BBLเชื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดปลายปีนี้ คาดดุลบัญชีทั้งปีติดลบ4-6พันล้านเหรียญ


ผู้จัดการรายวัน(29 สิงหาคม 2548)



กลับสู่หน้าหลัก

ศูนย์วิเคราะห์ เศรษฐกิจมหภาค ธนาคารกรุงเทพ ประเมินภาวะราคาน้ำมันดิบที่ยังพุ่งสูงเฉียด 70 เหรียญต่อบาร์เรล มาจากดีมานด์ในตลาดโลกที่เพิ่มมากขึ้น เชื่อแตะระดับสูงสุดปลายปีนี้ พร้อมคาดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดครึ่งปี หลังของไทยขาดดุลลดลง ทั้งปีจะติดลบ 4,000-6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จีดีพีโตระดับ 3.5-4%

นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผย ถึงภาวะราคาน้ำมันที่ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่าระดับ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลว่า มาจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น แต่ราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในปลายปีนี้ เนื่องจากเป็นฤดูหนาวซึ่งเป็น ช่วงที่จะใช้พลังงานสูง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปริมาณนำเข้าน้ำมันในประเทศเริ่มชะลอตัวลงมาแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากอัตราการเติบโตของการ นำเข้าอยู่ระดับต่ำกว่า 30% แล้ว เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เพราะที่ผ่านมาได้มีการนำเข้าน้ำมันและสินค้าทุนเป็นจำนวนมากแล้ว ซึ่งการนำเข้าที่ลดลง จะช่วยให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

โดยศูนย์วิเคราะห์ฯ คาดว่า ไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2548 ประมาณ 4,000-6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2-3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ จีดีพีทั้งปีโตประมาณ 3.5-4.0%

"การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในปีนี้คงเริ่มลดลง เพราะปริมาณการนำเข้าเริ่มชะลอตัวลง ประกอบกับการส่งออกของไทยขยายตัวดีขึ้น ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกน่าจะขยายตัวถึง 18-20% แต่ทั้งปีจะถึง 20% หรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจ เนื่องจากเศรษฐกิจต่างประเทศอย่างสหรัฐฯ และจีนยังขยายตัว ในเกณฑ์ดีอยู่" นายบันลือศักดิ์ กล่าว

นายบันลือศักดิ์กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจโลกปี 2549 จะชะลอตัวลงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ได้ปรับขึ้นไปแล้ว ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯปีหน้าจะโตเพียง 2.5-3.0% เท่านั้น เมื่อเทียบกับปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 3.5% นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนก็จะชะลอตัวเช่นเดียวกัน คาดว่าเติบโต 6-7% ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 9.5% เนื่องจากปีหน้าเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไปจีนลดลง เพราะในปีนี้มีเงินต่างชาติเข้ามาเก็งกำไร ในค่าเงินหยวนของจีนจำนวนมาก

นายบันลือศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย ว่า มาตรการกระตุ้นการออมเงิน ในประเทศไทย เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการขาดดุล บัญชีเดินสะพัดของไทย ซึ่งมีหลายแนวทางที่จะกระตุ้นการออม เช่น นโยบายลดหย่อนภาษี การประกันชีวิต และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาสนใจฝากเงินเพิ่ม


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.