนมเปญ-เกาหลี นอกจากนี้ยังให้บริการบิน ภายในประเทศระหว่าง เมืองพนมเปญ-เสียมเรียบ ด้วย โดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ตุลาคมศกนี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บริษัท ได้เคยเปิดเส้นทางบินในประเทศกัมพูชามาแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2534 แต่ได้หยุดดำเนินการเพราะสาเหตุจากปัญหาการเมืองภายในประเทศกัมพูชา และได้มาเปิดให้บริการอีกครั้งในลักษณะเช่าเหมาลำ และ บินภายในประเทศกัมพูชา เมื่อปี พ.ศ.2540 และการที่บริษัทได้กลับไปลงทุนในธุรกิจการบิน อีกในครั้งนี้ เพราะเล็งเห็นศักยภาพของการเติบโต ด้านการท่องเที่ยว และด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา

โดยจากข้อมูลสถิติแจ้งว่า จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมมีการเติบโตต่อเนื่องประมาณ 1 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น และเกาหลีที่เดินทางเข้ากัมพูชาเฉลี่ยปีละ 3 แสนคน ขณะที่ปัจจุบันยังมีสายการบินน้อยมากที่บินเข้ากัมพูชา เช่น การบินไทย และ บางกอกแอร์เวย์ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเทียบกับตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวทำให้เล็งเห็นการเติบโตของธุรกิจการบินในประเทศนี้

ทั้งนี้ วิธีดำเนินธุรกิจ วัน-ทู-โก บาย แคม-โพเชีย จะไม่ใช่สายการบินต้นทุนต่ำ แต่เป็นสาย การบินที่คิดราคาค่าโดยสารอย่างสมเหตุสมผล โดยราคาจะถูกกว่าการบินไทย และบางกอกแอร์เวย์ ประมาณ 20% คาดว่าเมื่อเปิดให้บริการ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า คาดอัตราเฉลี่ย ที่นั่ง(โหลดแฟกเตอร์) จะอยู่ราว 70% ซึ่งบริษัทมีแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อท้องถิ่นในกัมพูชา เบื้องต้นเพื่อต้องการสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จัก สำหรับขนาดเครื่องบิน จะใช้ โบอิ้ง 757 ขนาด 200 ที่นั่ง จำนวน 1 ลำ และ เอ็มดี 170 ที่นั่ง จำนวน 2 ลำ ไว้คอยให้บริการ

นายอุดมกล่าวอีกว่า ในอนาคตมีแผนที่จะสร้างแบรนด์ "วัน-ทู-โก" ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในระดับนานาชาติ โดยจะใช้ชื่อ วัน-ทู-โก นำหน้าสายการบินในทุกเส้นทางที่บริษัทจะไปลงทุนเปิดให้บริการ โดยปีหน้าเตรียมลงทุนที่เกาะฮ่องกง และประเทศจีนอีก 1 แห่ง ซึ่งการ ขยายการลงทุน ก็เพื่อต้องการกระจายความเสี่ยง ทางธุรกิจ เพราะธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศไทย มีการแข่งขันที่รุนแรง มีการตัดราคา กันยอมที่จะให้บริการทั้งที่ขาดทุน โดยเฉพาะช่วง นี้ซึ่งราคาน้ำมันขึ้นสูงมาก ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเชื่อว่าในอนาคตสายการบินที่สายป่านทางธุรกิจไม่ยาวนักอาจต้องปิดกิจการ

ในส่วนของ วัน-ทู-โก ก็เช่นกัน ต้องยอมรับ ว่า เส้นทางที่บริษัทเปิดให้บริการภายในประเทศ มี ผลประกอบการขาดทุน แต่บริษัทยังมีรายได้จาก เส้นทางต่างประเทศ เช่น เกาหลี ฮ่องกง เข้ามาทดแทนเฉลี่ยกันไป ทำให้ยังดำเนินธุรกิจอยู่ได้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.